“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” จะกลับมาภูเก็ตไหม หลังจีนเปิดประเทศ

 

นักท่องเที่ยวชาวจีนชมพระอาทิตย์ตกดินในภูเก็ต

Napasin Samkaewcham / BBC Thai
นักท่องเที่ยวชาวจีนชมพระอาทิตย์ตกดินในภูเก็ต

จีนปิดประเทศภายใต้มาตรการโควิดเป็นศูนย์อยู่นานถึงสามปี มาถึงวันนี้ที่จีนกลับมาเปิดประเทศจะส่งผลให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนจีนเปลี่ยนไปอย่างไร

ไทย คือ หนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนที่กำลังหลั่งไหลออกต่างแดน หลังการปิดประเทศนานกว่า 3 ปี การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนเป็นสิ่งที่คนในภาคการท่องเที่ยวไทยเฝ้ารอ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ คือ การกลับมาของ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ผู้ประกอบการไทยบอกว่าผู้ได้ประโยชน์จริง คือ นักธุรกิจจากประเทศต้นทางมากกว่าประเทศปลายทาง

ความคาดหวังนี้ จะเป็นจริงแค่ไหนในภาวะที่นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหม่มีพฤติกรรมต่างจากกลุ่มเดิม ส่วนผู้ประกอบการไทยและทางการไทย ได้เตรียมการไว้อย่างไร บีบีซีไทยคุยกับผู้เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภูเก็ตในเรื่องนี้

Advertisment

ทัวร์ศูนย์เหรียญ คืออะไร

ก่อนการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวต่างตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการรับท่องเที่ยวจีนที่ถูกเรียกว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”​

“ทัวร์ศูนย์เหรียญ”​ คือ คณะนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทยโดยซื้อโปรแกรมท่องเที่ยวจากบริษัทนำเที่ยวในประเทศตัวเองในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน จากนั้นบริษัทนำเที่ยวจะส่งนักท่องเที่ยว มาให้บริษัทนำเที่ยวในไทย โดยไม่จ่ายค่าธรรมเนียมการนำเที่ยว บริษัทที่รับมาจะพานักท่องเที่ยวไปซื้อสินค้าที่ร้านเครือข่ายในราคาที่สูงเกินจริง

ประเทศปลายทางอย่างไทยจะได้ประโยชน์จากการการที่ทัวร์จากต่างประเทศนำลูกค้ามาซื้อของ และเอาส่วนแบ่งจากการซื้อของของลูกค้ามาเป็นค่าตอบแทนแทนค่าทัวร์ที่ลูกค้าซื้อไป ซึ่งมีกำไรสูง และถือเป็นการแข่งขันทางการตลาดประเภทหนึ่ง

ภูเก็ตกลับมาคึกคัก

Advertisment
Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ภูเก็ตกลับมาคึกคัก

ในความเห็นของ กฤช เทพบำรุง นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน “ไกด์เถื่อน” หรือ ไกด์ต่างชาติที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในไทย คือ ตัวละครสำคัญในกระบวนการนี้ ตัวเขาจึงประสานกับฝ่ายปกครองของจังหวัด ร่วมปราบปรามอยู่เสมอ ๆ ก่อนการระบาดของโควิด

“ช่วงหนึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากที่ผันตัวมาเป็นมัคคุเทศก์ แต่คุณสมบัติแรกของการเป็นมัคคุเทศก์ที่ถูกกฎหมายในไทยก็คือต้องมีสัญชาติไทย พฤติกรรมเหล่านี้ได้ถูกร้องเรียนมา และมีการพูดคุยในระดับจังหวัดผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด” กฤชบอกบีบีซีไทย

นอกจากเป็นนายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามันแล้ว กฤชยังทำหน้าที่เป็นกองอาสารักษาดินแดน (อส.)  ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย ทำให้เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นหน่วยปราบปรามไกด์เถื่อน โดยใช้สมาชิกในเครือข่าย ออกไปหาตามพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยว และส่งรูปของคนที่คาดว่าจะเป็นไกด์เถื่อนเข้ามาเพื่อเป็นหลักฐาน

“เรามีหน้าที่กึ่งหหารกึ่งตำรวจ แต่เวลาเข้าแสดงตัวเข้าไปจับกุม เราต้องมีปลัด ซึ่งเป็นข้าราชการประจำอยู่ในพื้นที่ด้วย โดยในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจีนเยอะ ๆ เราเคยจับกุมไกด์เถื่อนได้มากที่สุดถึงวันละ 20 คนเกือบทุกวัน โดยคนเหล่านี้จะต้องจ่ายค่าปรับที่ชั้นศาลเมื่อมีการส่งฟ้องแล้ว”

กฤช เทพบำรุง นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน

Napasin Samkaewcham / BBC Thai
กฤช เทพบำรุง นายกสมาคมมัคคุเทศก์อันดามัน

หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด กลุ่ม อส. ของกฤชก็ยุติบทบาทไปชั่วคราว เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ แต่ตั้งแต่ภูเก็ตเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ขึ้นทำให้การกลับมาของไกด์เถื่อนเพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง

“ตอนนี้มีสมาชิกที่เป็นมัคคุเทศก์ในภูเก็ตสังเกตเห็นว่ามีไกด์เถื่อนที่เป็นชาวต่างชาติทำตัวเป็นมัคคุเทศก์จัดทัวร์เถื่อน โดยทำโฆษณาขายทัวร์ด้วยตัวเอง และมีรถไปรับนักท่องเที่ยวเอง โดยจัดเป็นกลุ่มไม่ใหญ่มาก ไม่เกิน 10 คน และเช่ารถตู้พาไปท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ เมื่อมีเจ้าหน้าที่แสดงตัวสอบถาม พวกเขาจะอธิบายว่าเป็นการพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว” กฤชกล่าว

“บางรายจัดทัวร์เป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 คน และเช่ารถขับเอง พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นชาวรัสเซีย ก่อนหน้านี้ที่ชาวรัสเซียยังไม่เข้ามามากจะพบว่าเป็นชาวอินเดียที่ทำตัวเป็นไกด์เถื่อน และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีจีนขึ้นมา”

การท่องเที่ยวค่อย ๆ กลับมา

ภูเก็ตมีมัคคุเทศก์ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด 10,000 คน แต่กฤชให้ข้อมูลว่าพอเกิดการแพร่ระบาดของโควิดทำให้มัคคุเทศก์ในพื้นที่ก็หายไปจากจังหวัด 9,000 กว่าคน ส่วนที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่ก็ผันตัวเองไปเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายของตามห้างสรรพสินค้า

แต่หลังจากที่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เปิดขึ้น การท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนวันนี้มัคคุเทศก์เริ่มกลับมาทำมาหากินได้เช่นเดิมแล้ว

กาน เทิดแม่ฟ้าหลวง ผู้จัดการบริษัทนนทศักดิ์ มารีน เป็นผู้ให้บริการนำเที่ยวทางเรือไปตามเกาะต่าง ๆ ในฝั่งทะเลอันดามัน บอกว่าก่อนการเกิดการระบาดขอโควิด นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทัวร์ 80% มาจากจีน โดยมีทั้งรูปแบบที่มากับกลุ่มและมาซื้อเอง

กาน เทิดแม่ฟ้าหลวง ผู้จัดการบริษัทนนทศักดิ์ มารีน

NApasin Samkaewcham / BBC Thai
กาน เทิดแม่ฟ้าหลวง ผู้จัดการบริษัทนนทศักดิ์ มารีน

“ช่วงที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยก็ต้องนำเรือขึ้นทั้งหมด และพนักงานก็กลับภูมิลำเนากัน เพราะไม่มีการจ้างงาน แต่ช่วงนี้ที่นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา บริษัทก็เรียกพนักงานกลับมาทั้งหมด เพื่อมารองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกวัน” กานอธิบาย

