ยูเครนขับไล่รัสเซียออกจากลีมานสำเร็จ




กองทัพรัสเซียกำลังเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ในการเข้ายึดพื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของยูเครนหลังกองกำลังรัสเซียจำเป็นต้องถอนทัพออกจากเมืองลีมาน (Lyman)

กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า จำเป็นต้องถอนทัพเพราะกลัวว่าทหารหลายพันนายกำลังถูกกองทัพยูเครนเข้าล้อม

การยึดลีมานกลับมาได้เป็นชัยชนะทางยุทธศาสตร์สำคัญของยูเครน โดยจะเปิดช่องทางให้ทหารยูเครนเข้าไปยังภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์ได้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ ลีมานนี้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางทางการขนส่งของรัสเซีย

รถถังยูเครน

ที่มาของภาพ, Reuters

วิดีโอที่เผยแพร่กันในโลกออนไลน์แสดงภาพทหารยูเครนโบกธงชาติบริเวณชานเมือง อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน บอกว่า การสู้รบในบริเวณนี้ยัง “ดำเนินต่อไป”

ที่ปรึกษาของกระทรวงกลาโหมยูเครนบอกกับบีบีซีว่าการยึดคืนดินแดนบริเวณลีมานคืนมาได้ – หลังสู้รับกันมาอย่างหนักหลายวัน – ถือเป็น “ความสำเร็จครั้งใหญ่”

นักวิเคราะห์ทางการทหารหลายคนมองว่ายูเครนกำลังได้เปรียบอยู่ตอนนี้ และกองทัพยูเครนก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะบุกตอบโต้ต่อไปเพื่อยึดคืนพื้นที่ที่รัสเซียครองอยู่กลับมาทั้งหมด

แผนที่ผนวกดินแดน

ผนวกดินแดนที่ยังมีการต่อสู้อยู่

Advertisement

ลีมานเป็นส่วนหนึ่งของโดเนตสก์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ดินแดนที่รัสเซียประกาศผนวกเป็นของตนเองเมื่อวันที่ 30 ก.ย.

บางพื้นที่ของภูมิภาคโดเนตสก์ ลูฮันสก์ ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลังมาตั้งแต่ปี 2014 ทว่าหลังจากสงครามดำเนินมาแล้ว 7 เดือน รัสเซียกลับยึดครองโดเนตสก์ไปได้เพียง 60%

การผนวกภูมิภาคแคร์ซอน และซาปอรีเชีย ทางภาคใต้ของยูเครนนั้น จะช่วยให้นายปูตินสามารถส่งทหารเกณฑ์กลุ่มใหม่เข้าไปยังแนวหน้าการสู้รบที่รัฐบาลรัสเซียอ้างว่ามีความยาวกว่า 1,000 กม.

ก่อนหน้าการประกาศผนวกดินแดนครั้งนี้ ภูมิภาคทั้งสี่ที่อยู่ในการยึดครองของรัสเซียได้จัดการลงประชามติที่รัฐบาลยูเครนและบรรดาชาติตะวันตกชี้ว่าเป็นเรื่อง “จอมปลอม” ไร้ความชอบธรรมและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

นายปูตินสามารถใช้การผนวกดินแดนเหล่านี้ในการข่มขู่ชาติตะวันตกที่ยังคงส่งขีปนาวุธให้ยูเครนใช้โจมตีดินแดนที่รัสเซียถือว่าเป็นของตนเอง

ก่อนหน้านี้ นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่า การผนวกดินแดนยูเครนเข้าเป็นของรัสเซียเป็น “การยกระดับที่อันตราย” ในสงครามครั้งนี้ เพราะจะเป็นภัยต่อความคืบหน้าในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

เขากล่าวว่า “การตัดสินใจใด ๆ ในการเดินหน้าผนวกภูมิภาคโดเนตสก์ ลูฮันสก์ แคร์ซอน และซาปอรีเชีย ของยูเครนจะไม่มีคุณค่าใด ๆ ในทางกฎหมาย และควรได้รับการประณาม อีกทั้งไม่เป็นไปตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดต่อหลักการทุกอย่างของประชาคมโลก รวมทั้งเป้าหมายและหลักการของสหประชาชาติ”