Hyundai IONIQ 5 N Line รถอีวี ประกอบไทย ราคา 1.399 ล้านบาท
IONIQ 5 N Line
ฮุนไดเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า รุ่นประกอบจากโรงงานประเทศไทย Hyundai IONIQ 5 N Line ทำราคาพิเศษ ราคา 1.399 ล้านบาท ก่อนปรับขึ้นราคาอีกคันละ 3 แสนบาท หลังหมดโควตา 400 คันแรก
หลังจากประกาศความมุ่งมั่น หลังจากบริษัทตัดสินใจยกทัพเข้ามา ลงทุนและทำตลาดรถยนต์ในประเทศไทยแบบเต็มสูบ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ประกอบจากโรงงานประเทศไทย อย่าง Hyundai IONIQ 5 N Lineเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยมาพร้อมสโลแกน “Never Ordinary”มาตอบโจทย์ลูกค้าไทย ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และต้องการรถ EV ที่มีดีไซน์แตกต่าง มีสไตล์ ที่ทำให้คนต้องหันมองทุกครั้งที่ได้เห็น และต่อยอดความสำเร็จของตระกูล IONIQ ที่มียอดขายสะสมกว่า 500,000 คันทั่วโลก

IONIQ 5 N Line ได้รับการปรับโฉม (Product Enhancement) ทั้งภายนอกและภายในโดยการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพจาก IONIQ 5 มาเสริมคาแรกเตอร์และดีไซน์จากรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง IONIQ 5 N ที่ดูเร้าใจและทันสมัย
IONIQ 5 N Line รุ่นประกอบไทย มาภายใต้แพลตฟอร์ม EV ของฮุนได E-GMP ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถพลังงานไฟฟ้า 100% โดยเฉพาะ
รถคันนี้มาพร้อมชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ตเฉพาะรุ่น N Line, สเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ต, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ดีไซน์เฉพาะรุ่น, ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel LED, หลังคา Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า, ช่องระบายอากาศด้านหน้าแบบ Active Air Flap, กระจก Acoustic Glass, มือจับประตูแบบ Pop-up พร้อมเซนเซอร์ และประตูท้ายไฟฟ้าพร้อม Smart Power Tailgate
ภายในเสริมคาแรคเตอร์ N Line ด้วยพวงมาลัยโลโก้ N ตกแต่งด้ายสีแดง เบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมที่ดันหลัง ระบบปรับเบาะอุ่นและเย็นคู่หน้า ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง และเบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้า พร้อมที่พักขา
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2, คอนโซลกลางแบบเลื่อนสไลด์ได้, ไฟ Mood Light 64 สี, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold, ที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย และช่องชาร์จ USB-C รองรับการใช้งานของผู้โดยสารทุกที่นั่ง
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Full Color ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอเครื่องเสียงและความบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ปรับฟังก์ชันการใช้งาน และเชื่อมต่อได้สะดวกและครบถ้วน ทั้งบนจอ และปุ่มกดเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

ระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier และลำโพง 8 ตำแหน่ง Bluetooth, ช่อง USB-C สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์มัลติมีเดีย และระบบอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA หรือ Over-the-air ช่วยให้รถสามารถรองรับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ในอนาคตได้สะดวกยิ่งขึ้น
มี Hyundai Bluelink Connected Car Services เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน มีฟังก์ชันค้นหาตำแหน่งรถเมื่อต้องจอดในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสนามบิน ทั้งนี้ Hyundai Bluelink และ OTA เปิดให้ใช้งานฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ
ส่วนด้านความปลอดภัย มาพร้อม Hyundai SmartSense หรือ ADAS เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยอัจฉริยะรวม 17 ระบบ และมีระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยรอบคัน
IONIQ 5 N Line มาพร้อมเทคโนโลยีไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ และแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบ Liquid cooled ความจุ 84 kWh เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม มีแรงดัน 697 โวลต์ และสามารถซ่อมบำรุงได้ด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นรายโมดูล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในระยะยาว
IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168 kW และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ในเวลา 7.5 วินาที โดยสามารถทำความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม.

- ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut
- ด้านหลังแบบ Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่
- ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc ทั้งหน้าและหลัง พร้อม Active Hydraulic Booster รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Braking โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับได้ ผ่าน Paddle Shifters หลังพวงมาลัย
มีโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกปรับการตอบสนองของรถให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่การขับขี่ประหยัดพลังงาน การขับขี่ทั่วไป ไปจนถึงการขับขี่ที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น

- มีระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC หรือ 530 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
- รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที
- รองรับการชาร์จแบบAC สูงสุดรองรับสุงสุด 10.5 kW ผ่านหัวชาร์จ Type 2 โดยใช้เวลาชาร์จจาก 10% – 100% ประมาณ 7 ชั่วโมง 35 นาที

สำหรับราคาอย่างเป็นทางการ 1.699 ล้านบาท แต่ในช่วงเปิดตัวฮุนได ได้ มอบราคาพิเศษ ช่วงเปิดตัว สำหรับ 400 คันแรก จำหน่ายในราคา 1.399 ล้านบาท