“ตอนช่วงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เปิดโครงการใหม่ ๆ เราก็ยังไม่ได้กลับมาเปิด แต่เรามาเริ่มเปิดจริง ๆ ช่วงปลายปี โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่เข้ามาก็คือคนไทย หลังจากนั้นเป็นนักท่องเที่ยวอินเดีย ต่อด้วยรัสเซีย ตอนนี้เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวจีนที่มาแบบเดี่ยวบ้างแล้ว แต่คิดว่าหลังตรุษจีนนักท่องเที่ยวจีนแบบกลุ่มจะกลับมากันอีกเยอะ”

กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไป

รัตนพล แซ่ยาง มัคคุเทศก์นำเที่ยว และล่ามภาษาจีนกับภาษาอังกฤษ เคยเปิดร้านขายของฝากให้นักท่องเที่ยวชาวจีน แต่ช่วงโควิดทำให้ต้องปิดร้านไป และตอนนี้ต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจมาเป็นการทำส่งออกอาหารเสริมบำรุงสุขภาพและรังนกไปตามประเทศเพื่อนบ้านและจีนแทน

“นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่กลับมาเป็นไทย และต่อมาเป็นรัสเซีย อินเดีย ส่วนจีนเพิ่งกลับมาเห็นเร็ว ๆ นี้เองที่เป็นกลุ่มที่เที่ยวด้วยตัวเอง จองโรงแรมเอง ซื้อทัวร์เที่ยวเอง ไม่ได้ผ่านกลุ่มทัวร์ และคาดว่านี่จะเป็นรูปแบบของการเดินทางแบบใหม่ของคนจีนในอนาคต” รัตนพลกล่าว

“ตอนนี้มี GPS นำทางได้อย่างแม่นยำ มีเว็บจองโรงแรมและทัวร์มากมาย ในส่วนของกรุ๊ปทัวร์น่าจะยังมีในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจีนที่เลือกมากันเองก็จะเยอะขึ้นกว่าเดิม”

จากกระแสของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่งเริ่มทยอยกลับเข้ามาในภูเก็ต ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของการท่องเที่ยงของคนจีนหลังการระบาดใหญ่ โดยคนจีนที่กลับเข้าภูเก็ตมาในช่วงตรุษจีนนี้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวประเภท FIT (Free Independent Travelers) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น

ยินดีต้อนรับสู่หาดป่าตอง

Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ยินดีต้อนรับสู่หาดป่าตอง

ธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกและยุทธศาสตร์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต วิเคราะห์ว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวหลังช่วงโควิดจะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยหลาย ๆ ปัจจัย เช่นเรื่องของการซื้อตั๋วเครื่องบินที่พฤติกรรมของผู้เดินทางต้องการซื้อตั๋วที่มีราคาสูงกว่าเดิม แต่มีความยืดหยุ่นสูงเช่นสามารถเปลี่ยนตั๋ว ยกเลิก หรือขอเงินคืนได้หากไม่พร้อมเดินทาง ซึ่งปัจจัยนี้มาจากความกังวลใจของนักท่องเที่ยวเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

“ปัจจัยนี้ก็มีส่วนเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนด้วยเช่นกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ คือนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกของจีนที่กลับเข้ามาในภูเก็ตจะไม่มีทางเป็นกลุ่มของทัวร์ศูนย์เหรียญได้เลย เพราะอุปทานยังไม่เพียงพอที่จะตอบรับอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้” ธนวัตกล่าว

“เพราะฉะนั้น นักท่องเที่ยวจีนที่จะกลับเข้ามาเที่ยวในภูเก็ตกลุ่มแรก ๆ จะเป็นกลุ่ม FIT เสียมากกว่า และคงใช้เวลานานกว่ากลุ่มทัวร์แบบที่เราเคยเห็นจะกลับมาอีก ผมคิดว่าอย่างน้อยปีนี้ทั้งปี นักท่องเที่ยวจีนที่กลับเข้ามาจะเป็นกลุ่มที่เคยมาแล้ว และกลับมาเที่ยวอีก หลังจากที่ไม่ได้ออกนอกประเทศมาเป็นเวลานาน”

