เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
Economic รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
Business ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
‘เท้ง’ มอง ‘3 นายกฯ ตระกูลชิน’ เดินสายพบผู้นำเรื่องดีหากแก้ปัญหาประชาชนได้
Politics ‘เท้ง’ มอง ‘3 นายกฯ ตระกูลชิน’ เดินสายพบผู้นำเรื่องดีหากแก้ปัญหาประชาชนได้
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
ดูทั้งหมด

หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) พื้นที่แห่งความสุขที่ยั่งยืนของคนไทย

12 พ.ค. 2566 | 09:00น.
หมู่บ้านยั่งยืน

หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) พื้นที่แห่งความสุขที่ยั่งยืนของคนไทย คุยกับ ปลัด มท.ความมุ่งมั่นตั้งใจไปสู่เป้าหมาย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสิ่งสำคัญที่กระทรวงมหาดไทยได้มุ่งมั่นในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติทั้ง 17 ข้อ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน (Statement of Commitment to Sustainable Thailand) ด้วยแนวคิด Change for Good ดังคำกล่าวที่ว่า “1 จังหวัด 1 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน เพื่อคนไทย” ร่วมกับสหประชาชาติ “โลกนี้เพื่อเรา” เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565

“นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยและทรงให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยพระราชทานหนังสือ Sustainable City ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับพระราชทานพระอนุญาตให้นำแนวพระดำริดังกล่าวมาขับเคลื่อน “โครงการหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้าน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) ให้ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเอง โดยมีต้นแบบการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน ณ บ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งพระองค์ท่านได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ในการทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา

จุดเด่นของบ้านดอนกอย คือ มีความสะอาด สวยงาม แสดงถึงการเป็นครัวเรือนที่พัฒนาแล้ว มีการใช้สอยพื้นที่รอบบ้านปลูกพืชผักสวนครัวทุกหลังคาเรือนเพื่อความมั่นคงทางอาหารตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และมีการบริหารจัดการขยะ คัดแยกขยะ มีการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนทุกครัวเรือน สอดคล้องตามแนวทางหมู่บ้านยั่งยืนและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ยังมีต้นแบบการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืนอีกพื้นที่หนึ่ง คือ บ้านเกาะ หมู่ 5 ตำบลโก่งธนู ในเขตขององค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการบริหารจัดการชุมชนเพื่อความยั่งยืนและเป็นภาคีเครือข่าย (Partnership) ของกระทรวงมหาดไทย โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารด้วยการปลูกพืชผักสวนครัว และ “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” นำพื้นที่สาธารณะมาปลูกไม้ผลเต็มพื้นที่ และต่อมาด้วยพระเมตตาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงน้อมนำสิ่งที่เป็นความสำเร็จของตำบลโก่งธนู คือ ความมั่นคงด้านอาหาร และน้อมนำพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเรื่องของการนำภูมิปัญญาผ้าไทยมาส่งเสริมเพื่อก่อให้เกิดรายได้เพิ่มและเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน”

อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) จะสำเร็จได้ด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 5 เรื่องด้วยกัน เริ่มจากองค์ประกอบที่ 1 “นายอำเภอในฝัน” ในฐานะผู้นำการบูรณาการของอำเภอนายอำเภอที่ต้องมี “ภาวะผู้นำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรืออาจเรียกว่า DNA นายอำเภอ ได้แก่ DNA ที่ 1 จิตใจ ต้องมีความรู้สึกใส่ใจประชาชน คนรอบข้าง และทีมงาน เป็นที่รัก ศรัทธา และภาคภูมิใจของประชาชน และมี Passion มุ่งมั่นพัฒนางานที่รับผิดชอบโดยไม่ต้องรีรอคำสั่ง

 DNA ที่ 2 ทัศนคติ ต้องคิดบวก ทำให้ทุกคนในอำเภอมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานเป็นครอบครัวเดียวกัน ลงไปคลุกคลีตีโมงกับพี่น้องประชาชน มีมุมมองที่ลึกและกว้างไกล มองเห็นโอกาสและแนวทางการมุ่งสู่การพัฒนาเสมอ DNA ที่ 3 จิตวิญญาณความเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความเป็นราชสีห์ผู้จงรักภักดี เป็นคนมหาดไทยที่เป็นที่พึ่งพิง พึ่งพา บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชน และ DNA ที่ 4 ความมีวินัย ที่ต้องสูงกว่าคนทั่วไป มีจิตใจที่รุกรบ มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้อุปสรรค และไขว้คว้าหาทางเพื่อทำให้ประชาชนทุกคนมีความสุข

