วอนรัฐพิจารณาภาษีนำเข้ารถ เกรย์มาร์เก็ตโอดค่าเงิน-ศก.ซบทำยอดวูบ
สมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ อ้อนรัฐหามาตรการดูแลผู้ประกอบการ หลังเปิดช่องนำเข้าให้รถยนต์โบราณ-คลาสสิกคาร์ หวังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ชี้สร้างเม็ดเงินภาษีนำเข้ากว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี สร้างยอดขายกว่า 5,000 คันต่อปี
นายรัชพล ฐิติพลธำรง นายกสมาคมผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดรถยนต์นำเข้าอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) มีความต้องการอยู่ในระดับ 4,000-6,000 คันต่อปี ถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ สร้างภาษีให้กับภาครัฐ ปีละ 20,000-30,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ในฐานะของผู้ประกอบการ อยากเสนอให้ภาครัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลผู้ประกอบการ หรือสนับสนุนและส่งเสริมผู้นำเข้าอิสระถึงเรื่องเกณฑ์ภาษีรถยนต์นำเข้า ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น เหมือนเช่นเดียวกับการดูแลในส่วนของรถยนต์โบราณ หรือคลาสสิกคาร์
รวมทั้งการให้สิทธิประโยชน์กับรถอีวีซึ่งเข้ามาแข่งขันในกลุ่มตลาดรถเอ็มพีวี รถผู้บริหาร อย่าง Alphard และ Vellfire ส่งผลให้กลุ่มผู้นำเข้าอิสระแข่งขันได้ยากขึ้น ทั้งที่มีการสร้างรายได้ให้กับรัฐต่อปีเป็นจำนวนมาก

ส่วนสภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์ค่าเงินในปัจจุบัน ผู้ประกอบการยังต้องจับตาและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ
นายกกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันความนิยมจากลูกค้าในกลุ่มรถยนต์นั่งแบบเอ็มพีวีนั้น ถือเป็นเซ็กเมนต์หลักมียอดขายสูงถึง 70% ของตลาดรถยนต์นำเข้า ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นรถยนต์ซูเปอร์คาร์ รถเฉพาะกลุ่ม
แม้ว่าปีนี้คาดว่าตลาดรถยนต์นำเข้า จะมีความต้องการอยู่ที่ 4,000-5,000 คัน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เป็นตัวเลขยอดขายที่ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับเปลี่ยนการประเมินราคารถยนต์เมื่อหลายปีก่อน และช่วงก่อนสถานการณ์โควิด ที่ตลาดรถยนต์นำเข้ายอดขายเฉลี่ยสูงถึง 20,000-30,000 คัน
“ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ค่ายรถต่าง ๆ เข้าทำตลาดเพิ่มมากขึ้น บวกกับการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือรถอีวี ก็มีส่วนทำให้ตลาดรถยนต์นำเข้าได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะรถในกลุ่ม MPV เราเองก็ต้องปรับตัว”
ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิกที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ อยู่ 80 รายทั่วประเทศ ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเจ้าของกิจการเอง 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นกลุ่มทุนต่างชาติ ทั้งสิงคโปร์ ญี่ปุ่น ยุโรป ตะวันออกกลาง เข้ามาลงทุน
สำหรับตลาดรถยนต์นำเข้ายังมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน โดยลูกค้าส่วนใหญ่มีความต้องการเฉพาะเจาะจง เช่น กลุ่มที่ต้องการใช้รถยนต์เพื่อเป็นการบ่งบอกสถานภาพทางสังคมยังมีอยู่
เพียงแต่บางกลุ่มปรับพฤติกรรมไม่ได้ต้องการออปชั่นล้น ๆ เหมือนยุคก่อน เพราะวันนี้พฤติกรรมลูกค้าเองก็เปลี่ยน ขอให้ได้รถรุ่นใหม่ราคาสมเหตุสมผล ส่วนออปชั่นไม่ต้องล้นก็โอเคแล้ว
แต่หลัก ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่วางใจใช้บริการ กับผู้ประกอบการรถยนต์นำเข้าหลักนั้น เนื่องมาจากมีสินค้าที่ตอบโจทย์ ตรงกับความต้องการ ทั้งในส่วนของสินค้า ราคา ความรวดเร็ว และบริการหลังการขาย ที่ยังคงเป็นจุดเด่นที่ได้เปรียบสำหรับการทำตลาดที่แตกต่างจากผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อย่างเป็นทางการของแบรนด์ต่าง ๆ
“ผู้นำเข้าที่เป็นสมาชิก สมาคมต้องมีโชว์รูมและศูนย์บริการหลังการขายที่ชัดเจนในการดูแลลูกค้าได้”