ออมเงินแบบไหนดี
วิธีออมเงินในปัจจุบันมีมากกว่าแค่การหยอดเงินใส่กระปุกออมสิน ทำให้มนุษย์เงินเดือนต่างมองหาช่องทางออมเงินรูปแบบอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่การออมเงินได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลายคนไม่รู้ว่าควรออมเงินแบบไหนดีถึงจะเหมาะกับตนเอง ในบทความนี้เราจึงจะชวนทุกคนมารู้จักกับการออมเงินยอดฮิต ที่รู้แล้วได้คำตอบว่าการออมเงินแบบไหนดีที่เหมาะกับคุณ
ออมเงินแบบไหนดี? ให้มีเงินเก็บ
วิธีออมเงินแต่ละรูปแบบกำหนดเงื่อนไขการฝาก การถอน และดอกเบี้ยแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากไม่รู้ว่าควรออมเงินแบบไหนดี สามารถศึกษาได้จาก 5 วิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1.ออมเงินกับการเปิดบัญชีเงินฝากประจำ
บัญชีเงินฝากประจำเป็นการออมเงินสำหรับผู้ยอมรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้น้อย เพราะเมื่อฝากเงินประจำตามที่ธนาคารกำหนด ยังไงก็ได้ดอกเบี้ยเงินฝากกลับมาแน่นอน และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ อย่างไรก็ตามเมื่อได้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำมาแล้ว หากดอกเบี้ยสูงกว่า 20,000 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษี 15% ถ้าไม่ต้องการจ่ายภาษีในส่วนนี้ก็สามารถเลือกเปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษีได้
2. ออมเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์
หากทำงานบริษัทเอกชน หรืองานราชการที่เข้าร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ ก็สามารถออมเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ได้เช่นกัน โดยสหกรณ์ออมทรัพย์มีบริการการออมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประจำ หรือแม้แต่ออมเป็นหุ้นสหกรณ์ ซึ่งเปิดการโอกาสให้สมาชิกเลือกได้ว่าการออมเงินแบบไหนดีสุดสำหรับตนเองได้
ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจออมเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์ควรศึกษาให้ดีว่าผลประกอบการของสหกรณ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เพราะมีสหกรณ์จำนวนไม่น้อยที่ผลประกอบการขาดทุน และได้ปิดตัวลงไป
3. ออมเงินกับพันธบัตรรัฐบาล
หากไม่รู้ว่าควรออมเงินวิธีไหนดี? การออมเงินกับพันธบัตรรัฐบาลก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3% ต่อปี ทั้งนี้เมื่อออมในพันธบัตรแล้วจะถอนเงินออกมาไม่ได้ เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลมีกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน เช่น หากพันธบัตรรัฐบาลรุ่น A ระยะเวลาไถ่ถอน 5 ปี หมายความว่าอีก 5 ปีข้างหน้าถึงจะได้รับเงินต้นคืน ดังนั้นเมื่อตัดสินใจออมเงินในพันธบัตรรัฐบาลแล้ว ก็ควรเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้จ่ายด้วย
4. ออมเงินกับกองทุนการออมแห่งชาติ
หนึ่งในปัญหาของผู้ประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ คือ ไม่รู้ว่าการออมเงินแบบไหนดีที่สุดสำหรับตนเอง เพราะเข้าถึงบริการออมเงินได้น้อยกว่ากลุ่มอาชีพพนักงานประจำ ทางรัฐบาลจึงได้จัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพอิสระสามารถเข้าถึงกองทุนออมของตนเองได้ โดยสมาชิก กอช. สามารถเลือกหักเงินออมสะสมเข้ากองทุนได้ตั้งแต่ 50 บาท – 13,500 บาทต่อปี และรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบสูงสุด 100%
5. ออมเงินผ่านกองทุนรวมหุ้น
กองทุนรวมหุ้นให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนประเภทอื่น แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัท ผู้ออมเงินในกองทุนรวมหุ้นจึงควรรับความเสี่ยงจากการขาดทุนได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งต้องมีเงินเย็นมากพอที่จะถือหุ้นได้ในระยะยาว
3 ข้อดีของการออมเงินที่คุณควรรู้

นอกจากจะรู้แล้วว่าควรออมเงินแบบไหนดี การทำความเข้าใจว่าเราออมเงินไปทำไม? ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะทำให้มีแรงบันดาลใจออมเงินในระยะยาว และหากเป็นคนมีครอบครัวแล้ว ก็สามารถแนะนำถึงข้อดีของการออมเงินให้แก่บุตรหลาน รวมทั้งเข้าใจว่าควรออมเงินให้ลูกแบบไหนดีได้ด้วย
1.มีเงินสำรองยามฉุกเฉิน
ไม่มีอะไรมาการันตีว่างานที่เรากำลังทำอยู่นั้นจะมั่นคงต่อไปในอนาคต ทำให้ควรเตรียมเงินออมเอาไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินเผื่อเกิดเหตุตกงานกะทันหัน ซึ่งผู้ที่เตรียมเงินสำรองเอาไว้แล้ว ในช่วงที่กำลังตกงานอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลภาระหนี้สินที่รออยู่ตรงหน้า เพราะสามารถใช้เงินสำรองจ่ายไปก่อนระหว่างหางานได้นั่นเอง
2.มีเงินใช้จ่ายยามเกษียณ
หากรู้ว่าควรออมเงินแบบไหนดีตั้งแต่เริ่มทำงาน จะช่วยให้วางแผนเกษียณได้ก่อนใคร เพราะการวางแผนเกษียณเป็นการวางแผนระยะยาว ทำให้ต้องรีบมองหาช่องทางการออมที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งรักษาเงินต้นเอาไว้ได้ด้วย
3.เปิดโอกาสต่อยอดนำไปลงทุนได้
การมีเงินออมเก็บไว้ จะทำให้คุณลงทุนในจังหวะที่ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลดลงมากกว่าปกติได้ เช่น เกิดการเทขายหุ้น โดยไม่มีเหตุผล หรือที่เรียกว่า Panic Sell เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เราก็สามารถนำเงินเก็บไปซื้อสินทรัพย์ในช่วงที่ราคาถูกกว่าปกติ และหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป หากราคาสินทรัพย์ปรับตัวขึ้นมา ณ ระดับราคาเดิม เราก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างงดงาม
ออมเงินง่ายๆ ผลตอบแทนสูง ต้อง MAKE by KBank

การออมเงินผ่าน 5 ช่องทางที่ได้แนะนำไปข้างต้น คงได้ไอเดียกันไปแล้วว่าควรออมเงินแบบไหนดี อย่างไรก็ตามวิธีออมเงินบางประเภทมีเงื่อนไขการฝากเงินที่ระบุให้ออมเงินในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถึงจะได้ดอกเบี้ยตามที่กำหนด หากไม่ต้องการติดเงื่อนไขในการฝากเงินที่ยุ่งยาก ทำไมไม่มาลองใช้งานแอปพลิเคชัน MAKE by KBank ที่ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% ต่อปี และมาพร้อมกับฟีเจอร์ดังนี้
1. Cloud Pocket
ฟีเจอร์ที่ให้คุณจัดสรรเงินได้อย่างเป็นสัดส่วนผ่านการสร้างกระเป๋าเงิน Cloud Pocket ซึ่งตอบโจทย์คนที่ไม่รู้ว่าการออมเงินแบบไหนดีสุดสำหรับตนเองอย่างยิ่ง เพราะสามารถจัดสรรเงินเก็บเพื่อเป้าหมายต่างๆ ผ่านกระเป๋า Cloud Pocket ที่ได้สร้างขึ้น ซึ่งสามารถโอนเงินจาก Cashbox เข้ากระเป๋า Cloud Pocket ที่ตั้งไว้ เช่น กระเป๋าเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน หรือกระเป๋าเก็บเงินตามฝัน เป็นต้น
2. Expense Summary
หมดปัญหากับการคอยเช็กว่าในแต่ละเดือนใช้เงินไปทั้งหมดเท่าไหร่ด้วยฟีเจอร์ Expense Summary ที่เมื่อเปิดขึ้นมา ก็จะเห็นว่าในเดือนที่ผ่านมาใช้จ่ายกับอะไรไปแล้วบ้าง พร้อมแยกหมวดหมู่การใช้จ่ายในคราวเดียวกัน ทำให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ดีเยี่ยม
ออมเงินแบบไหนดี ที่เหมาะกับคุณ?
หวังว่าทุกคนคงได้คำตอบกันไปแล้วว่าควรออมเงินแบบไหนดีที่เหมาะแก่ตนเอง ซึ่งไม่ว่าจะเลือกออมเงินวิธีใดก็ไม่มีการออมเงินแบบไหนดีที่สุด เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขด้านการเงินแตกต่างกัน โดยบางคนมีภาระทางการเงิน จะให้ออมเงินกับกองทุนหุ้นก็คงไม่เหมาะสม เนื่องจากเสี่ยงขาดทุนมากเกินไป ดังนั้นจึงควรออมเงินในช่องทางที่เหมาะกับตนเอง และออมเงินเป็นประจำสม่ำเสมอ แทนที่จะหวังผลตอบแทนจากการออมก้อนใหญ่
หากกำลังมองหาช่องทางออมเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ทำไมไม่มาลองใช้งาน MAKE by KBank แอปพลิเคชันรู้ใจคนอยากออมเงินทุกเพศทุกวัย ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 1.5% ต่อปี ไม่มีเงื่อนไขการฝาก หรือถอนเงิน และภายในแอปพลิเคชันยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้สมาชิกร่วมลุ้นรางวัลใหญ่เป็นประจำอีกด้วย