ฮอนด้าปัดฝุ่นโรงงานปราจีนบุรี เสริมไลน์ผลิต รถเอสยูวีรุ่นใหม่เสริมทัพลุยตลาดประเทศไทยอีกรุ่น คาดเปิดตัวปลายปี 2569 เชื่อยอดขายทั้งปีจบ 76,000 คัน ระบุชัดต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม 1-2% จากปัญหาตะวันออกกลาง ยันไม่ส่งผลกับราคาขาย ส่วนผลการตรึงราคาจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตอาจจะต้องพิจารณาตามต้นทุนที่แท้จริง

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายในปี 2569 ฮอนด้าเตรียมขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์รุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่นเพื่อทำตลาดในประเทศไทย โดยได้มีการปรับปรุงไลน์การผลิตที่โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ใน จ.ปราจีนบุรี ไปก่อนหน้านี้
ตามแผนธุรกิจที่บริษัทได้ประกาศไปว่าปีนี้จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 4 รุ่น ซึ่ง 2 รุ่นเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการเปิดตัวไปแล้ว อย่าง Honda e:N2 และอีกรุ่นมีการนำเข้ามาโชว์ คือ Honda Super-ONE ในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา
และตามแผนงานฮอนด้าจะเปิดตัวรุ่นใหม่อีก 1 รุ่น ซึ่งเป็นรถเซ็กเมนต์ที่ยังไม่เคยมีการผลิตและทำตลาดในประเทศไทยมาก่อนอย่างแน่นอน และจะมีรถไฮบริดนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าจะเป็นอย่างฮอนด้า พรีลูส ไฮบริด เข้ามาทำตลาดด้วย
“ฮอนด้าเราได้ปรับแผนธุรกิจและกลยุทธ์ของบริษัท โดยพยายามให้เหมาะสมกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน ด้วยการลดสัดส่วนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และเพิ่มบทบาทของรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น อย่างวันนี้รถยนต์ของฮอนด้าปรับเป็นเครื่องยนต์ e:HEV ทุกรุ่นแล้ว มีเพียงแค่ฮอนด้า ซิตี้ ที่ยังมีรุ่นเครื่องยนต์ ICE อยู่ แต่ท้ายที่สุดเราต้องขยับไปที่ e:HEV”
ในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าปัจจุบันยังคงผลิตเต็ม 100% เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ปีนี้ฮอนด้าวางแผนการผลิตรถยนต์จากโรงงานประเทศไทยไว้ที่ 100,000 คันต่อปี แบ่งเป็นรองรับตลาดในประเทศ 76,000 คัน และส่งออกอีกราว ๆ 24,000-25,000 คัน
และบริษัทตั้งเป้าว่า ภายใน 4 ปีจากนี้ฮอนด้าจะกลับไปมียอดขายที่ระดับ 115,000 คันให้ได้
นายโคจิยังได้กล่าวถึงผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางช่วงที่ผ่านมานั้น ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตรถยนต์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเตรียมทั้งในแง่ของการขนส่ง โลจิสติกส์ วัตถุดิบการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ มีการปรับราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรซิ่น, อะลูมิเนียม และพลาสติก ส่งผลให้ซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 1-2%
อย่างไรก็ตามฮอนด้าได้มีการหารือและประสานงานกับบริษัทเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาผลกระทบต้นทุนที่แท้จริง อย่างไรก็ตามฮอนด้ายืนยันว่าบริษัทจะพิจารณาจัดซื้อในราคาที่ยุติธรรม เพื่อให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ควบคู่ไปกับ ความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนการจัดจำหน่าย หรือราคารถยนต์ที่จะจำหน่ายไปยังลูกค้า กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าบริษัทจะตรึงราคา และไม่มีแผนในการปรับขึ้นราคาแม้ต้นทุนชิ้นส่วนจะราคาสูงขึ้นก็ตาม
ขณะที่ผลจากการตรึงราคาจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ที่บริษัทได้ทำแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อตรึงราคาจำหน่ายไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนั้น ตรงนี้บริษัทอาจจะต้องมีการพิจารณาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของต้นทุนที่เป็นผลมาจากโครงสร้างภาษี
“ผู้สื่อข่าว” รายงานเพิ่มเติมว่า รถยนต์รุ่นใหม่ที่ฮอนด้าได้มีการเตรียมขึ้นไลน์ผลิตและประกอบในประเทศไทยเป็นรถยนต์เซ็กเมนต์ใหม่นั้น มีการคาดการณ์ว่าอาจจะเป็นรถยนต์นั่งแบบเอสยูวี รุ่นใหม่ ที่มีขนาดใหญ่ รุ่นที่ฮอนด้ามีจำหน่ายในปัจจุบัน และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัท คาดว่าจะเป็นรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (e:HEV) ด้วย ขณะที่รถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่างฮอนด้า ซิตี้ เองก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความสดใหม่ให้กับโปรดักต์ด้วย