สำนักพิมพ์มติชนชวนศึกษา “บารมีพระป่ากับวัดปาฏิหาริย์” เกี่ยวโยงการเมืองไทย
สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการเสวนาพูดคุยในงาน “2475 ON AIR พระสงฆ์ องค์เจ้า กับเช้าวุ่นๆ ในวันปฏิวัติ” ในเวลา 13.30 น. ร่วมเสวนาในหัวข้อ “บารมีพระป่ากับวัดปาฏิหาริย์”เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัดสายพระป่าของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต กับราชสำนักไทย ชุมชน และโครงสร้างอำนาจของคณะธรรมยุติกนิกาย ผ่านร่องรอยทางประวัติศาสตร์และพื้นที่วัดสำคัญในกรุงเทพฯ รวมถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบภายในวัด ซึ่งสะท้อนบทบาทของศาสนาในฐานะทั้งศูนย์กลางศรัทธาและกลไกเชื่อมโยงอำนาจทางสังคมและการเมืองไทย
ร่วมเสวนาโดย ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ ผู้เขียนหนังสือ เสกวัดปาฏิหาริย์: อํานาจพุทธสถานใน(การ)เมืองไทย , สพล องค์พิเชฐเมธา ผู้เขียนหนังสือ “บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง” และ ผศ.ดร.ประกีรติ สัตสุ ดำเนินรายการโดย ผศ. อัครพงษ์ ค่ำคูณ ณ ห้องร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ศ.ดร.ชาตรี กล่าวว่า เดิมทีไม่ได้คิดจะทำเล่มนี้โดยตรง แต่เป็นการรวบรวมบทความที่มีระยะยาวนานกว่า 10 ปีที่เขียนเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สถาปัตยกรรมต่างๆ จึงมีกลุ่มอาคารอยู่กลุ่มหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับวัด เราสนใจและเข้าไปศึกษา เมื่อเข้าไปศึกษาโดยตรงแล้ว จะมีแนววิเคราะห์อยู่ 2-3 อย่างที่พูดถึงประวัติของวัด ในแง่ว่าวัดมีความสำคัญอย่างไรทางประวัติศาสตร์ กระแสหลัก กลุ่มที่ 2 คือการวิเคราะห์ถึงรูปแบบศิลปกรรม งานประเภทประวัติศาสตร์ศิลปะ อธิบาย Element ชื่อเรียกของมัน อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตย์คือ การอธิบายทางสุนทรียศาสตร์ ว่ามีความงามอย่างไร วิเคราะห์เรื่องการออกแบบ Space เมื่อหาข้อมูลจากเอกสารชั้นต้นเอกสารตามหอจดหมายเหตุต่างๆ ภาพข่าว การลงพื้นที่สำรวจเอง พบว่า มีเรื่องบางอย่างที่โดดเด่นเห็นชัดมาก แต่คนไม่ค่อยพูดถึง คือเรื่องการก่อรูปขึ้นของวัดศิลปกรรมต่างๆ ต้องมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

ศ.ดร.ชาตรี กล่าวต่อว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้วัดแรกที่สนใจทำคือวัดพระศรีมหาธาตุซึ่งถูกเรียกว่าวัดประชาธิปไตยยุคแรก เราพบว่ามีความเกี่ยวโยงกับ 2475 และสิ่งต่างๆ อีกมากมาย โลเคชั่นที่ตั้งก็เกี่ยวข้องกับทุ่งบางเขนโบสถ์ กบฏบวรเดช นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราเห็นได้ว่าวัดมีมิติเกี่ยวข้องกับการเมือง เมื่อมาเป็นคอลัมนิสต์เรามีซีรีย์ที่เขียนอยู่เกี่ยวกับเรื่องวัด ทำให้เราสามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมา ลงในหนังสือได้ให้เป็นภาพชัดมากกว่าการเป็นบทความ
“แต่ละบทในหนังสือมีบทความย่อยๆอยู่ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน ช่วงการพยายามวิเคราะห์การเมือง ช่วงก่อนการปฏิรูปมาสู่ความเป็นสมัยใหม่ สมัยรัชกาลที่ 4 ที่ 5 วัดจะเกี่ยวข้องกับการเมืองในรูปแบบหนึ่ง ช่วงต่อมา เมื่อเข้าสู่ช่วงปฏิรูปประเทศนั้นประมาณรัชกาลที่ 4 5 ยาวมาจนถึง 2520 ธีมของมันคือการก่อรูปของวัดสมัยใหม่ เกี่ยวข้องระหว่างรัฐกับวัด ช่วงสมบูรณ์อณาญาสิทธิราชย์สมัยใหม่ และต่อมา รัฐและเรื่องทุนนิยม จะเล่าตั้งแต่ช่วง 2,520 เป็นต้นมา เป็นปรากฏการณ์ของการออกแบบวัดสมัยใหม่ บทนี้พยายามจะวิเคราะห์เรื่องราวของกว่าจะเป็นสายมูในปัจจุบันมีรากฐานความคิดพัฒนาการ ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับความเชื่ออย่างเดียว แต่มันมีการสนับสนุนจากภาครัฐ เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกิจการเมือง”

สพล กล่าวว่า หนังสือ “บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง” พัฒนามาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ธรรมศาสตร์แห่งนี้ จุดเริ่มต้นคือ ผม ได้มีโอกาสไปบวชอยู่ช่วงหนึ่ง ในแง่ของตัวเอง คือการเรียนรู้พระศาสนา แต่อีกด้านหนึ่งคือเราได้เรียนรู้ความเป็นไป ในคณะสงฆ์ ได้รู้ว่า สิ่งที่พระสงฆ์ได้ปฏิบัติในแต่ละวันเป็นอย่างไร เมื่อเราออกมาแล้ว มาเรียนปริญญาโทสาขาประวัติศาสตร์ จึงเลือกที่จะทำเรื่องพระ ในวิชาหนึ่งเราได้อ่านวรรณกรรมชีวประวัติของหลวงปู่มั่น เมื่อได้อ่านแล้วทำให้เชื่อมโยงไปว่าวงพระป่าของหลวงปู่มั่นมีอีกหลายอย่างให้ได้ศึกษา ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีนักวิชาการหลายท่าน มีการศึกษาไว้หลายส่วน เราคิดว่ายังมีส่วนที่เราสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ จึงวนมาที่การทำเรื่องพระป่า
“หัวข้อเรื่องพระป่าน่าสนใจเพราะ เราเชื่อว่าทุกคนมีภาพจำต่อพระป่า โดยเฉพาะพระป่าหลวงปู่มั่นและลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก มีอิทธิพลมีบารมีในสังคมไทยอย่างมากได้รับความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก กว่าที่ท่านจะได้รับความเคารพศรัทธาแบบนี้มีจุดเริ่มต้นอย่างไรสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆสิ่งที่เราศึกษาคือการย้อนกลับไปศึกษาถึงต้นกำเนิดของหลวงปู่มั่น ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เชื่อมโยง คณะธรรมยุต ศึกษาพัฒนาการต่อมา จนออกบวชออกเผยแผ่ศาสนา ตั้งแต่ช่วงสร้างรับสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ท่านก็อยู่ในช่วงนั้นช่วง 2475 ท่านก็อยู่ในช่วงนั้น หลวงปู่มั่นมรณภาพในช่วง 2490 เพื่อเลยเข้ามาในช่วงสงครามเย็นแล้ว ลูกศิษย์ของท่านในวงพระป่าก็อยู่ในช่วงนั้น ดังนั้นการศึกษาชีวประวัติพระป่าสายหลวงปู่มั่นจะทำให้เราได้เห็นถึง พัฒนาการของคณะสงฆ์ในภาพรวม หนังสือเล่มนี้ นอกจากจะได้ศึกษาวงศ์พระป่าสายหลวงปู่มั่นแล้ว เหมือนได้เติมเต็มจิ๊กซอว์ที่แสดงภาพรวมประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ให้ชัดเจนขึ้น”

“อีกประเด็นคือคณะสงฆ์เป็นสถาบันทางสังคมที่สำคัญและมีบทบาทอีกสถาบัน ในด้านหนึ่ง หากเราพูดถึงทางเลือกจิตวิญญาณศาสนาจะมีประโยชน์คุณค่าในแบบหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่สามารถตัดขาดคณะสงฆ์ ออกจากปัจจัยทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมได้ หนังสือเล่มของอาจารย์ชาตรี ศึกษา สถาปัตยกรรมพื้นที่ส่วนหนังสือเล่มนี้ก็ศึกษาในอีกด้านหนึ่ง การศึกษาแบบนี้ไม่ได้ทำให้ลดทอนด้านศาสนาเมื่อเรามองดูปัจจุบันเราสามารถทำความเข้าใจในปัจจุบันได้มากขึ้น สามารถคิดต่อไปในอนาคตด้วยว่า พุทธศาสนาในประเทศไทยจะเดินไปอย่างไรเพื่อให้มีความยั่งยืนต่อไป” สพล กล่าว
ผศ.ดร.ประกีรติ กล่าวว่า ผมได้อ่านหนังสือ 2 เล่มนี้แล้วผมคิดว่าสำหรับพวกเราทุกคน การอ่านประวัติศาสตร์ไม่ได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจอย่างเดียวแต่เราอ่านเพื่อสะท้อนมองตนเอง แล้วทำความเข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นทำไมจึงเกิด สิ่งที่เราเห็นอยู่ต่อหน้าเป็นเช่นนี้ และสามารถที่จะเดินก้าวต่อไปได้อย่างไร ในความเข้าใจอันนี้ที่ผ่านมา หนังสือเล่มนี้คือหนังสือที่เติมเต็มซึ่งกันและกัน ทั้งสองเล่มนี้มีความเชื่อมโยงกัน คือการพูดถึงวัดในช่วง 2475 และวัดในปัจจุบัน และวงการพระป่า ทั้งสองเรื่องเชื่อมโยงมาจนถึงปัจจุบัน
หนังสือ เสกวัดปาฏิหาริย์: อํานาจพุทธสถานใน(การ)เมืองไทย โดย ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ และหนังสือ บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง โดย สพล องค์พิเชฐเมธา สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่สำนักพิมพ์มติชน
