เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในต่างแดนที่มวลชนได้รับชัยชนะ

24 พ.ย. 2563 | 21:13น.
ศิรินภา นรินทร์ : เรื่อง

การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในประเทศไทย ดำเนินมาตั้งแต่ต้นปี และหยุดไปหลังมีการระบาดของโควิด-19 ก่อนจะกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนกรกฎาคม นอกจากการชุมนุมในกรุงเทพมหานคร ยังมีการจัดชุมนุมในหลาย ๆ จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

เวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมได้ยกระดับการชุมนุมและพยายามหลายวิถีทาง แต่ฝั่งรัฐบาลยังไม่ตอบรับข้อเรียกร้อง ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ชุมนุมก็สู้อย่างไม่ท้อถอย การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ประชาชนจะได้รับชัยชนะหรือไม่ นี่ยังคงเป็นคำถาม

จากการเฝ้ามองสถานการณ์ในประเทศเราเอง ชวนให้มองออกไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกว่า มีการชุมนุมประท้วงของประชาชนครั้งไหนบ้างที่ประชาชนได้รับชัยชนะ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” จึงอยากชวนศึกษาประวัติศาสตร์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองในต่างประเทศที่ผู้ชุมนุมได้รับชัยชนะ มาดูกันว่าประเทศอื่น ๆ เขามีการเรียกร้องอะไรบ้าง อะไรคือเหตุผลที่ประชาชนลุกฮือขึ้นมาต่อสู้ และการต่อสู้ในครั้งนั้นจบลงอย่างไร

ชิลี : เริ่มจากการประท้วงขึ้นค่าโดยสาร

6 ตุลาคม 2019 กลุ่มนักเรียนมัธยมในกรุงซานติอาโก ของประเทศชิลี ออกมาประท้วงต่อต้านการขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า นำไปสู่การเรียกร้องความเท่าเทียมในสังคม เงินบำนาญจากรัฐ รวมถึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเผด็จการออกุสโต ปิโนเชต์ในปี 1980

การประท้วงทวีความรุนแรงขึ้น มีการบุกเผาสถานีรถไฟฟ้าหลายแห่ง รัฐบาลจึงต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการปราบจลาจลที่เกิดขึ้น ประธานาธิบดี เซบาสเตียน ปิเญรา ประกาศจะปฏิรูปประเทศพร้อมทำตามข้อเรียกร้องของประชาชนในการขึ้นค่าแรง เพิ่มเงินบำนาญจากทางภาครัฐ รวมถึงลดค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ แต่ไม่เป็นผลเพราะประชาชนต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เหตุการณ์บานปลายขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ 2 หมื่นนายเข้ามาสลายการชุมนุมโดยการยิงแก๊สน้ำตาจนมีผู้เสียชีวิต 19 ราย

การชุมนุมยืดเยื้อและเริ่มกระจายไปทั่วประเทศกระทั่งในวันที่ 19 ธันวาคม 2019 รัฐสภาผ่านมติให้มีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ และมีการลงประชามติไปเมื่อ 26 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าคะแนนเห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญชนะอย่างถล่มทลาย

เกาหลีใต้ : ความบอบช้ำอันยาวนานกว่าจะเป็นประชาธิปไตย

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาหลีใต้ปกครองตัวเองในระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 1948 แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งพยายามสืบทอดอำนาจ มีการทำรัฐประหารบ่อยครั้ง ทำให้เกาหลีใต้อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการนานถึง 39 ปี

ประชาชนชาวเกาหลีใต้พยายามต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการเรื่อยมา ในยุคแรกเป็นการต่อต้านรัฐบาลของ นายรี ซึงมัน ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ ก่อนถูกประชาชนประท้วงขับไล่ออกนอกประเทศในปี 1960 แต่ประเทศก็ยังไม่ทันได้เป็นประชาธิปไตย นายพลปาร์ก จุงฮี ได้ทำรัฐประหารรัฐบาลของ นายชาง เหมียน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1961 และเขียนรัฐธรรมนูญยูชินว่าด้วยการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ไม่จำกัดวาระ

Advertisement

หลังเหตุการณ์การลอบสังหารนายพลปาร์ก จุงฮี ในปี 1979 ประชาชนยังไม่ทันได้มีโอกาสเลือกตั้ง นายพลชอน ดูฮวาน และ นายพลโน แทอู ก็ทำรัฐประหาร พร้อมกับเลือกนายพลชอน ดูฮวาน เป็นประธานาธิบดี

เกาหลีใต้อยู่ในวัฏจักรการทำรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประชาชนเริ่มต่อต้านระบอบยูชินและความไม่ชอบธรรมในการบริหารประเทศ กระทั่งในวันที่ 18 พฤษภาคม 1980 นักศึกษาและประชาชนในเมืองกวางจูได้ออกมาชุมนุมประท้วง การชุมนุมลุกลามไปตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก มีการเข้าล้อมปราบผู้ชุมนุม ยิ่งสร้างแรงโกรธให้ประชาชนออกมารวมตัวกันมากขึ้น

การล้อมปราบกินระยะเวลามาจนถึงวันที่ 10 เจ้าหน้าที่เริ่มใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุม แล้วเข้ายึดกวางจูได้สำเร็จในวันที่ 27 พฤษภาคม 1980 มีประชาชนเสียชีวิตเกือบ 200 คน บาดเจ็บกว่า 1,000 คน บ้างก็ว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินความเป็นจริง เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการนองเลือดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชอน ดูฮวาน ยอมลงจากอำนาจ

ตลอดยุคของนายพลชอน ดูฮวาน มีการเคลื่อนไหวต่อต้านอยู่ตลอด จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน 1987 เกิดการปราบปรามผู้ชุมนุมอีกครั้งในมหาวิทยาลัยยอนเซ ทำให้ประชาชนทั่วประเทศหลายล้านคนลุกฮือออกมาเรียกร้องความยุติธรรมและให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ชอน ดูฮวาน ทนแรงกดดันไม่ไหวต้องลาออกก่อนหมดวาระ นายพลโน แทอู จึงประกาศในวันที่ 29 มิถุนายน 1987 ว่ายอมรับข้อเรียกร้องพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญและพาประเทศสู่ประชาธิปไตย

หลังจากประเทศเริ่มเป็นประชาธิปไตย มีคำตัดสินเมื่อปี 1996 ให้ชอน ดูฮวาน ได้รับโทษประหารชีวิต แต่ต่อมาลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายพลโน แทอู ถูกตัดสินจำคุก 22 ปี และได้ลดโทษลงเหลือจำคุก 17 ปี

Photo AFP

ฟิลิปปินส์ : การปฏิวัติเอ็ดซา โค่นตระกูลมาร์กอส

ฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้การนำของ นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ประธานาธิบดี คนที่ 10 ของประเทศเป็นเวลานาน 21 ปี (ค.ศ. 1965-1986) ก่อนที่ประชาชนจะออกมาประท้วงและเกิด “การปฏิวัติเอ็ดซา” หรือ “การปฏิวัติสีเหลือง” ซึ่งเรียกชื่อตามที่ประชาชนใส่เสื้อสีเหลืองออกมาประท้วง

ขณะที่นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สมัยที่ 2 ฟิลิปปินส์เผชิญปัญหาเศรษฐกิจยังคงฝืดเคือง พบการทุจริตจำนวนมาก หนี้สาธารณะพุ่งสูงขึ้น กอปรกับเกิดการขยายอิทธิพลของแนวคิดคอมมิวนิสต์ ทำให้มาร์กอสประกาศกฎอัยการศึกในปี ค.ศ. 1972 เพื่อรักษาความสงบภายในประเทศ ในระยะเวลา 9 ปีที่ฟิลิปปินส์อยู่ภายใต้กฎอัยการศึก มาร์กอสได้ปิดกั้นเสรีภาพของสื่อมวลชน และใช้อำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง

ในช่วงแรกของการประกาศใช้กฎอัยการศึก ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย แม้พบการทุจริต การใช้อำนาจเกินกว่าเหตุกับประชาชน แต่เพราะเศรษฐกิจกำลังเติบโต จึงทำให้นายมาร์กอสอยู่ในตำแหน่งได้อีกนาน

จนกระทั่งปี 1986 นางคอราซอน อาคิโน ภริยาของ นายเบนิญโญ อาคิโน ผู้นำฝ่ายค้านที่ถูกลอบสังหารเมื่อ 3 ปีก่อนหน้านั้นได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่นายมาร์กอสก็ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 53.62% ท่ามกลางข้อครหาเกี่ยวกับการโกงการเลือกตั้ง อีกทั้งเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง จึงเป็นชนวนเหตุให้ประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาล

การประท้วงในครั้งนั้นมีประชาชนนับหมื่นรวมทั้งทหารที่แปรพักตร์มาเข้าร่วมการชุมนุมกับประชาชนที่ถนนเอ็ดซา ในกรุงมะนิลา แม้จะมีความพยายามสลายการชุมนุมหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1986 เกิดการปะทะกันระหว่างทหารของรัฐบาลและทหารที่แปรพักตร์ทำให้มีผู้เสียชีวิต ในวันเดียวกันประชาชนนับล้านสวมเสื้อสีเหลืองซึ่งเป็นสีสำหรับการเลือกตั้งออกมาเดินประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ซึ่งการชุมนุมในครั้งนี้ถูกจารึกไว้ว่าเป็น People Power หรือ The Philippine Revolution of 1986

จากเหตุการณ์นั้นนายมาร์กอสตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองไปยังสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากนั้น รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 25 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันหยุดราชการ และได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่ถนนเอ็ดซา เพื่อรำลึกถึงพลังการต่อสู้ของมวลชน

Photo AFP

อินโดนีเซีย : โศกนาฏกรรม 12 พฤษภาคม 1998

หลังจากรวมหมู่เกาะน้อยใหญ่ต่อสู้ประกาศเอกราชจากการเป็นอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ได้ในปี 1945 นายซูการ์โน ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของอินโดนีเซียมาเป็นเวลานานถึง 22 ปี ก่อนจะโดน นายพลซูฮาร์โต ผู้เป็นลูกน้องยึดอำนาจและแต่งตั้งตัวเองเป็นประธานาธิบดี คนที่ 2 ในปี 1967

ตลอดการดำรงตำแหน่งของนายพลซูฮาร์โต ประเทศอินโดนีเซียมีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน แต่ขณะเดียวกันก็พบการทุจริตในระบบราชการ การเอื้อผลประโยชน์แก่พรรคพวก นายทุนใหญ่ จนระบบเศรษฐกิจถูกผูกขาด อีกทั้งยังมีการปราบปราม จับกุม และสังหารผู้ที่ต่อต้านรัฐบาล

วิกฤตต้มยำกุ้งในไทยเมื่อปี 1997 ส่งผลกระทบไปยังประเทศในเอเชีย รวมทั้งอินโดนีเซีย เกิดปัญหาการว่างงาน เศรษฐกิจย่ำแย่ แม้จะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่พรรคของนายพลซูฮาร์โตก็ยังคงครองเสียงส่วนใหญ่ในสภา ปัญหาปากท้องของประชาชนไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ประชาชนเริ่มลุกขึ้นมาต่อต้าน

การชุมนุมประท้วงเริ่มตั้งแต่ต้นปี 1998 โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยตรีศักติ ในกรุงจาการ์ตา ก่อนจะเดินขบวนประท้วงมุ่งหน้าสู่รัฐสภาในวันที่ 12 พฤษภาคม 1998 ระหว่างนั้นมีมือปืนซุ่มยิงนักศึกษา ทำให้มีผู้เสียชีวิต
4 ราย แต่ทางการไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิดได้ ส่งผลให้ประชาชนก่อจลาจลเผาบ้านเผาเมือง มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 1,000 คน