องค์ประกอบที่ 2 “สร้างทีม สร้างพลัง” ด้วยการสร้างและขับเคลื่อนทีมอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยนายอำเภอในฐานะนายกรัฐมนตรีของอำเภอ เป็นผู้นำในการบริหารจัดการงานทุกกระทรวงในพื้นที่ให้เกิดผลสำเร็จและประโยชน์ต่อประชาชนที่ย่อมมีวาระการดำรงตำแหน่งที่ต่างกัน สิ่งสำคัญที่จะทำให้งานต่าง ๆ หรือแนวคิดดี ๆ ต่าง ๆ ยังคงได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่อง นายอำเภอต้องสร้างทีมในทุกระดับ ทั้งระดับอำเภอ ระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน ทำงานลักษณะคู่ขนาน (Dual Track) ได้แก่ ทีมที่เป็นทางการหรือทีมตามกฎหมาย เช่น กรมการอำเภอ ข้าราชการในอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมที่ไม่เป็นทางการหรือจิตอาสา ที่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเสียสละ จาก 7 ภาคี เครือข่าย

องค์ประกอบที่ 3 “ระบบบริหารจัดการชุมชนดี มีพลัง” ด้วยการนำระบบคุ้มบ้านเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้การบริหารจัดการชุมชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ 1 คุ้ม จะดูแลสมาชิกประมาณ 25 ครัวเรือน ทำให้ดูแลได้อย่างใกล้ชิด มีผู้นำคุ้มช่วยงานหมู่บ้านเพิ่มขึ้น และสามารถพัฒนาให้เป็นผู้นำหมู่บ้านในอนาคต

องค์ประกอบที่ 4 “บูรณาการงาน บูรณาการคน : ประสมงาน ประสานใจ เป้าหมายคือชุมชน” ด้วยการกระตุ้นให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานพัฒนา “ร่วมพบปะพูดคุย ร่วมขับเคลื่อนดำเนินการ ร่วมคิดร่วมวางแผน และร่วมรับประโยชน์” สร้างสำนึกความเป็นชุมชน ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดรูปแบบชุมชนเอง เพราะชุมชนเป็นผู้รับผลของการพัฒนา

และองค์ประกอบที่ 5 “ชุมชนเรียนรู้ สู่หมู่บ้านยั่งยืน” ซึ่งชุมชนจะเข้มแข็ง จะอยู่รอดได้ด้วย 3 ทุนหลัก คือ ทุนทรัพยากร ทุนทางปัญญา และทุนทางสังคม (ความเอื้ออาทร) เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) จะสำเร็จได้ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบูรณาการให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมทั้งเป็นหน้าที่สำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ในการสนับสนุนการขับเคลื่อน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะนายกรัฐมนตรีของจังหวัด ต้องเป็นผู้นำการบริหารจัดการงานของทุกกระทรวงในพื้นที่แบบบูรณาการให้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่ ด้วยการสร้างเครือข่าย เชื่อมประสานและสร้างพลังเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน) จนสามารถพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่พร้อมทั้งกำหนดให้การขับเคลื่อนเป็นวาระของจังหวัด

โดยจังหวัดบริหารจัดการและกำหนดแนวทางเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงาน บูรณาการแผนงาน โครงการ กิจกรรมและงบประมาณในทุกระดับ จัดหาทรัพยากร ให้สอดคล้องตามหลักการบริหาร (งาน งบ ระบบ คน) และติดตาม ประเมินผล ด้วยการลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานและประเมินผล ทำหน้าที่สอนงาน (Coaching) ให้กับทีมอำเภอ และสื่อสารสร้างการรับรู้ให้ถ้วนทั่วภายในจังหวัด และที่สำคัญคือ ต้องมีระบบฐานข้อมูลเพื่อการติดตาม หนุนเสริม และประเมินผล” โดยจัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ตลอดจนออกแบบแบบจำลองหรือโมเดลเพื่อจัดเก็บข้อมูล จัดทำฐานข้อมูลในการติดตามผลการดำเนินงาน นำองค์ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางสำหรับพื้นที่อื่นต่อไป และ “การสื่อสารสังคมเชิงรุก” ด้วยการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่โครงการให้เป็นที่รับรู้ของประชาชน สังคม

ปลัด มท.กล่าวในตอนท้าย “ขอให้ทุกภาคส่วนและทุกภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เนื่องจากภารกิจของทุกกระทรวง คือ คำตอบของการทำให้หมู่บ้านยั่งยืน และภารกิจของทุกกระทรวง คือภารกิจของคนมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นนายกรัฐมนตรีของจังหวัด นายอำเภอเป็นนายกรัฐมนตรีของอำเภอ ปลัดอำเภอคือรองนายกรัฐมนตรีของอำเภอช่วยเหลืองานของนายอำเภอและเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรีในตำบลและหมู่บ้าน ที่ต้องผลักดันให้ผู้รับผิดชอบงานของทุกกระทรวง ทุกกรม ทำงานอย่างเข้มแข็ง สร้างทีมอำเภอจาก 7 ภาคีเครือข่าย ทำให้ครอบครัวอยู่กันด้วยความรัก ความสามัคคี มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ให้เกิดหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เริ่มต้นจากตำบลละ 1 หมู่บ้าน ไปสู่การดำเนินการในทุกหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดหมู่บ้านยั่งยืนตำบลยั่งยืน อำเภอยั่งยืน และจังหวัดยั่งยืน อันจะทำให้เกิดการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ ต่อไป”