Skip to content

มาสด้าเข้มขาย-เซอร์วิส ชูนโยบาย “ลูกค้า” เป็นหลัก

19 ก.พ. 2568 | 07:07น.
มาสด้าเข้มขาย-เซอร์วิส ชูนโยบาย “ลูกค้า” เป็นหลัก

มาสด้าเดินหน้าเร่งเพิ่มคุณภาพงานหลังบ้านผนึกดีลเลอร์ เพิ่มความแข็งแกร่ง หวังดูแลลูกค้าเก่า มุ่งสร้างลูกค้าใหม่ เตรียมรับตลาดฟื้นในอนาคต ส่วนปีนี้ลั่นรักษามาร์เก็ตแชร์เท่าปีก่อน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร & ซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้มาสด้า ประเทศไทย จะมีการส่งรถยนต์ไฟฟ้า 100% ทำตลาดในช่วงปลายปี โดยเป็นการนำเข้ามาทำตลาดจากจีน ภายใต้ความร่วมมือของมาสด้าและพาร์ตเนอร์

คือ Mazda6e ซึ่งอยู่ภายใต้แผนธุรกิจหลังจากมาสด้าได้ลงทุนในประเทศไทยเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท สำหรับการให้เป็นฐานผลิตรถยนต์ xEVs และเตรียมเปิดตัวรถยนต์ xEVs 5 รุ่น ภายในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) 2 รุ่น, รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) 2 รุ่น และรถยนต์ไฮบริด HEV 1 รุ่น

โดยจะมีรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายทั้งจากจีนและญี่ปุ่น รวมทั้งรุ่นที่ผลิตจากโรงงานประเทศไทยได้

สำหรับมาสด้า ประเทศไทยนั้น ปีนี้จะยังเดินหน้าทำตลาดรถยนต์รุ่นที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้ง 8 รุ่น ให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่ามีกลุ่มลูกค้าเก่าที่เป็นเเฟนมาสด้าอยู่เป็นจำนวนมาก และพยายามเดินหน้าสร้างฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม

“จากการเก็บข้อมูลพบว่ากลุ่มลูกค้าที่รักและชื่นชอบมาสด้ามีการกลับมาซื้อซ้ำค่อนข้างเยอะ และปีนี้จะเป็นปีที่มาสด้ากลับมาสร้างรากฐานวางนโยบายการดูแลลูกค้ามีความแข็งแรงควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายการจำหน่ายกับดีลเลอร์ที่มีความภักดีต่อแบรนด์ เพื่อร่วมกันสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในอนาคต”

รวมถึงการใช้กลยุทธ์ JOY DRIVES LIVES มาใช้กับการทำตลาด เน้นการนำลูกค้ามาเป็นศูนย์กลางของการทำงานของมาสด้า ตามแนวทาง Management Policy ประกอบด้วย ผู้จำหน่าย พนักงาน และที่สำคัญสูงสุดคือลูกค้า ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ (Customer-Centric)

ขณะที่เป้าหมายด้านการจำหน่ายนั้น นายธีร์กล่าวว่ามาสด้าจะมุ่งเน้นการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด หรือมาร์เก็ตแชร์ที่ 2% เอาไว้ให้ได้ จากการประเมินว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมปีนี้จะอยู่ที่ 570,000-600,000 คัน และ

มาสด้าเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีศักยภาพมากกว่าตัวเลขที่ประเมิน เพียงแต่ยังมีปัจจัยนอกเหนือการควบคุม ทั้งความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และอัตราหนี้ครัวเรือนสูงที่ต้องจับตา

ส่วนเครือข่ายการจัดจำหน่ายนั้น ปีนี้มาสด้าใช้นโยบายปรับพื้นฐาน รื้อโครงสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อเตรียมความพร้อมกับยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยจะพยายามรักษาฐานลูกค้าและสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแรง

ปัจจุบันมาสด้ามีโชว์รูมทั้งสิ้น 84 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล 19 โชว์รูม และต่างจังหวัด 65 แห่ง สามารถรองรับลูกค้าได้ถึง 250,000 คันต่อปี โดยจะใช้กลยุทธ์ PMA ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง