เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
Tech BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Biz Movement ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
ดูทั้งหมด

ในหลวงเสด็จเยาวราช ชาวไทยเชื้อสายจีนปีติซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

05 ธ.ค. 2562 | 00:10น.
“ชาวจีนตั้งแต่สมัยโบราณกาลได้อพยพมายังประเทศไทย และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ทรงเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำมาค้าขายและอยู่ในประเทศนี้อย่างร่มเย็นเป็นสุข” ถ้อยความข้างต้นกล่าวโดยนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ทั้งยังเป็นประธานกรรมการจัดงาน ผู้ริเริ่มการจัดนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมีสดุดีมหาจักรีวงศ์” ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 ร่วมกับสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และชาวไทยเชื้อสายจีนอีกกว่าร้อยองค์กร เนื่องในโอกาสปีแห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ที่ทรงมีต่อชาวจีนมาโดยตลอด


ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ไปยังพื้นที่ตั้งชุมชนคนไทยเชื้อสายจีน เพื่อทรงเปิดนิทรรศการดังกล่าวและทรงเยี่ยมเยียนราษฎรชาวไทยเชื้อสายจีนที่มาเฝ้าฯรับเสด็จตลอด 2 ข้างทาง ถนนเยาวราช ถนนราชวงศ์ ถนนเจริญกรุง ถนนพระรามที่ 4 และถนนมิตรภาพไทย-จีน

“ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ได้ลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์การเตรียมความพร้อม และพูดคุยสอบถามความรู้สึกของคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เห็นว่ามีเหล่าจิตอาสาของพระราชา ร่วมกับกรุงเทพมหานคร พร้อมใจกันเก็บกวาดถนน ขุดลอกท่อระบายน้ำ ปรับภูมิทัศน์ตกแต่งบริเวณโดยรอบ และขึ้นป้ายเฉลิมพระเกียรติตามเส้นถนนเยาวราชกันอย่างแข็งขัน

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานกรรมการจัดงานครั้งนี้ เล่าความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก เพราะการเสด็จฯมาของพระองค์ท่านในครั้งนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในรอบ 70 ปี ที่พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยได้เสด็จฯมาเยี่ยมเยียนชาวไทยเชื้อสายจีน ครั้งสุดท้ายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯมาในฐานะพระอนุชาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8”

ถึงแม้ว่าในตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯมาในฐานะพระอนุชาของรัชกาลที่ 8 นั้น จิตติยังเด็กมาก แต่ทั้งครอบครัวรวมถึงตัวเขาเองล้วนสัมผัสได้ถึงความรักความห่วงใยที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงมีต่อชาวไทยเชื้อสายจีน ไม่ต่างจากชาวไทยแท้เลย

นอกจากนั้น จิตติยังเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่10 ในช่วงการเตรียมกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ว่า พระองค์ทรงกำชับให้ไม่มีการวางแผงกั้นใด ๆ ตลอดทั้งเส้นถนนเยาวราช เพราะมีความตั้งพระทัยที่จะได้ใกล้ชิดกับประชาชนของพระองค์อย่างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ (วงเวียนโอเดียน) ที่เป็นพื้นที่หลักในการจัดงานนิทรรศการแล้ว มูลนิธิเทียนฟ้าก็เป็นอีกสถานที่สำคัญในการที่พระองค์จะได้เสด็จฯมาสักการะเจ้าแม่กวนอิมผู้เป็นหนึ่งในที่พึ่งทางใจของชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วทุกสารทิศ

นายชาญวิทย์ หิรัญอัศว์ ประธานกรรมการมูลนิธิเทียนฟ้าแสดงความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกซาบซึ้งและดีใจ เพราะในชีวิตหนึ่ง ผมอาจจะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ท่านแค่ครั้งเดียว”

ความผูกพันระหว่างราชวงศ์จักรี กับมูลนิธิเทียนฟ้ามีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ดังที่ชาญวิทย์เล่าว่า สมัยก่อนคนจีนที่อพยพมายังประเทศไทยมีจำนวนมาก ส่วนมากมาทำงานเป็นกุลี จับกัง แบกหาม เวลาป่วยไข้ไม่สบายก็ไม่มีที่จะรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเห็นพระทัย จึงรับสั่งให้สร้างโรงพยาบาลเทียนฟ้าขึ้นมา และยังทรงมอบเงินให้ประมาณ 80 ชั่ง ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลในสมัยนั้น

