เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จับตา เทิร์นนิ่งพอยต์ กระแสอีวี ตีกลับ ?

08 ม.ค. 2568 | 10:45น.

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

ต้องยอมรับว่าตลาดรถยนต์บ้านเราในปีที่ 2567 ที่ผ่าน เผชิญกับวิกฤตค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะยอดขายมีที่ติดลบต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี บางเดือนยอดขายร่วงไปอยู่ที่ระดับ 3.7 หมื่นคันเท่านั้น

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า 100% (รถ EV) เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เห็นได้จากปีที่ผ่านมา มีค่ายรถยนต์จีนเข้ามาทำตลาดในบ้านเราแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ราย และมีรถยนต์แนะนำออกสู่ตลาดมากกว่า 10 รุ่น

การเปิด (รับ) รถ EV ให้เข้ามากินพื้นที่ขายในบ้านเรา โดยมียอดขายในปี 2566 ทำได้ 76,000 คัน และก้าวกระโดดจากปี 2565 ที่ขายเพียงหลัก 10,000 คันเท่านั้น

แต่จนแล้วจนรอด ยอดขายปี 2567 ที่ผ่านอาจจะต่ำกว่าการประเมินตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ ไว้ใกล้เคียงปี 2566 คือ 76,000 คัน

ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และปัญหาหนี้สินครัวเรือน

แต่อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องยอมรับว่า ปี 2567 การถล่มราคาของค่าย EV จีน นั้นมีความเข้มข้น ดุเดือด “สงครามราคา” ที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบ

ส่งผลผู้บริโภคไม่เชื่อมั่น แถมยังต้องแบกรับความรู้สึก กับ “เกมราคา” ที่เกิดขึ้น หลายคนเริ่มตั้งคำถาม ถึงอนาคตของรถยนต์ EV ว่าจะยังยืนระยะเติบโต ต่อไปได้หรือไม่

ทั้งยังมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในตลาด มองภาพแบบหยาบ ๆ ปีนี้ ถ้าตลาด EV ยอดขายโดยรวมไม่ตก แต่เชื่อว่ายอดขายของแต่ละค่ายนั้น ก็เหมือนตก หรือลดลงไปโดยปริยาย

เพราะในเมื่อตลาดมีขนาดใกล้เคียงเดิม แต่ผู้เล่นมากขึ้น… เค้กมีขนาดเท่าเดิม แต่ต้องแบ่งสรรปันส่วน

ความสั่นคลอนที่ช่วยตอกย้ำ ให้เห็นความชัดเจน หรือจะถือเป็นการเพิ่มโอกาส แนะนำทางเลือกใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคชาวไทย

ค่าย EV หลายค่ายเริ่มแนะนำพลังงานใหม่ เทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่เรียกว่า REEV (Range-Extended Electric Vehicle) หรือเทคโนโลยีที่เครื่องยนต์สันดาปภายในมาทำหน้าที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟ

ด้วยการชูจุดขาย วิ่งได้ระยะทางไกล ไร้กังวลเรื่องจุดชาร์จไฟ ออกสู่ตลาดบ้านเราเพิ่มขึ้น นี้อาจจะเป็นอีกสิ่งที่สะท้อนว่า ผู้ประกอบการจีนเริ่มมองว่า ตลาดอีวีในบ้านเรา เข้าไปแตะเส้นจุดอิ่มตัว

ความต้องการของตลาด EV บ้านเราน่าจะมีอยู่ที่ระดับ 100,000 คัน บวกลบ ไม่มากไปกว่านี้ การมองหาทางออกเพื่อความอยู่รอด ก็ต้องนำเสนอโปรดักต์ที่จะเข้ามาสร้างตลาด สร้างยอดขายได้

ดังนั้นในช่วง 1-2 ปีนี้ เราน่าจะได้เห็นการคัดกรอง คุณภาพของตลาด EV บ้านเรา ว่าใครจะอยู่รอดอย่างแข็งแรงต่อไปได้ หรือจะถึงเทิร์นนิ่งพอยต์ สำคัญของค่ายรถจีน และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ห้ามกะพริบตา