รายได้มากขึ้น อยู่นานขึ้น

ธนวัตอธิบายเพิ่มเติมว่าตั๋วเครื่องบินไปกลับจีนและไทยมีราคาสูงมากพอ ๆ กับไปยุโรป เพราะฉะนั้นกลุ่มที่จะกลับมาจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และอีกเรื่องที่จะเปลี่ยนไปคือจำนวนวันของการมาเที่ยวจะนานขึ้นกว่าเดิม เพราะชาวจีนไม่ได้ออกนอกประเทศมา 3 ปี ทำให้พวกเขามีเงินเก็บและมีการ “ท่องเที่ยวแบบล้างแค้น” ที่ทำให้มานานขึ้น อยู่ยาวขึ้น และใช้เงินมากขึ้น

คาดการณ์ว่ากลุ่มคนจีนจะเข้ามาอยู่นานขึ้นจาก 4 คืนเป็น 6 คืน ซึ่งจะทำให้สถิติการเข้าพักของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 30% ในขณะที่ ณ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียก็มีการเข้าพักเพิ่มขึ้นจาก 14 คืน เป็น 16 คืน หรือประมาณ 10% ซึ่งการอยู่ที่ยาวขึ้นก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากขึ้นด้วย

ธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกและยุทธศาสตร์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

Napasin Samkaewcham / BBC Thai
ธนวัต อ่องเจริญ อุปนายกและยุทธศาสตร์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

“จริง ๆ แล้วภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยงอยู่ทุกกลุ่มอยู่แล้ว แต่กลุ่มที่ผู้ประกอบการปรารถนาคือกลุ่มที่มาแล้วมาอุดหนุนธุรกิจในพื้นที่ มีการออกมาทำกิจกรรมด้วยตัวเองมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ไม่ใช่ว่าทำทุกอย่างผ่านทัวร์หมด การมาด้วยบริษัททัวร์ไม่ได้หมายความว่าเขาสัมผัสสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เพราะทัวร์ก็มีหลายประเภท” ธนวัต อธิบาย

หวังพึ่งจีนอุดช่องว่างช่วงโลซีซั่น

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยในวันแรกที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มเดินทางเข้าไทยไว้ว่า การกลับเข้ามาไทยของนักท่องเที่ยวจีนจะส่งผลทางบวกต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เพราะช่วงก่อนโควิดนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยเกือบ 11 ล้านคน จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 40 ล้านคนต่อปี

โดยช่วงปี 2566 นี้ ททท. คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาไทยไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 250,000 ล้านบาท

ก่อนหน้าที่จีนจะเดินทางเข้าประเทศไทย ในช่วงวันที 15 ธ.ค. 65 ถึง 9 ม.ค. 66 มีรายงานว่านักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่เข้ามาในภูเก็ต มาจากประเทศ รัสเซีย อินเดีย อังกฤษ ออสเตรเลีย คาซัคสถาน ซึ่งแค่รัสเซียประเทศเดียวมีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาถึง 80,000 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทั้งหมด 248,000 คน โดยก่อนหน้าที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาที่ภูเก็ตวันละ 15,000 คน ส่วนในตอนนี้มีเข้ามาประมาณ 10,000 คนต่อวัน

Napasin Samkaewcham / BBC Thai

Napasin Samkaewcham / BBC Thai

“เพิ่งไปคุยกับ ผอ. การท่าอากาศยานภูเก็ตม าและพบว่าบางช่วงเวลาไม่สามารถเพิ่มจำนวนเครื่องบินได้แล้ว ในช่วงที่หนาแน่นที่สุดอยู่ในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่สายการบินชอบเข้ามาเพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวเลย พบว่าในหนึ่งชั่วโมงจะมีเครื่องขึ้นและลงอยู่ที่ 20 เที่ยวบิน หรือว่าทุก 3 นาที ก็ถือว่าแน่นมากแล้ว ไม่สามารถเพิ่มได้” ธนวัตอธิบาย

