สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เชื่อรัฐบาลใหม่ เร่งเดินหน้านโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ชี้อุตฯยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมหลัก มั่นใจหลังทุกฝ่ายเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเร่งฟื้นกำลังซื้อตลาดในประเทศ ชี้ไทยมีศักยภาพผลิตรถ 3 ล้านคันต่อปี แย้มจับตลาดอีวี สะท้อนพฤติกรรมลูกค้า
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หรือ TAIA เปิดเผยถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ว่า จะยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปี 2568 เล็กน้อย โดยในส่วนของยอดการผลิตรถยนต์คาดว่าจะเพิ่มจาก 1.45 ล้านคัน เป็น 1.5 ล้านคันในปีนี้ โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ 950,000 คัน และการผลิตเพื่อส่งออกอีก 550,000 คัน
ขณะที่ยอดขายรถยนต์โดยรวมก็คาดว่าจะโตขึ้นเล็กน้อยเช่นเดียวกันจาก 620,000 คัน ในปีที่ผ่านมา เพิ่มมาเป็น 620,000-650,000 คันในปีนี้
โดยปัจจัยที่คาดว่าทำให้ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการส่งรถรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดของค่ายรถยนต์รายใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้พอสมควร รวมถึงนโยบายการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่ส่งผลให้ราคาจำหน่ายรถยนต์โดยรวมมีทั้งปรับขึ้น-ปรับลง ซึ่งเป็นจำนวนไม่มากนั้น และเชื่อว่าค่ายรถยนต์เองก็จะมีการปรับรูปแบบการสื่อสารการตลาด การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายมาให้สอดรับกับโครงสร้างราคาที่เปลี่ยนแปลงไปมากกว่า

และในจำนวนนี้คาดว่าจะเป็นยอดขายของรถยนต์ไฟฟ้า 100% หรืออีวี ไม่น้อยกว่า 100,000 คัน ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 120,000 คัน เป็นผลการสนับสนุนสิทธิประโยชน์จากมาตรการอีวี 3.5 โดยเฉพาะความได้เปรียบในการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายในประเทศลดลง ผู้ประกอบการทั้ง 7 รายที่เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมมีความสามารถในการแข่งขันลดลง อีกทั้งยังมีภาระที่จะต้องผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้าให้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม นายสุวัชร์ยังเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในช่วงการปรับตัว โดยเฉพาะพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มรถปิกอัพที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานมาสู่รถยนต์อีวี ว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงได้ เนื่องจากสัดส่วนความต้องการของตลาดเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่าน จากเดิมปิกอัพมีความต้องการในตลาด 50% แต่ปัจจุบันลดลงไปมาก ขณะที่รถยนต์อีวีกลับมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
ส่วนหนึ่งอาจเป็นการดึงความต้องการของลูกค้าในกลุ่มที่ต้องการใช้งานรถยนต์ โดยคำนึงถึงความประหยัด แต่ไม่ได้ต้องการใช้รถเพื่อบรรทุกสิ่งของ โดยเป็นที่น่าจับตาว่า น่าจะได้เห็นความชัดเจนในเรื่องความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ในแต่ละประเภทมากขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้สะท้อนความต้องการไปยังรัฐบาลใหม่ที่กำลังเข้ามาบริหารประเทศ โดยให้คำนึงว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และหากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนหรือเร่งฟื้นตลาด ขับเคลื่อนยอดขาย โดยผ่านมาตรการส่งเสริมต่าง ๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะเชื่อว่าหากกระตุ้นความต้องการในประเทศก็จะส่งผลให้ภาคการผลิตดีขึ้น
เช่นเดียวกับตลาดส่งออกหากมีการเปิดตลาดใหม่ ๆ ผ่านเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างประเทศ จะส่งผลต่อการผลิตเช่นเดียวกัน และเชื่อว่าโดยศักยภาพของประเทศ จะผลิตรถยนต์ในประเทศ 3 ล้านคันต่อปี ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
“ผมมองว่าวันนี้หากเราช่วยกันบูสต์ยอดขายในประเทศให้ฟื้นตัวกลับมาได้ ทุกอย่างก็จะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนกันไปทั้งระบบ มีหลายเรื่องที่กระตุ้นมาตรการซื้อรถ ให้คนเข้ามาซื้อรถมากขึ้น เช่น มาตรการที่ขอให้รัฐบาลใหม่มาช่วย รถเก่าแลกรถใหม่”