‘Future Food’ Mega Trend มาแรง สร้างอนาคตด้วยอาหาร สู่โอกาสทองผู้ประกอบการ SME ไทย
‘Future Food’ หรืออาหารอนาคต อีกหนึ่ง Mega Trend กำลังมาแรงและถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง ภาคอุตสาหกรรมอาหารต่างให้ความสนใจ เนื่องจากโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่จากการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้คาดการณ์ว่า ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนจากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 7.3 พันล้านคนเป็น 8.5 พันล้านคน ในปี 2030 และเพิ่มเป็น 11.2 พันล้านคนในปี 2100 ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะขาดแคลนทรัพยากรโดยเฉพาะอาหารเนื่องมาจากปริมาณความต้องการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ยังมี Climate Change หรือการเกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ทำให้ผู้คนใส่ใจสุขภาพมากขึ้น กินแล้วไม่ป่วยกินแล้วสุขภาพแข็งแรง SME Series ตอนนี้ขอนำประเด็นเกี่ยวกับ ‘Future Food’ มาให้ผู้ประกอบการและ SME เมืองไทยได้เข้าใจมากขึ้น เพื่อ Business Transformation องค์กร นำเทคโนโลยีมาผลิตอาหาร ประสบความสำเร็จมีที่ยืนในตลาดอุตสาหกรรมอาหารที่นับวันการแข่งขันจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ

รู้จัก 5 ประเภท Future Food
ด้วยแนวโน้มในอนาคตการขาดแคลนทรัพยากรอาหารยิ่งชัดเจนขึ้น รวมถึงวิถีการผลิตอาหารเดิม ๆ ที่เคยทำมีส่วนสร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจคือมนุษย์เราจึงได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการอาหารมาเพื่อเตรียมการรับมือปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งนี่คือ Mega Trend ที่จำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นไปได้ว่าอาหารของลูกหลานเราในอนาคตนั้นย่อมแตกต่างจากอาหารที่เราบริโภคกันอยู่ในทุกวันนี้ ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีอาหารและเทคโนโลยีอะไรที่เราเตรียมการเอาไว้สำหรับมนุษยชาติในอนาคตกันบ้าง

แมลง
หลายวัฒนธรรมบนโลกนี้ โดยปกติแล้วมีวันธรรมหรือประเทศที่มีการกินแมลงเป็นอาหาร ยกตัวอย่างประเทศไทย ที่มีอาหารเป็นสตรีทฟู้ดเต็มไปหมด และมีผู้คนเกือบ 2 พันล้านคนกินแมลงเป็นปกติอยู่แล้วในวัฒนธรรมของตนมานานหลายศตวรรษแล้ว
ไม่เพียงแต่แมลงจะเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในด้านของการเจริญเติบโต ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อโลกน้อยกว่าการบริโภคเนื้อสัตว์อย่างมาก

เนื้อสัตว์จากพืช (Plant Based Meat)
มีการวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับการผลิตเนื้อสัตว์จากพืชโมเลกุลที่เรียกว่า Heme ที่สามารถรับรสชาติและเนื้อสัมผัสแบบเนื้อสัตว์ได้ กำลังถูกดัดแปลงเพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ ส่วนผสมอื่น ๆ เช่น โปรตีนจากข้าวสาลี น้ำมันมะพร้าว และแป้งมันฝรั่ง ก็มีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์ทางเลือกจากพืชแทนเนื้อสัตว์ และตลาดนี้ก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

3D Printing Food
เทคโนโลยี 3D Printing Food ถูกนำมาใช้จริงในอุตสาหกรรมอาหารแล้ว เช่น สำหรับเชฟที่สร้างอาหารรูปทรงแปลกใหม่ หรือเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหากับการเคี้ยวอาหาร ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารในรูปทรงเหมือนจริงแต่ย่อยได้ง่ายกว่า ซึ่งนอกจากจะทำให้ได้เนื้อเสมือนจริงแล้ว การพิมพ์แบบ 3 มิติ ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณเศษอาหารได้ เพราะในเศษอาหารบางชนิดยังเต็มไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในการพิมพ์ได้ จึงนับว่าเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและลดของเสียอันเป็นปัจจัยที่ทำให้โลกร้อนอีกด้วย

เนื้อสัตว์จากห้องทดลอง (Lab Grown Meat, Cultured Meat)
เนื้อสัตว์ที่สังเคราะห์ในห้องทดลอง เป็นการเพาะเนื้อเยื่อในห้องแล็บจากเซลล์ต้นกำเนิด เป็นแนวคิดที่มีการพัฒนามาได้สักพักแล้ว เพราะหากทำสำเร็จย่อมจะมีข้อดีหลายประการ ทั้งสามารถลดการทำปศุสัตว์ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดปัญหาการปนเปื้อนในเนื้อสัตว์ ลดปัญหาทางจริยธรรมในการฆ่าสัตว์เพื่อนำมาบริโภค และการทำปศุสัตว์แบบเลี้ยงทรมาน

สาหร่าย
‘สาหร่าย’ หรือบางครั้งก็เรียกว่า ‘ผักทะเล’ เป็นเทรนด์อาหารอีกอย่างหนึ่งที่รุกเข้าสู่นิสัยการบริโภคของเราแล้ว คุณอาจเคยกินพวกมันในซูชิ หรือในรูปของสาหร่ายแปรรูปในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งอาหารเสริมยอดนิยมสำหรับคนรักสุขภาพ เช่นเดียวกับแมลง
สาหร่ายยังก่อให้เกิดอันตรายเพียงเล็กน้อยต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีสารอาหารมากมาย ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นอาหารแห่งอนาคต ตัวอย่างเช่น บริษัทสตาร์ทอัพ Cascadia Seaweed ในแคนาดา ได้ดำเนินการทำฟาร์มนอกชายฝั่งและโรงเพาะเมล็ดแล้ว และตอนนี้ก็เน้นที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้บริโภค
ปัจจัยที่จะส่งผลต่อรูปแบบของอาหารในอนาคต
ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก Sial Paris 2018 นั้น Future Lab ได้มีการนำเสนอ 3 แนวโน้มที่ส่งผลต่อรูปแบบของอาหารในอนาคตปี 2030 ที่น่าสนใจดังนี้
1.กระแสการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจะส่งผลให้ปริมาณความต้องการอาหารเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์สำหรับเป็นอาหารกลับลดปริมาณลงอย่างต่อเนื่อง จากการถูกแทนที่ด้วยที่อยู่อาศัย
จึงไม่แปลกที่ในอนาคตอันใกล้นี้ ผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบใหม่ อาทิ โปรตีนจากพืช และโปรตีนสัตว์อย่างแมลง จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค โดยปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตนำเสนอผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกสู่ตลาดแล้ว ยกตัวอย่างเช่น สแน็กบาร์จากจิ้งหรีด สเปรดโปรตีนจากถั่ว และน้ำนมถั่ว เป็นต้น
2.แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการอพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยในเมืองใหญ่ของประชากรซึ่งส่วนใหญ่นิยมการเข้าเมืองเพื่อมาหางานทำและประกอบอาชีพที่สร้างรายได้ที่มากกว่าการอาศัยอยู่ในชนบท ทำให้เกิดชุมชนเมืองที่มีการแข่งขันและการดำรงชีวิตที่เร่งรีบ ส่งผลให้หลายครอบครัวมีเวลาในการปรุงอาหารเพื่อรับประทานด้วยตนเองลดน้อยลง
3.การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพยังคงเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มของผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ผู้บริโภคต้องการในอนาคต จะต้องมาจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ผ่านการปรุงแต่งน้อย แต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนั้น กลุ่มอาหาร Probiotic (อาหารที่มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส และอาหารหมักดองด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นต้น) และกลุ่มอาหาร Prebiotic (อาหารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์ Probiotic ในร่างกาย เช่น น้ำตาลแอลกอฮอล์ โอลิโกแซกคาไรด์ และอินนูลิน เป็นต้น) จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
ตลาด Future Food โลกโต โอกาสทองผู้ประกอบการและ SME ไทย
จากข้อมูลช่วง 7 เดือนแรกปี 2565 ไทยมีการส่งออกสินค้าอาหาร มูลค่ารวม 906,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ส่งออกได้ 698,329 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.7% นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการธุรกิจอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ได้เปิดเผยว่า ประเทศคู่ค้าอาหารไทย 5 อันดับช่วง 7 เดือนแรกปี 2565 ได้แก่
- จีนสัดส่วน 25% มีอัตราการขยายตัว 21%
- อาเซียนสัดส่วน 23% ขยายตัว 31%
3.สหรัฐอเมริกา สัดส่วน 10.1% ขยายตัว 33%
4.ญี่ปุ่น สัดส่วน 10% ขยายตัว 13%
- สหภาพยุโรป (อียู)สัดส่วน 7% ขยายตัว 33%
ซึ่งนอกจากการส่งออกสินค้าในรูปแบบเดิม ๆ ที่ยังขยายตัวได้ดีแล้ว ยังมีสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่เป็น Mega Trend ของโลก ที่กำลังได้รับความนิยมและมีทิศทางการส่งออกที่ดีใน 5 กลุ่มได้แก่
- อาหารที่คำนึงถึงโลกสภาพอากาศ และความยั่งยืน
- Flexitarian Vegan Foods(มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น)
- Whole Food(อาหารที่ปราศจากการปรุงแต่ง หรือผ่านการปรุงแต่งน้อย)
- Immunity Boosting Food(อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน/ เสริมสร้างสุขภาพ)
- Functional foods(อาหารที่มีสารอาหารหรือคุณค่าอาหารเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ) ในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น Vegan Egg, Functional Fizzy Drink, Healthy Probiotic & Fiber Drink
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง ‘Future Food’ :
เจาะ Insight ‘Future Food’ ไต้หวัน ชี้ช่องผู้ประกอบการไทยชิงส่วนแบ่งตลาด 1 ล้านล้าน

