เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ได้ไม่เกิน 15 เท่า ย้ำเริ่มใช้ปี’70
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ’ ได้ไม่เกิน 15 เท่า ย้ำเริ่มใช้ปี’70
ออมสิน หนุนธุรกิจแฟรนไชส์ ชี้ GSB Smart Franchise ช่วยเข้าถึงสินเชื่อรวมกว่า 600 ล้าน
Finance ออมสิน หนุนธุรกิจแฟรนไชส์ ชี้ GSB Smart Franchise ช่วยเข้าถึงสินเชื่อรวมกว่า 600 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
ศุลกากร ตรวจยึดงาช้างข้ามชาติ ซุกในไม้แปรรูป มูลค่ากว่า 155 ล้านบาท
News ศุลกากร ตรวจยึดงาช้างข้ามชาติ ซุกในไม้แปรรูป มูลค่ากว่า 155 ล้านบาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.80 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.80 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
สงคราม AI กำลังกลายเป็น ‘สงครามพลังงาน’
World สงคราม AI กำลังกลายเป็น ‘สงครามพลังงาน’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.07% อยู่ที่ 80,125 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.07% อยู่ที่ 80,125 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (27 ต.ค.) เตือนใต้ฝนหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นสูงเกิน 2 เมตร
News พยากรณ์อากาศ (27 ต.ค.) เตือนใต้ฝนหนักถึงหนักมาก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน คลื่นสูงเกิน 2 เมตร
ครม.เคาะแจก ‘โซลาร์ล้านครัวเรือน’ ใช้เงินกู้แสนล้าน
Politics ครม.เคาะแจก ‘โซลาร์ล้านครัวเรือน’ ใช้เงินกู้แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ทบทวนพระดำรัส “สมเด็จพระสันตะปาปา” ทรงบอกอะไรกับชาวไทยบ้าง

25 พ.ย. 2562 | 15:22น.
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนประเทศไทย นำความปลื้มปีติมาสู่คริสตชนคาทอลิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ในระหว่างเยือนประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน สมเด็จพระสันตะปาปาทรงมีพระดำรัสแก่ผู้เฝ้ารับเสด็จ ซึ่งมีการเผยแพร่แก่สาธารณะ 2 ครั้ง ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ครั้งแรก ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล และครั้งที่สอง ณ สนามศุภชลาศัย


พระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปาที่ประทาน ณ ทำเนียบรัฐบาล มีประเด็นสำคัญที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงบอกกับนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต และพวกเราชาวไทย 8 ประเด็น ดังที่สรุปได้ต่อไปนี้

1.แสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้ผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญในการกลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย

2.ปัญหาของโลกในปัจจุบันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก ส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติ และเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความตั้งใจจริงและความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อแก้ปัญหา

3.ปัจจุบันเราให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการเงิน โดยมองข้ามมิติด้านจิตวิญญาณและคุณค่าความเป็นมนุษย์ แต่หากเราให้ความเคารพและยอมรับคุณค่าความแตกต่างในตัวเพื่อนมนุษย์ เราก็จะสร้างโลกที่แตกต่างและดีขึ้นเพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไปได้

4.ชาวคาทอลิกในประเทศไทยจะพยายามสนับสนุนอัตลักษณ์ความเป็นไทย และจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ไม่ปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงเสียงเรียกร้องของพี่น้องที่ปรารถนาจะหลุดพ้นจากความยากจน ความรุนแรง และความอยุติธรรม

5.แผ่นดินไทยคือแผ่นดินแห่งอิสรภาพ ซึ่งอิสรภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสามารถเติมเต็มความรับผิดชอบที่มีต่อกัน เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้น จำเป็นที่จะต้องพยายามให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการศึกษา อาชีพการงาน และบริการด้านสุขภาพ เพื่อที่จะสามารถบรรลุการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สมบูรณ์และยั่งยืน

6.เรื่องผู้อพยพ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอพยพย้ายถิ่นฐาน แต่อยู่ที่สถานการณ์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอพยพ ซึ่งเป็นปัญหาด้านจริยธรรมที่สำคัญยิ่งในยุคสมัยของเรา ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการด้วยความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่ผลักดันให้ประชาชนต้องหลบหนีออกจากประเทศของตน และส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย มีการจัดการและมีการควบคุม

7.ปีนี้ครบรอบ 30 ปี “อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก” เป็นโอกาสดีที่เราจะไตร่ตรองและดำเนินการด้วยความตั้งใจ และความเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิต พัฒนาการด้านสังคม สติปัญญา โอกาสทางการศึกษา รวมทั้งการเติบโตทางด้านกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณของเยาวชน ซึ่งอนาคตของประชากรของเราขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราจะรับประกันให้เยาวชนได้ดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในอนาคต

8.ณ ปัจจุบัน สิ่งที่สังคมของเราต้องการมากกว่ายุคสมัยใด ๆ คือ ผู้ส่งเสริมให้เกิด “ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” ผู้ที่มีความตั้งใจจริงที่จะทำให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อให้มนุษยชาติดำเนินชีวิตในความยุติธรรม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสมัครสมานสามัคคี

สำหรับพระดำรัสที่สมเด็จพระสันตะปาปาประทาน ณ ทำเนียบรัฐบาล มีเนื้อความว่า

“เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้นำบริหารบ้านเมือง ผู้นำศาสนา สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ข้าพเจ้าขอขอบคุณที่ท่านได้ให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าในการที่ได้มาอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย ทั้งยังได้ดำเนินการอำนวยความสะดวกแก่ข้าพเจ้าและคณะ เพื่อให้ได้มาเยือนผืนแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย และยังเป็นประเทศที่ยังคงรักษามรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม อันได้แก่วัฒนธรรมการให้การต้อนรับ ซึ่งข้าพเจ้าได้ประสบด้วยตัวเอง และปรารถนาที่จะเป็นพยานยืนยันถึงสิ่งนี้ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างประเทศและประชาชนทั่วโลก

ท่านนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับการต้อนรับและคำปราศรัยของท่าน ช่วงบ่ายวันนี้ข้าพเจ้าจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้เข้าเฝ้าเพื่อกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงเชิญให้ข้าพเจ้ามาเยือนราชอาณาจักรไทย

ข้าพเจ้าขอยืนยันอีกครั้งถึงความปรารถนาดีของข้าพเจ้าที่มีต่อราชอาณาจักร และต่อรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอแสดงความเคารพอย่างสูงต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ข้าพเจ้ารู้สึกยินดียิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะท่าน ผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองบริหารประเทศ ผู้นำทางศาสนา และสังคม ผ่านทางท่านทั้งหลายนี้ ข้าพเจ้าขออำนวยพรไปยังบรรดาปวงชนชาวไทยทุกคน ขอแสดงความเคารพนับถือต่อบรรดาทูตานุทูตทุกท่าน และในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้ผ่านการเลือกตั้ง อันเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย

ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งที่ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้ข้าพเจ้าสามารถมาเยือนราชอาณาจักรไทยในครั้งนี้

เราทั้งหลายทราบดีแล้วว่า ปัญหาของโลกในปัจจุบันเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมนุษยชาติ และเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่ามีความตั้งใจจริงและความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อแก้ไขปัญหา

ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งในการที่ประเทศไทยกำลังจะหมดวาระของการเป็นประธานของกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการร่วมแรงร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหาของประชาชนในภูมิภาคนี้ และยังเป็นหนทางในการที่จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพหุวัฒนธรรม เป็นประเทศที่ยอมรับถึงความสำคัญในการสร้างความสามัคคีและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ โดยแสดงความเคารพและยกย่องต่อวัฒนธรรม ศาสนา และความคิดเห็นที่แตกต่าง

ปัจจุบันเป็นยุคของโลกาภิวัตน์ บ่อยครั้งเราให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการเงิน โดยมองข้ามมิติด้านจิตวิญญาณและคุณค่าความเป็นมนุษย์ของประชาชนของเรา หากเราให้ความเคารพและยอมรับคุณค่าความแตกต่างในตัวเพื่อนมนุษย์ เราก็จะสร้างโลกที่แตกต่างและดีขึ้นเพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไปได้

ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจอย่างยิ่งต่อการจัดตั้งคณะกรรมการแห่งศูนย์จริยธรรมและสังคม ซึ่งได้เชิญผู้แทนจากศาสนาต่าง ๆ
ในประเทศเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเขาเหล่านี้ในการที่จะรักษาความทรงจำทางจิตวิญญาณอันมีชีวิตของประชาชนในแง่มุมมองนี้ ข้าพเจ้าจะได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อแสดงถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการสร้างมิตรภาพและการเสวนาระหว่างศาสนา อันจะนำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของสังคม และการเสริมสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรม รู้จักรับฟัง และไม่มีการแบ่งแยก

ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ชาวคาทอลิกแม้ว่าเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศ จะพยายามอย่างเต็มความสามารถในการที่จะสนับสนุนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งปรากฏในเพลงชาติของท่าน ‘รักสามัคคี…รักสงบ…ไม่ขลาด…’ และพวกเขาเหล่านี้มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ไม่ปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงเสียงเรียกร้องของพี่น้องชายหญิงที่ปรารถนาจะหลุดพ้นจากความเป็นทาสของความยากจน ความรุนแรง และความอยุติธรรม

ผืนแผ่นดินของท่านได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินไทย คือแผ่นดินแห่งอิสรภาพ เราทราบกันดีแล้วว่า อิสรภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสามารถที่จะเติมเต็มความรับผิดชอบที่เรามีต่อกันและกัน เพื่อเอาชนะความไม่เท่าเทียมทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพยายามให้ประชาชนทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา อาชีพการงาน และความช่วยเหลือด้านสุขภาพ เพื่อที่จะสามารถบรรลุถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สมบูรณ์และยั่งยืน

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอกล่าวสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องของผู้อพยพ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอพยพย้ายถิ่นฐาน แต่อยู่ที่สถานการณ์อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอพยพย้ายถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาด้านจริยธรรมที่สำคัญยิ่งในยุคสมัยของเรา เราไม่สามารถปฏิเสธวิกฤตการณ์ปัญหาผู้อพยพ วิกฤตการณ์นี้ไม่สามารถมองข้ามได้ ประเทศไทยเองเคยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่าเป็นประเทศที่ต้อนรับผู้อพยพ โดยเฉพาะบรรดาผู้ต้องหลบหนีอย่างน่าเศร้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการด้วยความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาที่ผลักดันให้ประชาชนต้องหลบหนีออกจากประเทศของตน และส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย มีการจัดการและมีการควบคุม

ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกประเทศจะจัดตั้งกลไกที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องสิทธิและศักดิ์ศรีของบรรดาผู้ย้ายถิ่นและผู้อพยพ ผู้ซึ่งต้องเผชิญภยันตราย ความไม่แน่นอน และการถูกเอารัดเอาเปรียบในการที่เขาแสวงหาเสรีภาพและชีวิตที่มีศักดิ์ศรีสำหรับครอบครัวตัวของตน พวกเขาเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงผู้อพยพ หากแต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของสังคมของเราทุกคนด้วย เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบรรดาสตรีและเด็กในยุคของเราที่ต้องเผชิญกับความรุนแรง การถูกเอารัดเอาเปรียบ และการถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาสในหลากหลายรูปแบบ

ข้าพเจ้าขอชื่นชมรัฐบาลไทย รวมทั้งบุคคลและองค์กรที่ได้ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อแก้ไขปัญหาอันน่าเศร้าใจ และเปิดหนทางแห่งการดำเนินชีวิตที่มีศักดิ์ศรีแก่บุคคลเหล่านี้

ปีนี้เป็นปีแห่งการครบรอบ 30 ปีของ ‘อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก’ ซึ่งเป็นโอกาสดีสำหรับเราในการที่จะไตร่ตรองและดำเนินการด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ความพากเพียรพยายาม และความเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิต พัฒนาการด้านสังคม สติปัญญา โอกาสทางการศึกษา รวมทั้งการเติบโตทางด้านกายภาพ จิตใจ และจิตวิญญาณของบรรดาเยาวชน อนาคตของประชากรของเราขึ้นอยู่กับวิธีการที่เราจะสามารถรับประกันต่อเยาวชนของเราถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในอนาคต

สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ปัจจุบันนี้สิ่งที่สังคมของเราต้องการมากกว่ายุคสมัยใด ๆ คือ ผู้ส่งเสริมให้เกิด ‘ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่’ ชายและหญิงที่มีความตั้งใจจริงในการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการเพื่อให้ประชากรในครอบครัวมนุษยชาติจะดำเนินชีวิตในความยุติธรรม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสมัครสมานสามัคคีฉันพี่น้อง ท่านทั้งหลายต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนในการที่จะพยายามให้ผลประโยชน์ร่วมกันไปทั่วถึงทุกหนแห่งของประเทศ นี่คือหนึ่งในภารกิจอันประเสริฐที่บุคคลบุคคลหนึ่งสามารถทำได้ด้วยความรู้สึกเช่นนี้

ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะให้ทุกท่านปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายของตนให้สำเร็จ และข้าพเจ้าวอนขอพระพรอันไพบูลย์จากพระเจ้า สำหรับประเทศ บรรดาผู้นำ และประชาชนชาวไทยทั้งมวล ข้าพเจ้าภาวนาวิงวอนขอให้พระเจ้าทรงนำท่านและครอบครัวของท่านในหนทางแห่งปัญญา ความยุติธรรม และสันติสุข”