นายพลซูฮาร์โตพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังของประชาชนได้ ในที่สุดเขาก็ประกาศลาออกในวันที่ 21 พฤษภาคม 1998 สิ้นสุดการครองอำนาจมาอย่างยาวนานถึง 31 ปี หลังหมดอำนาจหลายฝ่ายได้พยายามดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตของนายพลซูฮาร์โต แต่ด้วยปัญหาสุขภาพของเขาจึงมีการยุติการดำเนินคดีในปี 2000 และต่อมาเขาถึงแก่อสัญกรรมในปี 2008

Photo AFP

ฝรั่งเศส : ปฏิวัติระบบการศึกษา

ฝรั่งเศสเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐที่ 5 ในปี ค.ศ. 1958 มีประธานาธิบดีคนแรกหลังจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ คือ นายพลชาร์ลส เดอ โกล ทหารผู้มีบทบาทสำคัญในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นผู้ที่ทำให้เศรษฐกิจของฝรั่งเศสเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงที่บริหารประเทศ

ขณะที่ นายพลเดอ โกล ดำรงตำแหน่ง แม้ว่าประเทศจะเจริญรุ่งเรือง ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างมาก แต่ด้วยความเจริญที่ไม่สมดุลกับระบบการศึกษาที่ล้าหลัง การขยายโรงเรียนมหาวิทยาลัยไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อมารองรับจำนวนผู้เรียนที่เพิ่มขึ้นทำได้ล่าช้า ส่งผลให้นักศึกษารวมตัวกันประท้วงเพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบการศึกษา

การเคลื่อนไหวของนักศึกษาเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 1968 โดยนัดรวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยปารีส วิทยาเขตนองแตร์ การชุมนุมยืดเยื้อมาจนถึงเดือนพฤษภาคม มีการสั่งปิดมหาวิทยาลัยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาปราบจลาจล จึงเกิดการปะทะกันระหว่างนักศึกษากับเจ้าหน้าที่ มีนักศึกษากว่าร้อยคนถูกจับและถูกดำเนินคดี

เหตุการณ์ปิดมหาวิทยาลัยส่งผลให้กลุ่มสหภาพนักเรียน นักศึกษาในฝรั่งเศสออกมาประท้วง พร้อมประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.ยกเลิกคดีที่นักศึกษาโดนจับ 2.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่มหาวิทยาลัย 3.ให้เปิดมหาวิทยาลัยตามปกติ ซึ่งทางรัฐบาลได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว จึงทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนได้กลับบ้านไป แต่ภายในคืนนั้นกลับมีการโจมตีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ประชาชนหลายคนได้รับบาดเจ็บ

ข่าวการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เช้าวันรุ่งขึ้นสหภาพแรงงานประกาศนัดหยุดงานทั่วประเทศ และออกไปประท้วงต่อเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกรุงปารีส มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมกว่า 8 แสนคน และทั่วประเทศมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 9 ล้านคน ซึ่งถือเป็นการชุมนุมประท้วงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

ในปลายเดือนพฤษภาคม ทางรัฐบาลเสนอให้มีการปฏิรูปมหาวิทยาลัย และปรับปรุงระบบเศรษฐกิจ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง ท้ายที่สุดนายพลเดอ โกล ยังคงปฏิเสธการลาออก แต่ให้มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นในวันที่ 23 มิถุนายนปีเดียวกัน ภายหลังการเลือกตั้งได้นายฌอร์ฌ ปงปีดู ซึ่งมาจากพรรคของนายพลเดอ โกล เป็นประธานาธิบดีคนต่อมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชาธิปไตย