เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สำนักพิมพ์มติชนชวน เปิดหลักฐานก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

21 มิ.ย. 2569 | 00:16น.

สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการเสวนาพูดคุยในงาน  “2475 ON AIR พระสงฆ์ องค์เจ้า กับเช้าวุ่นๆ ในวันปฏิวัติ” ร่วมเสวนาในหัวข้อ เสวนา “2475 คลื่นเสียง – ปฏิวัติสะเทือน” เปิดหลักฐานและมุมมองต่อเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ผ่านบันทึกของสมาชิกคณะราษฎร ควบคู่กับการตีความของนักวิชาการที่ศึกษาผลกระทบของเหตุการณ์ต่อพัฒนาการทางการเมืองและสังคมไทยในระยะยาว

พร้อมสำรวจบทบาทของเทคโนโลยีวิทยุกระจายเสียงในยุคคณะราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการเผยแพร่อุดมการณ์ สร้างความชอบธรรมแก่ระบอบใหม่ และหล่อหลอมสำนึกทางการเมืองของประชาชนภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสมัยใหม่

จากหนังสื่อ 2475 บุกวังวันปฏิวัติรวบรวมบันทึกของพระประศาสน์พิทยายุทธ, ขุนศรีศรากร และหลวงศุภชลาศัย

บรรณาธิการต้นฉบับและบทนำโดย นริศ จรัสจรรยาวงศ์ และหนังสือ เรดิโอสร้างชาติ โดย ศรัญญู เทพสงเคราะห์ร่วมเสวนาโดย รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ, ผศ. ดร. ศรัญญู เทพสงเคราะห์, ผศ.ดร.ณัฐพล ใจจริง และนริศ จรัสจรรยาวงศ์ ณ ห้องร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

นริศ จรัสจรรยาวงศ์ กล่าวว่า มีเอกสารปฐมภูมิ ที่หายไปจากไทยประมาณ 80 ปีแล้ว คณะราษฎร เป็นที่น่าสนใจว่าทำไมอาจารย์ปรีดีถึงเลือกคำว่าราษฎรมากกว่าคำว่าประชาชน เพราะในปีนั้นคำว่าประชาชนและราษฎรมีบรรจุอยู่ใน Dictionary แล้ว ข้อสันนิษฐานของผมคืออาจารย์ปรีดีตอนนั้น ตั้งคณะราษฎร ในปีนี้จะครบ 99 ปี ที่ทั้ง 7 คนได้ร่วมชุมนุมกัน ที่ ฝรั่งเศส ในปี 2469 ในปฏิทินเก่าหรือปฏิทินใหม่คือปี 2470 ปีหน้าจึงจะครบ 100 ปี 2 คนที่มีบทบาทมากๆในเรื่องนี้หนึ่งในนั้นคือลูกชาวนาอย่างอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ อีกคนนึงคือลูกชาวสวนนนทบุรีคือจอมพลปพิบูลสงครามอีก 5 คนที่เหลือนั้นมีฐานะ หลังจากพวกเขาไปเรียนที่ฝรั่งเศส เมื่อกลับมาประเทศไทยหลังจากนั้น 5 ปีจึงเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 2475 มีแรงผลักดันแรงจูงใจมากมายที่ทำให้พยายามที่จะก่อการ ฝั่งบุ๊นคืออาจารย์ปรีดีพนมยงค์ และฝั่งบู๊คือจอมพลปพิบูลสงครามจับมือกันเปลี่ยนแปลงการปกครอง

นริศ  กล่าวต่อว่า ถ้าเข้าไปในตัวบทเฉพาะในส่วนของผมนั้น ผมจะแนะนำเอกสารชั้นต้น ที่หายสาบสูญไปจากโลกหนังสือประมาณ 80 ปี ผมคิดว่ามันน่าจะนำกลับมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง หนังสือเล่มนี้จะให้ภาพตัวละครอื่นๆ ในช่วง 2475 เช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ผ่านเรื่องราวจากหลักฐานเอกสารชั้นต้น บันทึกของผู้ก่อการทั้ง 3 ได้แก่ พระประศาสน์พิทยายุทธ ขุนศรีศรากร และหลวงศุภชลาศัย ซึ่งต่างได้รับภารกิจสำคัญในปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตั้งแต่การเข้าควบคุมตัวบุคคลสำคัญ การยึดพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ ไปจนถึงภารกิจอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่  7) เสด็จฯ กลับจากวังไกลกังวล เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังเหตุการณ์ที่มักถูกเล่าอย่างกระชับในตำราเรียน แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรายละเอียดและการตัดสินใจที่อาจส่งผลต่อทิศทางของประเทศได้อย่างมหาศาล

“ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคณะราษฎร แต่หลักฐานชั้นต้นทั้งหมดเปรียบเสมือนวรรณกรรมพยานที่บอกเล่าเรื่องราวของการปฏิวัติ 2475”

ผศ.ดร.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ กล่าวว่า หนังสือเรดิโอสร้างชาติ เป็นส่วนขยายของ 2475 ไอเดียของรากฐานประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญนั้น เริ่มมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 อย่างไรก็ตามมันไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก เราจะเห็นการเคลื่อนไหวต่างๆเรื่อยมา มีการเคลื่อนไหวของนักหนังสือพิมพ์ที่ วิจารณ์ระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยพวกปัญญาชนสยาม คลื่นการเปลี่ยนแปลงมาในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อเราต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ที่กระทบต่อรัฐบาลสยาม เรื่องการเงินการคลัง กระทบต่อคนจำนวนมาก กระทบต่อผู้คนที่จ่ายภาษี คือพวกชาวนาและชนชั้นกลาง สุดท้ายแล้วปัญหาเหล่านี้ระเบิดออกมาในรูปแบบของฎีกา

สมาชิกคณะราษฎร 100 คนส่วนใหญ่ เป็นบุคคลที่เติบโตในเมืองไทย ไม่ใช่แค่นักเรียนนอก ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มีบุคคลที่ไม่สามารถเติบโตได้ในระบอบนี้ เพราะระบอบนี้ให้ความสำคัญกับชนชั้น ชาติกำเนิด หากคุณไม่เกิดเป็นเจ้า คุณก็ไม่สามารถเติบโตเป็นเจ้ากระทรวงได้ ถึงแม้ว่าเป็นคนที่เก่งมากๆมีการศึกษาสุดท้ายแล้วคุณก็จะต้อง ไปอยู่ นอกวง ราชการ เราจึงเห็นการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบเก่า ผ่านทางหน้าหนังสือพิมพ์ ฎีกา งานวรรณกรรมต่างๆ ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นนัยยะสำคัญก่อนที่สุดท้ายจะเกิดเป็น 2475

 ต่อมาเรามีการรับเทคโนโยลีใหม่ๆ เข้ามา  “หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง” เวทีเสวนาได้ชวนมองต่อไปถึงคำถามสำคัญว่า คณะราษฎรสร้างความชอบธรรมและสื่อสารอุดมการณ์ของระบอบใหม่กับประชาชนอย่างไร หนึ่งในคำตอบสำคัญคือ “วิทยุกระจายเสียง” ซึ่งกลายเป็นเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ที่มีบทบาทอย่างมากในการสร้างความเข้าใจเรื่องชาติ ประชาธิปไตย และความเป็นพลเมือง

หนังสือ “เรดิโอสร้างชาติ” ผลงานของผศ.ดร.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ ชี้ให้เห็นว่า วิทยุไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเผยแพร่ข่าวสาร แต่เป็นพื้นที่ที่รัฐใช้ประกอบสร้างความหมายใหม่ของคำว่า “ชาติ” ให้เชื่อมโยงกับ “ประชาชน” ผ่านรายการวิทยุ เพลงชาติ เพลงปลุกใจ และวัฒนธรรมสมัยนิยมรูปแบบต่างๆ ที่แพร่กระจายเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้คน

เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม บทบาทของวิทยุกระจายเสียงยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในฐานะเครื่องมือสร้างชาติ รัฐไม่ได้ใช้วิทยุเพียงเพื่อประชาสัมพันธ์นโยบาย แต่ยังใช้ในการกำหนดภาพลักษณ์ของพลเมืองไทยสมัยใหม่ ตั้งแต่เรื่องภาษา การแต่งกาย วัฒนธรรม ไปจนถึงการปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นชาติ ผ่านเสียงเพลง รายการบันเทิง และการกระจายข่าวสารอย่างเป็นระบบ วิทยุจึงกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงรัฐสมัยใหม่เข้ากับชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วประเทศ และทำให้แนวคิดเรื่องชาติถูกส่งผ่านไปพร้อมกับเสียงที่ดังออกจากเครื่องรับวิทยุในทุกครัวเรือน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สำนักพิมพ์มติชน