“ทุกคนที่มูลนิธิตื่นเต้นดีใจมากที่จะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯพระองค์” ประธานกรรมการมูลนิธิเทียนฟ้ากล่าวทิ้งท้าย

นอกจากพูดคุยกับประธานกรรมการจัดงานนิทรรศการและประธานกรรมการมูลนิธิเทียนฟ้าแล้ว เรายังมีโอกาสได้พูดคุยกับคนในพื้นที่ ซึ่งล้วนแต่มีความพร้อมในการเฝ้าฯรับเสด็จกันอย่างเต็มเปี่ยม

นางสาวพัชรา โลหัชวาณิชย์ แห่งร้าน “ดีบุกเซ่งง้วน” ถนนเจริญกรุง ผู้อยู่อาศัยแถวนี้มาอย่างยาวนาน เล่าว่า เธออยู่ที่นี่มานานกว่า 60 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้มีโอกาสเฝ้าฯรับเสด็จพระมหากษัตริย์ ก่อนหน้านี้ เธอมีโอกาสได้เฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นประจำทุกปี ซึ่งเธอรู้สึกปลื้มปีติทุกครั้งในการรอรับเสด็จทุกพระองค์

“พวกเราชาวบ้านก็ต้องดีใจที่จะมีโอกาสได้เห็นพระมหากษัตริย์อย่างใกล้ชิดขนาดนี้ถือว่าเป็นบุญวาสนา” เธอกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่อการเสด็จฯมาของพระมหากษัตริย์ในครั้งนี้

ร้าน “รังนกใต้เยาวราช” ตรงหัวมุมถนนผดุงด้าว นับเป็นอีกร้านหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่เยาวราชมาอย่างยาวนาน นายบุญถิ่น เจษฎาวณิชย์ ผู้ดูแลกิจการต่อจากคุณพ่อเขาเล่าให้ฟังว่า เมื่อราว 60 ปีที่แล้ว คุณพ่อของเขามีโอกาสได้ไปออกร้านที่งานหนึ่ง ณ สวนอัมพร และท่านภูมิใจมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสทูลเกล้าฯถวายรังนกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

นายบุญถิ่นยังเล่าประสบการณ์ที่เคยได้เฝ้าฯรับเสด็จในครั้งก่อน และความรู้สึกในครั้งนี้ด้วยรอยยิ้มว่า “ผมเคยมีโอกาสได้เห็นพระองค์ท่านทรงปั่นจักรยานผ่านมาในโครงการ ‘Bike for Dad’ เมื่อสักปีสองปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นมีคนมาเฝ้าฯรับเสด็จเยอะมาก จึงมีโอกาสได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ท่านเพียงแว้บเดียวเท่านั้น ในปีนี้ผมดีใจมากที่พระองค์จะเสด็จฯมาเยี่ยมเยียนพวกเราอย่างเป็นทางการ”

จากที่ได้พูดคุยกับผู้คนในพื้นที่ถึงความทรงจำของพวกเขาที่มีต่อราชวงศ์ในการเสด็จฯมาเยี่ยมเยียน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นภาพการเสด็จฯของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ที่พระองค์ทรงกระทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี หรือเหตุการณ์เมื่อราว 7 ปีที่แล้วที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯมาเยาวราชเนื่องในโอกาสวันตรุษจีน เช่นเดียวกัน

ทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นภาพจำที่ชาวเยาวราชมีความทรงจำอันน่าประทับใจต่อราชวงศ์ และในครั้งนี้ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จะเสด็จฯมาเยี่ยมเยียนราษฎร ณ บริเวณดังกล่าวอย่างเป็นทางการ นับเป็นการเพิ่มความทรงจำที่ดีสำหรับชาวเยาวราชและยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่มีต่อชาวไทยเชื้อสายจีน และผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณเยาวราชได้อย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับรายละเอียดการเสด็จเยือนเยาวราชและชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี จะเสด็จฯทรงเปิดงานนิทรรศการ “ใต้ร่มพระบารมี สดุดีมหาจักรีวงศ์” ในเวลา 17.00 น. โดยมีจุดหมายหลักที่จะเสด็จเยือน 4 จุด ได้แก่

จุดหมายที่ 1 : วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

จุดหมายที่ 2 : ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน)

จุดหมายที่ 3 : มูลนิธิเทียนฟ้า

จุดหมายที่ 4 : วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

ส่วนกิจกรรมหลักภายในงานจะมี 4 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ 1 : นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจบูรพกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงให้ชาวจีนได้พึ่งใต้ร่มพระบารมีแผ่นดินสยาม เล่าเรื่องราวผ่านการฉายภาพเสมือนจริงบนจอแอลอีดีรูปแบบอุโมงค์ ความยาวเรื่องประมาณ 5 นาที กำกับโดยผู้กำกับชื่อดัง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงและความเชื่อมโยงของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีกับชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นเรื่องราวของความสัมพันธ์และความเป็นมาก่อนที่จะมาเป็นสำเพ็งและเยาวราชอย่างในทุกวันนี้

ในงานแถลงข่าวการจัดนิทรรศการ ปรัชญาได้แสดงความรู้สึกพร้อมกับให้ข้อมูลนิทรรศการว่า “งานนี้เป็นงานที่ผมได้รับเกียรติเป็นอย่างสูง และเป็นงานที่แตกต่างจากที่ผมเคยทำมา เพราะเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของอุโมงค์จอโค้งขนาดใหญ่ที่มีความกว้างประมาณ 9 เมตร ยาว 20 เมตร และมีความสูง 4 เมตร”

ส่วนที่ 2 : นิทรรศการพระราชกรณียกิจในรัชกาลที่ 10 นานัปการซึ่งผูกมิตรสัมพันธ์กับชาวจีนมาโดยตลอด

ส่วนที่ 3 : ขบวนพาเหรดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน การแสดงคณะมังกร คณะสิงโต จากสมาคมวูซูแห่งประเทศไทย และขบวนเฉลิมพระเกียรติจากองค์กรชาวไทย-จีน

ส่วนที่ 4 : หลังจากพิธีการ จะมีกิจกรรม “เยาวราชสตรีตฟู้ดส์” เป็นการรวบรวมร้านอาหารอร่อยขึ้นชื่อทั้งในกรุงเทพฯและบนถนนเยาวราช มาให้บริการประชาชนที่เดินทางเข้าเที่ยวชมงานนิทรรศการ

ทั้งนี้กิจกรรมในส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 จะยังคงดำเนินต่อไปในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 7-8 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น. เพื่อให้ประชาชนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมโซนนิทรรศการ ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯถึงแยกเฉลิมบุรี

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความพร้อมการจัดงานว่า ทั้งในส่วนงานถวายความปลอดภัยและงานอำนวยความสะดวกและการจราจรนั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมความพร้อม เตรียมแผนการปฏิบัติ และจัดการกำลังพลในการถวายความปลอดภัยและอำนวยการจราจรไว้เรียบร้อยแล้ว หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1197 ตลอด 24 ชม. หรือติดตามทางเว็บไซต์ trafficpolice.go.th และแอปพลิเคชั่น M-Help Me เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับการปิดเส้นทางการจราจรตามถนนทั้ง 5 สาย รวมถึงคำแนะนำทางเลี่ยงเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

สำหรับประชาชนที่จะเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ให้สวมใส่เสื้อสีเหลืองเฝ้าฯรับเสด็จได้ ณ บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา และบริเวณ 2 ข้างถนนเยาวราช (วงเวียนโอเดียน-สี่แยกราชวงศ์), ถนนราชวงศ์ (สี่แยกราชวงศ์-สี่แยกเสือป่า), ถนนเจริญกรุง (สี่แยกเสือป่า-ตัดถนนข้าวหลาม), ถนนพระรามที่ 4 (แยกหมอมี-แยกหัวลำโพง) และถนนมิตรภาพไทย-จีน ในวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และสามารถรับชมการถ่ายทอดสดในช่วงพิธีการผ่านทางสถานีโทรทัศน์ NBT ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.