คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
ในงาน เจแปน โมบิลิตี้ โชว์ ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-9 พฤศจิกายน มีรถยนต์หลากสัญชาติพาเหรดร่วมโชว์ของ เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ที่น่าสนใจคือ ในงานนี้กลับไม่มีรถยนต์สัญชาติอเมริกันเลยแม้แต่รายเดียว
ความล้มเหลวในการขายรถยนต์แบรนด์สหรัฐในญี่ปุ่น สะท้อนผ่านข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ในปี 2567 ซึ่งระบุว่า ญี่ปุ่นส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐมากกว่า 1.37 ล้านคัน แต่กลับนำเข้ารถยนต์สัญชาติอเมริกันน้อยกว่า 17,000 คัน แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลทางการค้า
โดยก่อนหน้านี้ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชิเงรุ อิชิบะ กล่าวตรงไปตรงมาในรัฐสภาเมื่อต้นปีว่า เพราะอะไรรถยนต์สหรัฐถึงขายไม่ดีในญี่ปุ่น อิชิบะบอกว่า เพราะพวกเขาขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพท้องถนน ที่อยู่อาศัย และนโยบายการประหยัดพลังงานของญี่ปุ่น
สมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์ญี่ปุ่น (JADA) เปิดเผยข้อมูลว่า ในเดือนมีนาคม 2568 ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น มีส่วนแบ่งการตลาดภายในประเทศตนถึง 93% โดยในจำนวนนั้น 52.1% เป็นรถเค (Kei-Car) ซึ่งไม่ใช่เซ็กเตอร์ที่รถยนต์อเมริกันถนัดนัก
คริสติน ซิคเซค รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรม แรงงาน และเศรษฐศาสตร์ ของศูนย์วิจัยยานยนต์ (CAR) กล่าวว่า ในญี่ปุ่น ตลาดรถยนต์และกลุ่มผู้ซื้อมีความแตกต่าง แม้ว่ารถยนต์สหรัฐจะไม่ถูกญี่ปุ่นเก็บภาษีนำเข้า แต่รถเหล่านี้ไม่ได้ผลิตขึ้นมาเพื่อคนญี่ปุ่นอย่างในปี 2559 ฟอร์ดที่เน้นรถกระบะขนาดใหญ่ถอนตัวออกจากญี่ปุ่น เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ตลาดญี่ปุ่นที่เน้นรถขนาดเล็ก
กลุ่มผู้ซื้อรถชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความกะทัดรัดของรถ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพท้องถนนและพื้นที่จอดรถภายในประเทศ แตกต่างจากแบรนด์รถยนต์อเมริกัน ซึ่งมักมีขนาดใหญ่และไม่ประหยัดน้ำมัน
คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า รถยนต์สัญชาติอเมริกันจะยังคงพยายามดิ้นรนอยู่ในตลาดญี่ปุ่นต่อไปอย่างไร ในเมื่อไม่มีรถแบรนด์แถวหน้าเข้าร่วมงานอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับแนวหน้าของโลกครั้งนี้เลย