ขณะที่ Forbes นิตยสารธุรกิจการเงินชั้นนำในสหรัฐอเมริกา คาด Future Food ของโลกในปี 2568 จะมีมูลค่าถึง 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปี 2563
โดยมูลค่าการส่งออก Future Food ของไทย ปี 2564 มีมูลค่า 115,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7% คิดเป็นสัดส่วน 10% ของการส่งออกอาหารในภาพรวม ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปี 2565 มีมูลค่าส่งออก 95,592 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% สัดส่วน 12% ของการส่งออกอาหารในภาพรวม
โดยตลาดส่งออกสำคัญ Future food ของไทยช่วง 7 เดือนแรก ประกอบด้วย อาเซียน สัดส่วน 37% สหรัฐฯ 18% สหภาพยุโรป 11% จีน 10.9% และออสเตรเลีย 4%
ทั้งนี้ Future Food ของไทยที่มีการส่งออกมากสุด 4 อันดับแรก ได้แก่
- อาหารเสริมสร้างสุขภาพหรืออาหารฟังก์ชัน (Functional Foods and Drinks)
- อาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ทางนวัตกรรม (Novel Food)
- อาหารอินทรีย์ (Organic Foods)
- อาหารทางการแพทย์ (Medical Food)
ผู้ประกอบการและ SME ไทย สนใจรุกตลาด Future Food ควรปรับตัวอย่างไร?
การที่ภาคธุรกิจผลิตอาหารจะเติบโตในตลาดฟิวเจอร์ ฟู้ด อย่างยั่งยืน (Sustainability) ควรปรับตัวดังต่อไปนี้
- ศึกษาตลาดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการตอบโจทย์ความต้องการทั้ง ประเภทอาหาร รสชาติ การทำ Marketing อย่างตรงจุด
- เลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สนใจ เพื่อนำมาวิจัยและพัฒนา เช่น แมลงชนิดต่าง ๆ ศึกษาแนวโน้มความนิยม เพื่อสร้างความแปลกใหม่มีที่ยืนในตลาด
- วางแผนการลงทุน เนื่องจากต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต มีการลงทุนค่อนข้างสูงจึงต้องมีการบริหารต้นทุน รวมถึงการปรึกษาสินเชื่อทางการเงินกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างสภาพคล่องในการขยายธุรกิจ
- เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่จึงต้องมีการทดลองตลาด เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก สร้างความคุ้นเคยในการเอาชนะใจผู้บริโภคประเทศนั้น ๆ
นอกจากนี้ภาคธุรกิจที่สนใจผลิตอาหารอนาคต ควรมองหาช่องทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการสนับสนุนข้อมูลแนวโน้มสินค้า ตลาด รวมถึงรายชื่อผู้นำเข้าจากตลาดต่างประเทศ และผลิตสินค้าตามความต้องการของผู้บริโภค สิ่งที่ควรทำต่อมาก็คือ ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน
โดยมีทุนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์การเกษตรต่าง ๆ หรือจะร่วมพัฒนาสินค้า – แลกเปลี่ยนความรู้กับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต, MTEC (ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นต้น
เพื่อการคิดค้นอาหารทางเลือกเพื่อมาทดแทน กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์แบบดั้งเดิมและลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันด้าน Marketing กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้ ประสบความสำเร็จมีที่ยืนในอุตสาหกรรมผลิตอาหารอย่างยั่งยืน
บทความอาหารเพื่ออนาคต :
https://www.bangkokbanksme.com/en/future-food
https://bangkokbanksme.com/en/mega-trend-food-for-global
https://bangkokbanksme.com/en/food-tech
แหล่งอ้างอิง : ฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรม สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม, หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
https://www.industry.go.th/th/industrial-economy/9980
ศูนย์วิจัยอาหารแห่งอนาคต : เพิ่มแต้มต่อ SME ด้านอาหาร ด้วย Research – Based Learning (RBL)
https://www.hdi.global/infocenter/insights/2021/future-of-food/
https://www.bbc.com/news/science-environment-61505548
https://www.bbc.com/news/business-61523624
Bangkok Bank SMEเราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพคลิกหรือสายด่วน1333