รัสเซีย ยูเครน : ชาติพันธมิตรทั่วโลกมอบอาวุธยุทโธปกรณ์แบบไหนให้ยูเครน

 

Artillery in Ukraine

ที่มาของภาพ, Getty Images

ยูเครนเรียกร้องต่อนานาชาติอีกครั้ง ให้ช่วยส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้น เพื่อใช้ต้านทานกองทัพรัสเซียที่กำลังรุกหนักในภาคตะวันออก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวต่อที่ประชุมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ว่า “เราต้องทำลายความได้เปรียบในเรื่องปืนใหญ่ของรัสเซีย เราต้องการระบบอาวุธที่ทันสมัยกว่านี้มาก ๆ” ผู้นำยูเครนยังเตือนว่าหากไม่ได้อาวุธตามแบบที่ต้องการ ชาติสมาชิกนาโตก็คงต้องเผชิญสงครามกับรัสเซียด้วยตนเอง ในอนาคตอันใกล้นี้

ปัจจุบันมีกว่า 30 ประเทศ ที่ส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้ยูเครน แต่บรรดาอาวุธหนักนั้นส่งมาถึงล่าช้า จนในบางพื้นที่กองกำลังยูเครนมีสรรพาวุธน้อยกว่าฝ่ายรัสเซียอยู่มาก

ประเทศไหนให้อาวุธยูเครนมากที่สุด

ในแง่ของมูลค่าความช่วยเหลือแล้ว สหรัฐ ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครนมากที่สุดในโลก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและโปแลนด์เป็นอันดับที่สองและสาม

ผู้บริจาคความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนรายใหญ่ที่สุด

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เข้าดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมของปีนี้ สหรัฐ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครนแล้วทั้งสิ้น 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสหราชอาณาจักรได้มอบความช่วยเหลือทางทหารไปแล้ว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเตรียมจะส่งให้อีก 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีกไม่ช้า

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนก็ยังเรียกร้องเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีก โดยอ้างว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับการป้องกันประเทศนั้นสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ระบบอาวุธหลักมีอะไรบ้าง ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารมักกล่าวว่า ชัยชนะในสมรภูมินั้นต้องอาศัยการเลือกใช้อาวุธหลากหลายชนิด รวมทั้งการฝึกฝนเหล่าทหารให้มีทักษะการใช้อาวุธ รวมไปถึงการมีอะไหล่สำรองและการสนับสนุนอื่น ๆ

พลเอกมาร์ก มิลลีย์ ประธานเสนาธิการร่วมของกองทัพสหรัฐ กล่าวว่า “ไม่มีระบบอาวุธไหนเป็นของวิเศษ เหมือนอย่างกระสุนเงินที่ใช้ปราบปีศาจได้ทั้งหมด” แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สงครามในยูเครนได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ระบบอาวุธบางชนิดมีบทบาทสำคัญในการตัดสินแพ้ชนะอย่างยิ่ง

จรวดพิสัยไกล

ในขณะที่หลายพื้นที่ของยูเครนถูกถล่มโจมตีอย่างหนัก บรรดานักวิเคราะห์มองว่ากองกำลังยูเครนจำเป็นต้องมีปืนใหญ่และเครื่องกระสุนเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันฐานที่มั่นและเมืองสำคัญที่มีอยู่เอาไว้ให้ได้



ระบบยิงจรวดไฮมาร์ส (HIMARS)

ปัจจุบันคาดว่ายูเครนมีเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องเพียง 10 เครื่อง ที่ได้จากการสนับสนุนของสหรัฐ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี โดยถูกส่งมาถึงมือกองทัพยูเครนแล้วบางส่วน แต่อีกหลายเครื่องยังอยู่ระหว่างการจัดส่ง ซึ่งยูเครนเรียกร้องขอระบบอาวุธชนิดดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพราะจำเป็นต้องใช้มากกว่านี้เพื่อสกัดกั้นการบุกของรัสเซีย

ในกรณีนี้อาวุธที่สหรัฐ จัดสรรให้ยูเครน คือระบบยิงจรวดด้วยปืนใหญ่เคลื่อนที่คล่องตัวสูง M142 หรือที่เรียกว่า “ไฮมาร์ส” (HIMARS) ซึ่งระยะการยิงทำลายเป้าหมายนั้นขึ้นอยู่กับเครื่องกระสุนที่ใช้ด้วย

แต่น่าเสียดายว่าผู้บริจาคชาติตะวันตกไม่ได้มอบเครื่องกระสุนพิสัยไกลระดับสูงสุดมาให้ โดยปัจจุบันยูเครนได้รับมอบระบบไฮมาร์สที่ใช้เครื่องกระสุนยิงได้ไกลราว 70 กิโลเมตร ซึ่งพอกับระบบยิงจรวดพิสัยไกล Smerch ของรัสเซีย แม้ว่าระบบไฮมาร์สจะมีความแม่นยำสูงกว่าก็ตาม

พิสัยยิงของเครื่องกระสุนแบบต่าง ๆ

ปืนใหญ่วิถีโค้ง

สหรัฐ ออสเตรเลีย และแคนาดา ได้จัดส่งปืนใหญ่วิถีโค้ง (Howitzer) รุ่น M777 จำนวน 100 ตัว รวมทั้งเครื่องกระสุนขนาด 155 มม. จำนวน 300,000 ตับให้กับยูเครน โดยระยะการยิงของปืนใหญ่วิถีโค้งรุ่นนี้ ถือว่าสูสีกับ Giatsint-B ของรัสเซีย แต่ก็ยิงได้ไกลกว่าปืนใหญ่ชนิดลากจูง D-30 ของรัสเซียมาก

อย่างไรก็ตามการที่ยูเครนขาดแคลนกระสุน 152 มม. ซึ่งใช้กับอาวุธที่มีอยู่เดิมจากยุคสหภาพโซเวียต ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้อาวุธมาตรฐานนาโตแทน ซึ่งอาวุธของชาติตะวันตกเหล่านี้ใช้เครื่องกระสุน 155 มม. ทำให้เกิดความยากลำบากในการปรับเปลี่ยนไม่น้อย ซ้ำยังเกิดปัญหาขาดแคลนเครื่องกระสุนรุ่นใหม่ในหลายพื้นที่อีก

ปืนใหญ่วิถีโค้ง M777

โจนาธาน บีล ผู้สื่อข่าวการทหารของบีบีซีมองว่า พันธมิตรชาติตะวันตกตอบสนองความต้องการเรื่องอาวุธหนักของยูเครนได้ล่าช้า เนื่องจากประเมินความจำเป็นเร่งด่วนของยูเครนที่ต้องใช้อาวุธชนิดนี้ป้องกันประเทศต่ำไป และแม้ว่าในภายหลังจะเริ่มมีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นแล้วก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้อาวุธแบบใหม่ของชาติตะวันตกทำให้ต้องยุ่งยากในการฝึกทหาร เพื่อเรียนรู้ทักษะการใช้และซ่อมบำรุงอาวุธที่ซับซ้อนกว่าเดิม

ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธแบบใหม่ของชาติตะวันตกยังออกแบบมาเพื่อใช้กับสงครามในยุโรป ซึ่งเน้นการทำลายเฉพาะเป้าหมายสำคัญด้วยความแม่นยำสูง มากกว่าจะมุ่งสังหารผลาญบุคคลและสถานที่ของศัตรูจำนวนมากให้ราบคาบ ซึ่งกลยุทธ์แบบหลังที่เน้นจำนวนตัวเลขนี้ เป็นลักษณะของสงครามที่ตรงกับศึกรัสเซีย-ยูเครน ในปัจจุบันมากกว่า ทำให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ของชาติตะวันตก ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่แท้จริงของยูเครนเสียที

อาวุธต่อต้านรถถัง

มีการจัดส่งอาวุธต่อต้านรถถัง NLAW ซึ่งเป็นเครื่องยิงขีปนาวุธแบบประทับบ่าที่สามารถทำลายเป้าหมายได้ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียว ให้กับยูเครนแล้วถึง 50,000 กระบอก โดยอาวุธชนิดนี้มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการหยุดยั้งไม่ให้กองทัพรัสเซียรุกเดินหน้าเข้าถึงกรุงเคียฟในช่วงต้นของสงคราม

อาวุธต่อต้านรถถังน้ำหนักเบารุ่นใหม่ (NLAW)

รถถัง

ยูเครนได้รับรถถัง T-72M1 กว่า 230 คัน จากโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก โดยเป็นรถถังรุ่นที่ออกแบบภายใต้ความร่วมมือตามสนธิสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact) ระหว่างสหภาพโซเวียตกับชาติในยุโรปตะวันออกเมื่อหลายสิบปีก่อน

รถถัง T-72M1

กองทัพยูเครนคุ้นเคยกับการใช้รถถังรุ่น T-72 มาหลายทศวรรษ มีทั้งอะไหล่สำรองและความสามารถในการซ่อมบำรุงพร้อมสรรพ ทหารยูเครนส่วนใหญ่ก็มีความเชี่ยวชาญในการใช้รถถังรุ่นนี้

นอกจากรถถังแบบสหภาพโซเวียตข้างต้นแล้ว สหราชอาณาจักรยังส่งมอบรถถังรุ่นใหม่ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแก่กองทัพยูเครน ซึ่งก็คือรถถังรุ่น Challenger 2 นั่นเอง

โดรน

ทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครนเริ่มใช้งานโดรนกันมากขึ้นในศึกครั้งนี้ โดยใช้ลาดตระเวน กำหนดเป้าหมาย และขนส่งของหนัก ซึ่งในการนี้รัฐบาลตุรกีได้ขายโดรนรุ่น “เบย์รักตาร์ ทีบีทู” (Bayraktar TB2) ให้กับยูเครนหลายลำ ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตโดรนดังกล่าว ก็ได้บริจาคโดรนของตนผ่านการระดมทุนสาธารณะให้กับยูเครนอีกจำนวนหนึ่ง

โดรน Bayraktar TB2

นักวิเคราะห์มองว่าโดรนของตุรกีรุ่นนี้มีประสิทธิภาพสูง สามารถบินขึ้นได้ถึง 7,600 เมตรเหนือพื้นดิน ก่อนจะร่อนลงทำลายเป้าหมายของศัตรู โดยใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์

เชื่อกันว่าโดรนรุ่นดังกล่าวมีบทบาทในการทำลายเฮลิคอปเตอร์ เรือรบ และขีปนาวุธต่าง ๆ มาแล้ว ทั้งยังสามารถชี้ตำแหน่งของฐานที่มั่นทหารรัสเซีย เพื่อใช้ปืนใหญ่โจมตีอย่างแม่นยำได้อีกด้วย

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ

แม้ยูเครนจะสามารถป้องกันไม่ให้รัสเซียเข้าควบคุมน่านฟ้าของตนได้โดยสมบูรณ์ แต่ยูเครนก็ยังคงเรียกร้องกับชาติตะวันตกอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ระบบป้องกันภัยจากการโจมตีทางอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเก่า

ระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300

คาดกันว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สหรัฐ จะประกาศการส่งมอบ NASAMS ระบบป้องกันภัยซึ่งใช้วิธียิงขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศให้แก่ยูเครน ส่วนประเทศสโลวาเกียก็ได้ส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-300 ให้กับยูเครนเรียบร้อยแล้ว

……..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