ฮอนด้า ปลื้มยอดจองสิทธิ รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่สอง Honda e:N2 ลูกค้าไทยตอบรับเกินคาด ใช้เวทีงาน Motor Show 2026 เปิดตัว พร้อมประกาศราคาขาย 1,420,000 บาท กับระยะทางวิ่งไกล 530 กม.
นายโคจิ อิวานา ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดรับจองรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่สองที่นำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย อย่าง Honda e:N2 ไปก่อนหน้านี้ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าชาวไทย ตอบรับให้การจองสิทธิเข้ามากว่า 2,500 สิทธิ
ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่ายรถยนต์เอสยูวี ไฟฟ้า 100% Honda e:N2 เพื่อเติมเต็มรถยนต์ในกลุ่ม xEV ของฮอนด้าให้มีความครอบคลุมและแข็งแรงยิ่งขึ้น ด้วยดีไน์สปอร์ตเอสยูวีแบบฟาสต์แบ็ก ที่มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสายที่เฉียบคม

ตั้งแต่กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ,ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED, ไฟเลี้ยวด้านหน้าและด้านหลังแบบ LED และสัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน, กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พับเก็บอัตโนมัติ และระบบไล่ฝ้า ส่วนกระจกด้านหลังแบบ Privacy, กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียง
ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ, ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี, สปอยเลอร์หลัง, มีระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ ใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว ยาง 225/50 R18
ภายในห้องโดยสารมาด้วยสีทูโทน เทา/ดำ พร้อมตกแต่งด้วยแถบสีส้ม, เบาะนั่งใช้ หนังสังเคราะห์ เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบระบายอากาศ ส่วนเบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Driver Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Easy Entry/Exit) ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้ แยกพับแบบ 60:40
มีไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ ฮอนด้ายังใส่ไฟอ่านแผนที่และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED แบบสัมผัสเข้ามาให้ เช่นเดียวกับไฟอ่านหนังสือด้านหลังแบบ LED แบบสัมผัส และไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้ายแบบ LED
ส่วนระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ และความบันเทิงมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ™M แบบไร้สาย, ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display:HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว, พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น
มีช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 จุด แบ่งเป็นด้านหน้าและด้านหลังอย่างละ 2 จุด พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto, ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (ANC), ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) และลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ยังมีระบบสตาร์ตรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต (Remote Climate Preconditioning), ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติคู่หน้าและคู่หลัง, หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดด
ระบบระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา มีระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster, ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ฮอนด้ายังเพิ่มน้ำหอมอโรมา รองรับการติดตั้งได้สูงสุด 3 แคปซูล ปรับระดับความแรงของกลิ่นได้ 3 ระดับ พร้อมการกรองฝุ่น PM 2.5 มาด้วย
ขณะที่ระบบความปลอดภัยครบครัน ได้แก่
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (ROM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (LSF)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)
- ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI)
- ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (MVCS)
- เซ็นเซอร์กะระยะ (หน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด)
- ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
- ถุงลมคู่หน้า
- ถุงลมด้านข้างคู่หน้า
- ม่านถุงลมด้านข้าง
- ถุงลมกลางด้านหน้า
- ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder)
- ระบบป้องกันล้อล็อกและระบบกระจายแรงเบรก (ABS & EBD)
- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HAS)
- เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่วงจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
- ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็วรถ (Auto Door Lock By Speed)

- ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS)
- ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ (AHA)
- ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง
- เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูงต่ำได้
- เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
- จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)
- อุปกรณ์อุดการรั่วซึมของยางชั่วคราว (TPRK)
สำหรับ Honda e:N2 ขับเคลื่อนด้วย ขุมพลังจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 353.3 V ความจุ 68.8 kWh มอบกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร โดยมีระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร มาตรฐาน NEDC
รถคันนี้รองรับการชาร์จแบบ AC 6.6 kW (จาก 5-100% ใช้เวลาประมาณ 9.5 ชั่วโมง) ส่วนการชาร์จแบบ DC 78.8 kW (จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
Honda e:N2 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่
- สีขาวไดมอนด์ดัสต์
- สีเทาเออร์เบิน
- สีดำคริสตัล
- ส้ม

ราคาจำหน่าย Honda e:N2 อยู่ที่ 1,429,000 บาท
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมอบข้อเสนอพิเศษให้ผู้ที่จองรถรุ่นนี้ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ถึง 6 เมษายน และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 รับดอกเบี้ย 1.52% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ Honda Ultimate Care ขยายเวลาจาก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร เป็น 4 ปี 140,000 กิโลเมตร การรับประกันแบตเตอรี่อีวี และระบบขับเคลื่อนอีวี ทั้งระบบเป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร และโฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพบกับรถรุ่นนี้ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 เมษายน 2569

