Skip to content

ฟอร์ด ปรับใหญ่รับมือ ตลาดทรุดหนักรอบ 15 ปี

09 ส.ค. 2567 | 08:03น.
ฟอร์ด ปรับใหญ่รับมือ ตลาดทรุดหนักรอบ 15 ปี
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

ฟอร์ดยังคงเป็นเบอร์ 3 ของตลาด นี่คือคำกล่าวที่สะท้อนถึงความมั่นใจและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของ ฟอร์ด ประเทศไทย

แสดงให้เห็นความเเข็งแกร่งของ ฟอร์ด ในตลาดรถปิกอัพขนาด 1 ตัน อย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ และตลาดพีพีวี กับรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์

ในส่วนของความเเข็งแกร่ง ในช่วงครึ่งปีแรก ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่ลดลง และปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน ความท้าทายของการดิสรัปต์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ปีนี้ถือเป็นปีที่มียอดขายรถยนต์ตกต่ำสุดในรอบ 15 ปี

ล่าสุด “นายรัฐการ จูตะเสน” กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย ออกมาสะท้อนถึงมุมมอง ทิศทางของตลาดรถยนต์ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ รวมทั้งกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจของฟอร์ด จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

Q : มองภาพตลาดรถยนต์ทั้งปี

ปีนี้จะเห็นว่าตลาดรถยนต์ต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งปัญหาหนี้สินครัวเรือน ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 90% จีดีพี สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ หนี้เสีย NPL ที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งมาตรการของแบงก์ชาติที่เข้ามาควบคุมและออกกฎเข้มงวดในการเช่าซื้อรถยนต์ อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจโดยรวม และดีมานด์ของลูกค้า

ส่วนปัจจัยบวกที่คาดว่าจะมีอยู่ คือ การเบิกจ่ายงบประมาณและการอัดฉีดนโยบายของรัฐบาล ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด ในช่วงการเบิกจ่ายงบประมาณใหม่ แต่ทั้งนี้ก็น่าจะให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2568 น่าจะทำให้ตลาดรถยนต์โตขึ้นสัก 6% ในปี 2569 โต 10% แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานสถานการณ์ในปัจจุบัน

สำหรับยอดขายปีนี้ ฟอร์ดประเมินว่า ยอดขายรถยนต์ทั้งตลาดจะอยู่ที่ 640,000 คัน เท่านั้น หลังจากยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกกว่า 300,000 คัน ส่วนฟอร์ดมียอดขายรวม 11,282 คัน แบ่งเป็นยอดขายของฟอร์ด เรนเจอร์ เรามียอดขายที่ 6,990 คัน ลดลง 49% ซึ่งมากกว่าตลาดรวมที่ลดลง 40% ส่วนฟอร์ด เอเวอเรสต์นั้น สามารถครองตำแหน่งรถที่มียอดขายดีที่สุดอันดับ 3 ทั้งในเซ็กเมนต์รถกระบะและพีพีวี มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 27%

ในเดือนเมษายน หลังจากการเปิดตัว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม โดยจะเห็นว่าในตลาดพีพีวี ยอดขายลดไป 40% ขณะที่ฟอร์ดลดลงแค่ 30% ช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ถือว่าตลาดยังคงมีความท้าทาย แต่ฟอร์ดจะเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ามีให้กับแบรนด์ฟอร์ด

Q : ต้องปรับกลยุทธ์รับตลาดที่หดตัวอย่างไร

สำหรับเป้าหมายยอดขายในปีนี้ ฟอร์ดตั้งเป้าว่าจะมียอดขายที่ 24,000 คัน ลดลงจากปีก่อนที่ 43,000 คัน และตั้งเป้าว่าจะต้องมีส่วนแบ่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ไม่น้อยกว่า 9%

ขณะที่ฟอร์ด เอเวอเรสต์นั้น ฟอร์ดตั้งเป้าจะรักษาโมเมนตัมของตลาดเอาไว้ อย่าง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม ที่เป็นรุ่นพิเศษ ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี มียอดจอง 650 คัน และถ้ามีความต้องการเพิ่มขึ้น เราอาจจะเจรจาเพื่อขอเพิ่มการผลิตตรงนี้

อย่างไรก็ตาม ฟอร์ดเชื่อมั่นว่าในช่วงครึ่งปีหลัง น่าจะเริ่มมองเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐบ้าง แต่ตัวเลขยอดขายรถยนต์ภายในประเทศตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะรถกระบะกลุ่มที่มีราคาต่ำกว่า 600,000 บาท ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

Q : มองความนิยมในตลาดรถอีวี

จากสัดส่วนยอดขายของรถอีวี (BEV) ในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 8.9% แต่จะเห็นว่าสัดส่วนเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 ยอดจะสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของมาตรการอีวี 3.0 ขณะที่ปีนี้คาดว่าสัดส่วนรถอีวี น่าจะอยู่ที่ 10-11%

ส่วนรถยนต์ไฮบริด (HEV) มีสัดส่วนที่ 15-22% ส่งผลให้สัดส่วนรถยนต์ xEV อยู่ที่ 32% สำหรับฟอร์ด ในส่วนของเทคโนโลยีอีวี และไฮบริดนั้นมีอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องใช้ระยะเวลาศึกษา และมองหาว่าสินค้าตัวใดจะมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในช่วง 2-3 ปีจากนี้ จะเป็นไปในทิศทางใด และตลาดรถอีวี ฟอร์ดมองว่าวันนี้ยังไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง และยังส่งผลกระทบต่อบริษัทไม่มากนัก ปัจจุบันจะเห็นว่ามีรถอีวีในไทยมากถึง 42 รุ่นด้วยกัน หลัก ๆ จะเป็นกลุ่มรถซีคาร์ และเอสยูวีเป็นหลัก ปีนี้ของรถอีวีมีแนวโน้มไม่สดใส แต่รถที่กลับมีการเติบโตคือ รถกลุ่มไฮบริด (HEV) ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฮบริดของรัฐบาลที่ออกมานั้น ฟอร์ดเห็นด้วยและให้การสนับสนุน และอยากให้รัฐบาลรักษาบาลานซ์ระหว่างรถยนต์สันดาปและรถอีวี โดยภาครัฐต้องอย่าลืมมองยังค่ายรถเดิม ๆ ที่ยังดำเนินกิจการ รวมถึงมีโรงงานผลิตรถในประเทศไทย และยังเป็นเสาหลักในการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน เนื่องจากเริ่มจะเห็นได้ชัดว่าสัญญาณการเติบโตของกลุ่มอีวียังไม่ใช่คำตอบในตอนนี้

Q : ฉลอง 28 ปีมีไฮไลต์อะไรบ้าง

สำหรับแผนการรุกตลาดครึ่งปีหลัง ฟอร์ดมีความมุ่งมั่น เพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น ชูกลยุทธ์ย้ำจุดแข็งของผลิตภัณฑ์รถฟอร์ด ควบคู่ไปกับการดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว

เราเตรียมจัดกิจกรรมการตลาดที่เน้นเข้าถึงผู้บริโภคให้มีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ผ่านแคมเปญยิ่งใหญ่แห่งปี “Ford 28th Anniversary” มอบข้อเสนอพิเศษลุ้นรับเงินคืนและข้อเสนอสุดคุ้มด้านการบริการจำนวนมาก

ฟอร์ดชูความแกร่งของแบรนด์ในฐานะผู้นำตลาดรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ ผ่านกิจกรรม “King of Tough” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ร่วมทดสอบรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงในสนามสุดท้าทายที่ออกแบบมาเป็นพิเศษถึง 3 สนาม เพื่อเฟ้นหาตัวแทนร่วมทริปสุดพิเศษบนเส้นทางลาวและเวียดนาม ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้

รวมทั้งใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง จับมือนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “มนต์แคน แก่นคูน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เปิดตัวเพลงใหม่ล่าสุด “สิพาความคิดฮอด…มากอดเด้อ” เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างฟอร์ดและลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เราได้ใช้นวัตกรรมด้านงานบริการลูกค้า โดยเน้นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าได้รับความ “สะดวก มั่นใจ ประทับใจ” ยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เพิ่มหน่วยให้บริการเคลื่อนที่ที่รองรับงานบริการซ่อมสีและตัวถังตามมาตรฐานฟอร์ดอีก 6 แห่ง จากเดิม 40 แห่งในปีที่แล้ว, พัฒนาช่องทางการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์, ยกระดับการจัดการอะไหล่รูปแบบใหม่ เสริมความแม่นยำและรวดเร็วในการกระจายอะไหล่ได้อย่างครอบคลุม มีแผนจะขยายเพิ่มศูนย์กระจายอะไหล่อีก 1 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขาบางนา และสาขาระยอง