เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

จีน-ไต้หวัน: นักธุรกิจไทยในไทเปเล่าอารมณ์สังคมไต้หวัน ในวันที่สัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตึงเครียดหนัก

07 ส.ค. 2565 | 13:51น.

วงศ์เลิศ ปิยะกุล หรือ “อาหลง” นักธุรกิจไทยผู้ใช้ชีวิตอยู่ในไต้หวันมานานกว่า 20 ปี บอกเล่าบรรยากาศและอารมณ์ความรู้สึกของคนไต้หวันเท่าที่เขาได้สัมผัส ในช่วงที่สถานการณ์บนเกาะแห่งนี้ทวีความตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาเดินทางมาเยือนไต้หวัน จนถึงวันที่จีนซ้อมยิงขีปนาวุธในน่านน้ำรอบเกาะไต้หวันเพื่อตอบโต้การเยือนครั้งนี้ ที่ทางการจีนเรียกว่าเป็น  “การละเมิดหลักการจีนเดียวอย่างร้ายแรง”

วงศ์เลิศเป็นเจ้าของบริษัทนำเที่ยวในไต้หวัน นอกจากจะเชี่ยวชาญเรื่องเดินทางท่องเที่ยวแล้ว เขายังศึกษาและติดตามสถานการณ์สังคมและการเมืองไต้หวันอย่างใกล้ชิด โดยถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจต่าง ๆ เกี่ยวกับไต้หวันทางเพจเฟซบุ๊ก “แฟนพันธุ์แท้ไต้หวัน” และรายการ “ไต้หวันทันโลก” ทางแอปพลิเคชันคลับเฮาส์

ริมทะเลบนเกาะไต้หวัน

ที่มาของภาพ, EPA

การเดินทางเยือนไต้หวันของประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างดีจากประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เกาะแห่งนี้ และเมื่อจีนตอบโต้การมาเยือนครั้งนี้ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว ทั้งการประณาม การซ้อมรบในน่านน้ำไต้หวัน และประกาศระงับความร่วมมือในหลายด้านกับสหรัฐฯ ภูมิทัศน์การเมืองโลกก็มาถึงจุดล่อแหลมอีกครั้ง

วงศ์เลิศให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ถึงบรรยากาศในไต้หวันขณะที่จีนยังคงเดินหน้า “ซ้อมรบ” อยู่รอบ ๆ เกาะ พร้อมกับวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จีนจะ “บุก” ไต้หวัน

บีบีซีสรุปและเรียบเรียงเป็นประเด็นดังนี้

วงศ์เลิศ ปิยะกุล หรือ “อาหลง” นักธุรกิจไทยในไต้หวัน

Advertisement

ที่มาของภาพ, Facebook/Ar Long Wonglert Piyakul

“พี่ใหญ่จีน” ขู่บ่อย คนไต้หวันเริ่มชิน

จีนเริ่มปฏิบัติการซ้อมรบในน่านน้ำรอบเกาะไต้หวันมาตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. โดยบอกว่าจะสิ้นสุดช่วงเที่ยงของวันที่ 7 ส.ค. ขณะนี้ผู้คนในไต้หวันยังใช้ชีวิตกันตามปรกติ ไม่ตื่นตระหนกตกใจ ไม่มีการกักตุนสินค้าเพราะคนส่วนใหญ่ไม่คิดว่าสถานการณ์จะยกระดับไปสู่ภาวะสงคราม

ตามชายหาดที่อาจมองเห็นการซ้อมรบ “พี่ใหญ่จีน” ก็มีคนไต้หวันไปนั่งจิบกาแฟ ดูการซ้อมรบ ที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะคนไต้หวันค่อนข้างชินกับคำขู่ของจีน

ครั้งล่าสุดที่จีนข่มขู่ด้วยปฏิบัติการทางทหารในลักษณะนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1996 ซึ่งเป็นปีที่ไต้หวันจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก ซึ่งแน่นอนว่าจีนย่อมไม่พอใจ เพราะการที่ไต้หวันมีประธานาธิบดีเป็นของตัวเองเท่ากับว่าไต้หวันกำลังจะประกาศแยกตัวเป็นประเทศ จีนจึงส่งเรือรบมาประจำการที่ช่องแคบไต้หวันแล้วยิงขีปนาวุธเพื่อข่มขู่ ทำให้นายบิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้นส่งเรือรบ 2 ลำมาคุ้มกันเกาะไต้หวัน ในที่สุดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของไต้หวันก็ผ่านไปได้ด้วยดี

เครื่องบินรบของจีน

ที่มาของภาพ, REUTERS/Aly Song

เมื่อเทียบกันแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ดูเหมือนจะมีความตึงเครียดมากกว่า และต้องจับตาดูว่าหลังจากถึงเวลาสิ้นสุดการซ้อมรบ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะกดดันไต้หวันและสหรัฐฯ ต่อไปอย่างไร เขาอาจจะขยายเวลาการซ้อมรบต่อไปก็ได้เพื่อเพิ่มแรงกดดัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะส่งผลกระทบกับชาวประมงที่ไม่สามารถออกเรือได้ รวมทั้งกระทบต่อการเดินเรือขนส่งสินค้า

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คงจะหาวิธีกดดันไต้หวันต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อรักษาความนิยมของตัวเองเอาไว้ เพราะการที่นางเพโลซีเดินทางมาไต้หวันก็เหมือนเป็นการตบหน้าจีน และการซ้อมรบครั้งนี้ก็เป็นผลมาจากการที่ประธานาธิบดีสีคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนเห็นว่าเขาไม่ใช่แค่ขู่ด้วยวาจา

คะแนนนิยมประธานาธิบดีไช่ และพรรคดีพีพียังพุ่ง

ประธานาธิบดีไช่ แห่งพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party–DPP) ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อปี 2563 พรรคดีพีพีมีนโยบายสนับสนุนเอกราชของไต้หวันและไม่ก้มหัวให้จีน ต่างจากพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างพรรคก๊กมินตั๋งที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน

การที่นางไช่ให้การต้อนรับนางเพโลซีเป็นอย่างดี รวมทั้งมอบเครื่องอิสริยาภรณ์ให้ด้วยนั้น นักวิเคราะห์บางคนอาจมองว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้าน แต่เท่าที่สังเกต คนไต้หวันส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้น และผลการสำรวจก็พบว่าคะแนนนิยมทางการเมืองของนางไช่และพรรคดีพีพียังสูงกว่าพรรคก๊กมินตั๋งถึงเท่าตัว

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ให้การต้อนรับนางเพโลซี

ที่มาของภาพ, Reuters

ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคต อาจจะมีผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ มาเยือนไต้หวันอีก ทั้งโดยการเชิญของรัฐบาลไต้หวันหรือสหรัฐฯ อาจจะส่งมาเอง อย่างเช่นตอนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยส่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเกาะกวมมาไต้หวัน เพื่อฉลองการทำข้อตกลงเรื่องการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัวในช่วงการระบาดของโควิด-19 หรือ “ทราเวลบับเบิ้ล” ระหว่างไต้หวันกับเกาะกวม

แม้จะมีข่าวว่านายไบเดนไม่สนับสนุนการเดินทางมาเยือนไต้หวันของนางเพโลซีในครั้งนี้ แต่ความเป็นจริงนายไบเดนเองก็เคยส่งผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ มาก่อนหน้านี้

ประเด็นที่น่าจับตาก็คือ ไต้หวันจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 2 ปีข้างหน้า คือปี 2024 ซึ่งก็จะเป็นการแข่งขันระหว่างแคนดิเดตจากพรรคดีพีพีและพรรคก๊กมินตั๋งอีกเช่นเคย แต่คราวนี้นางไช่คงจะไม่ได้ลงสมัครเพราะเธอดำรงตำแหน่ง 2 สมัยแล้ว การเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ถ้าพรรคดีพีพีได้เข้ามาบริหารประเทศอีก สถานการณ์ระหว่างจีนกับไต้หวันก็น่าจะตึงเครียด เพราะจีนจะต้องแข็งกร้าวขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งมีนโยบายที่เป็นมิตรกับจีนชนะ สถานการณ์ก็คงคลี่คลาย

จีนบุกไต้หวัน มีโอกาสเป็นไปได้

แม้ว่าตอนนี้ชาวไต้หวันส่วนใหญ่จะไม่ได้คัดค้านการมาเยือนของคณะผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ แต่หากการเยือนในลักษณะจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ ประชาชนไต้หวันอาจจะเริ่มรู้สึกไม่เห็นด้วยและคิดว่าพอได้แล้ว ไม่ต้องมาแล้ว ขณะที่จีนก็จะไม่พอใจหนักขึันเรื่อย ๆ และตอบโต้ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้น

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จีน-ไต้หวันจะยกระดับเป็นแบบรัสเซียบุกยูเครน แต่คิดว่าคงไม่เกิดขึ้นในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนยังมีประสบการณ์ทางการทหารน้อยกว่าสหรัฐฯ จีนยังไม่เคยทำสงครามกับประเทศใดอย่างจริงจัง ประสบการณ์ยังสู้สหรัฐฯ ไม่ได้ นอกจากนี้จีนกับไต้หวันยังคงมีการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจอยู่ จีนจึงไม่น่าทำอะไรอย่างวู่วาม แต่ในอนาคต ถ้าจีนวางรากฐานต่าง ๆ พร้อมแล้วก็มีความเป็นไปได้แน่นอนที่จีนจะบุกยึดไต้หวัน ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการวิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ที่จีนจะบุกไต้หวันภายในปี 2025

การเมืองกระทบการค้า

ก่อนที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันจะตึงเครียด การค้าการส่งออกระหว่างกันเป็นไปอย่างคึกคัก รัฐบาลจีนเคยออกนโยบายเพื่อดึงดูดนักลงทุนไต้หวันให้ไปตั้งโรงงานในจีน โดยเฉพาะในมณฑลกว่างโจวและฝูเจี้ยน บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังของโลกอย่าง Foxconn ซึ่งเป็นบริษัทของไต้หวันก็ไปตั้งโรงงานในจีน แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น มีรายงานว่านักลงทุนไต้หวันได้ทะยอยถอนการลงทุนออกจากจีนเป็นจำนวนมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีไช่ประกาศนโยบาย “มุ่งสู่ใต้” คือสนับสนุนให้นักลงทุนไต้หวันไปสร้างฐานการผลิตในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นการลดการพึ่งพาจีน

สำหรับความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในรอบนี้ ต้องรอดูต่อไปอีกสักระยะว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าของไต้หวันอย่างไร ส่วนการที่จีนประกาศระงับการนำเข้าขนมหวานประเภทบิสกิตและเพสตรีจากผู้ส่งออกของไต้หวัน 35 ราย เพื่อตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางเพโลซีนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าเหล่านี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตลาดส่งออกรายใหญ่ยังเป็นสหรัฐฯ

เยาวชนคนรุ่นใหม่ของไต้หวันจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมิน

ที่มาของภาพ, Reuters

คนไต้หวันรู้สึกอย่างไรกับจีน

ประชากรไต้หวันอาจแบ่งคร่าว ๆ ได้เป็น 3 รุ่น

รุ่นที่ 1 คือคนกลุ่มแรกที่อพยพจากจีนมาตั้งรกรากที่เกาะไต้หวันในยุคที่เจียงไคเช็กมาจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่นี่ในปี 1949 คนกลุ่มนี้ซึ่งมีประมาณเกือบ 2 ล้านคน ปัจจุบันอายุ 80 ปีขึ้นไป ต้องการให้จีนกับไต้หวันรวมกัน เพราะเขามาจากประเทศจีน มีญาติพี่น้องอยู่ที่จีน จึงอยากจะเห็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างจีนกับไต้หวัน

รุ่นที่ 2 เป็นลูกหลานของคนรุ่นที่ 1  สืบทอดกิจการจากคนรุ่นพ่อแม่ที่อพยพมาจากจีน ครึ่งหนึ่งจึงมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจีน (Chinese) อยู่ แต่อีกครึ่งหนึ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนไต้หวัน (Taiwanese)

รุ่นที่ 3 เป็นคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เป็นผู้ที่เติบโตมาในยุคที่ไต้หวันมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไต้หวันเต็มตัว

เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ไต้หวันเคยจัดทำประชามติเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราชจากจีน ซึ่งผลออกมาว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ไต้หวันแยกจากจีน แต่ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่พรรคดีดีพีและประธานาธิบดีไช่ชนะการเลือกตั้งติดต่อกัน 2 สมัยสะท้อนให้เห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราช

…….

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน สหรัฐ จีน-ไต้หวัน