“เที่ยวบินตรงที่เข้ามาจากจีนเที่ยวบินแรกเข้ามาที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา และต่อจากนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราก็ได้แต่หวังว่าพอหลังไฮซีซั่นจบไปช่วงหลัง มี.ค. ก็จะมีนักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเที่ยงช่วงสงกรานต์ และหลังจากนั้นจีนก็จะเข้ามาเติมเต็มพอดี ก็หวังว่าเศรษฐกิจภูเก็ตจะกลับมาดีขึ้น และในบางที่ที่ยังขาดคนอยู่ก็สามารถดึงคนกลับเข้ามาทำงานในพื้นที่ได้”

การท่องเที่ยวกลับมาจากประเทศที่จบการระบาดใหญ่

หลังจากที่โครงการนำร่องการท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้เปิดเกาะภูเก็ตให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเป็นที่แรกของไทยและของเอเชียโดยไม่ต้องกักตัวไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2564 ทำให้มีนักท่องเที่ยวทยอยกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ธนวัตอธิบายว่านักท่องเที่ยวที่กลับมาก่อนล้วนมาจากประเทศที่จบการระบาดใหญ่ได้เร็ว อย่างเช่นอิสราเอลที่เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่กลับเข้ามา เพราะเขามีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดได้เร็วที่สุด และมีการฉีดเข็มกระตุ้นได้อยู่ในอัตราที่เรียกว่าสูงที่สุดในโลก

“จึงกลายเป็นว่านักท่องเที่ยวจากอิสราเอลที่เข้ามาเที่ยวที่ภูเก็ตตั้งแต่แซนด์บ็อกซ์เปิดจนถึงปัจจุบันโตมาเป็นอันดับหนึ่งเกิน 100% เพราะเราไม่เคยมีเที่ยวบินตรงที่เข้ามาจากเทลอาวีฟมาก่อน” ธนวัตกล่าว

“หลังจากนั้นที่ตามมาก็คือประเทศทางแถบยุโรปที่เพิ่งเข้าสู่การที่โควิดเป็นโรคประจำถิ่น แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นอุปสรรคก็คือสายการบิน เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินก็หยุดชะงักไปเช่นกัน แล้วธุรกิจการท่องเที่ยวพอกลับมาแล้วก็กลับมาเร็วและแรงกว่าเดิม เรายังคาดไม่ถึงเลยว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้ แม้กระทั่งตลาดจีนที่เราคาดการณ์เอาไว้ว่าน่าจะเป็นไตรมาสที่สอง แต่ว่าตอนนี้ก็เริ่มกลับเข้ามาบ้างแล้ว”

Napasin Samkaewcham / BBC Thai

Napasin Samkaewcham / BBC Thai

แม้ว่าการเปิดประเทศของจีนจะเกิดขึ้นท่ามกลางการจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิดกำลังขึ้นสู่จุดสูงสุด ทำให้บางประเทศออกมาตรการตรวจโควิดกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน แต่ประเทศไทยออกมาตรการสวนทางกับหลายประเทศ โดยเน้นการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับทุกประเทศ

“ไม่ว่าเราจะเอาสายพันธุ์ไหนก็ตามเข้ามาในภูเก็ต คำถามคือถ้าภูเก็ตเปรียบเสมือนคนคนหนึ่ง ถ้าเราเตรียมตัวดี ฉีดวัคซีน ไม่ว่าโรคอะไร มาก็ทำอะไรเราไม่ได้ อันนี้เป็นิ่งที่เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งในระบบ ภูเก็ตมีการคุ้มกันมากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้แล้ว” ธนวัตกล่าว

ธนวัตกล่าวเสริมว่าตอนนี้หากใครามีความกังวลควรได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ส่วนโรงพยาบาลควรเตรียมยารักษาโรคให้พร้อม และที่สำคัญคือสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ที่จีนในตอนนี้เป็นสายพันธุ์ที่เคยแพร่ระบาดในไทยมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเอาโรคเดิมกลับมาในที่ที่เคยเกิดการระบาดไปแล้วก็ไม่มีผลอะไร

“เรากลับมาดูเรื่องอื่นดีกว่า เช่นการรองรับนักท่องเที่ยว เป็นเจ้าบ้านที่ดี การสร้างระบบการขนส่งที่ดีให้เค้ามาเที่ยวแล้วประทับใจจนต้องกลับมาใหม่”

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว