ฝีดาษลิง : พบผู้ป่วยฝีดาษลิงชาวไทย มีประวัติสัมผัสชายต่างชาติ

กรมควบคุมโรคเผยนักท่องเที่ยวไนจีเรียที่พบติดเชื้อฝีดาษลิง ที่ จ.ภูเก็ต มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย แต่ยังตรวจไม่พบเชื้อ ย้ำการได้รับวัคซีนในวงกว้างยังไม่จำเป็น

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว. สาธารณสุข บอกว่า ผู้ติดเชื้อรายนี้ได้เดินทางออกจากภูเก็ตแล้ว จากสัญญาณโทรศัพท์มือถือพบว่าล่าสุดอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว ดังนั้นอาจหลบออกทางชายแดนแล้วหรือไม่ก็ไม่ทราบ ถ้าเขาเดินทางออกจากไทยไปแล้วจริง ก็เป็นผลดีกับเรา และเราต้องแจ้งให้ประเทศเพื่อนบ้านทราบ

“เขามีโทรศัพท์มือถือ แต่เขาไม่รับโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค ทั้งที่เจ้าหน้าที่จะพาตัวมารักษา แต่หนีออกจากโรงพยาบาล” นายอนุทิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่รัฐสภา หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 4 เสร็จสิ้นลง

นายอนุทินกล่าวว่า กรมควบคุมโรค จะแถลงรายละเอียดให้ทราบ 23 ก.ค.นี้

getty

ที่มาของภาพ, Getty Images

ช่วงเช้าของ 22 ก.ค. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกในไทย ที่พบในนักที่ท่องชาวไนจีเรียที่ จ.ภูเก็ต

นักท่องเที่ยวชาวไนจีเรีย วัย 27 ปี คนดังกล่าวไปพบแพทย์ด้วยอาการต้องสงสัยที่เข้าได้กับโรคฝีดาษลิง โดยมีตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ลำตัว แขน ขา และอวัยวะเพศ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ตุ่มที่เกิดขึ้นบนร่างกายส่วนใหญ่ค่อนข้างแห้งแล้ว

โดยกรมควบคุมโรคได้ยืนยันการติดเชื้อรายแรกของประเทศไทยหลังจากส่งตัวอย่างหนองและสิ่งส่งตรวจต่าง ๆ ของผู้ป่วยไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีผลตรวจตรงกันว่าเป็นบวก เมื่อวันที่ 19 ก.ค.

ล่าสุดนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลหลังมีผลยืนยันออกมาว่าติดเชื้อฝีดาษลิง โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่านักท่องเที่ยวมีการเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ 18 ต.ค. ปีที่แล้ว ส่วนสาเหตุของการหลบหนีน่าจะเป็นเพราะการอยู่เกินกำหนดวีซ่า หรือ overstay

นักท่องเที่ยวชาวไนจีเรียเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางทางสุวรรณภูมิ และแจ้งว่าจะไปเชียงใหม่ แต่มาเช่าห้องพักที่ภูเก็ตตั้งแต่ ธ.ค. ของปีที่แล้ว

นพ.โอภาสยืนยันว่า เชื้อฝีดาษลิงพบในไทยเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น

โปรดเปิดการใช้งาน JavaScript หรือบราวเซอร์ต่างออกไป เพื่ดูเนื้อหานี้

หลังจากนั้นคณะกรรมการควบคุมโรค จ.ภูเก็ต ได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการสืบสวนโรคจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย ซึ่งเป็นเพื่อนกับนักท่องเที่ยววัย 27 ปีรายนี้ ทั้ง 2 รายไม่มีอาการเจ็บป่วย และหลังจากที่ส่งตัวอย่างไปตรวจก็ยังไม่พบโรคฝีดาษลิง โดยตอนนี้ได้สั่งให้ทั้ง 2 รายนี้กักตัวให้ครบ 21 วันเพื่อสังเกตอาการ

หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงเพิ่มเติมในสถานบันเทิง 2 แห่งที่ผู้ป่วยได้เข้าไปใช้บริการ พบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงมีอาการไข้และเจ็บคอ 6 ราย และอีก 4 รายไม่มีอาการ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเข้าตรวจสอบแต่ไม่พบว่ามีการติดโรค

กรมควบคุมโรคสั่งให้บุคคลดังกล่าวกักตัวให้ครบ 21 วัน เพื่อสังเกตอาการก่อนจะรายงานต่อองค์การอนามัยโลกถึงกรณีที่เจอในไทย

นพ.โอภาส กล่าวว่าในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้วัคซีนป้องกันฝีดาษลิงในวงกว้าง เพราะการแพร่เชื้อไม่ได้เกิดขึ้นง่ายเหมือนกับไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงเช่นเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการหรือบุคลากรทางการแพทย์ จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกัน

แขนและขาของเด็กหญิงวัย 4 ขวบที่ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในไลบีเรีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

ขณะนี้ยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคฝีดาษลิงโดยตรง แต่เป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งได้แก่ ไข้ ปวดศรีษะ ต่อมน้ำเหลืองบวมโต เจ็บคอ มีตุ่มที่ผิวหนังเป็นตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนอง เกิดขึ้นที่ศรีษะ ลำตัว อวัยวะเพศ และทวารหนัก

ในขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 12,608 ราย ใน 66 ประเทศ ประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สเปน 2,835 ราย เยอรมัน 1,859 ราย สหรัฐอเมริกา 1,813 ราย อังกฤษ 1,778 ราย และฝรั่งเศส 908 ราย

นพ.โอภาส ชี้แจงว่ามาตรการที่มีในตอนนี้คือให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และของ กทม. รวมถึงเจ้าพนักงานควบคุมโรค จัดทำแผนปฏิบัติการ และรายงานสถานการณ์เหตุผู้ต้องสงสัยต่ออธิดีกรมควบคุมโรค โดยเตือนประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนก เพราะโรคไม่ได้มีความรุนแรง

บีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images

อนุทิน ขู่ใช้กฎหมายเนรเทศหลังหลบหนีการรักษา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการควบคุมโรคจากกรณีที่ชายชาวไนจีเรียไม่รับการรักษาว่า ขณะนี้ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ป่วยรายดังกล่าว เพราะเป็นการหลบหนีจากสถานรักษาพยาบาล โดยวันนี้ (22 ก.ค.) เวลา 11.00 น. จะมีการแถลงข่าวและแสดงภาพใบหน้าของผู้ป่วยที่หลบหนี

“รับทราบเรื่องแล้ว ขณะนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัว เพราะหลบหนีการรักษาพยาบาล และในเวลา 11.00 น. วันเดียวกันจะเร่งแถลงข่าว และขึ้นรูปใบหน้าของผู้ป่วยที่หลบหนีทั่วประเทศ และจับกุมตัวให้ได้ เพราะเป็นพฤติกรรมที่แย่และไม่ดี ยืนยันมีบทลงโทษและจะใช้กฎหมายทุกอย่างที่มี รวมถึง พ.ร.บ.โรคติดต่อ มาจัดการ อาจมีการเนรเทศและถูกดำเนินคดี”

กระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

สสจ.ภูเก็ต เผยโทรแจ้งผลเตรียมไปรับตัวจากที่พักแต่ปิดโทรศัพท์หนี

อย่างไรก็ตาม จากการแถลงของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ให้ข้อมูลว่าชายไนจีเรียรายนี้ ไม่ยอมรับการรักษาตัว หลังจากกลับไปกักตัว ณ ที่พักเพื่อรอผลการตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการ โดยเมื่อผลตรวจออกในเย็นวันที่ 18 ก.ค. ทางเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์เพื่อจะรับตัวมารักษา แต่ผู้ป่วยปฏิเสธและปิดโทรศัพท์

“ผู้ป่วยไม่ได้นอน รพ .เนื่องจากไม่มีอาการมาก มีแค่ผื่น และไข้ จึงรักษาแบบผู้ป่วยนอก และกลับไปกักตัวที่คอนโด พอวันที่ 18 ก.ค. รพ. โทรไปแจ้งผลเพื่อนำตัวมารักษาที่ รพ.วชิระภูเก็ต แต่เมื่อโทรไปอีกครั้งก็ปิดโทรศัพท์ จากนั้น สสจ. จึงประสานกับตำรวจภูธรมาติดตาม จึงทราบว่าเดินทางไปพักที่ย่านป่าตอง แต่ปรากฏภาพครั้งสุดท้ายคือ วางกุญแจไว้ที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมและเดินทางออกไปเมื่อเวลา 21.00 น. และยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด” นพ. กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุ

กระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

สสจ. ภูเก็ต บอกด้วยว่า ฝีดาษลิงเป็นโรคเฝ้าระวังสามารถดำเนินคดีได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่หนักเท่าโรคติดต่ออันตราย อย่างไรก็ตาม ทาง สสจ. ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจกระทู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พล.ต.ต. เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่ามีการติดต่อกับชาวไนจีเรียรายนี้ผ่านแอปพลิเคชั่นวอทแอปส์ โดยรับปากว่าจะเข้ามารักษาตัว แต่อาจจะเป็นไปได้ว่านักท่องเที่ยวรายนี้อยู่ในไทยเกินกว่ากำหนดหรือโอเวอร์สเตย์ จึงไม่กล้าเข้ามารักษาตัว โดยจากข้อมูลพบว่าเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564

…..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว