วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและโกเมน จัดโครงการ “วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์”
ตัดวงจรสแกมเมอร์! วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและโกเมน จัดโครงการ “วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์” ยกระดับ อสม. ยุคดิจิทัลสร้างเกราะคุ้มกันกลุ่มเปราะบางจากมิจฉาชีพ
เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูรัด ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร สำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จัดโครงการ “วัคซีนสติ รักษาสตางค์ ป้องกันสแกมเมอร์” เพื่อส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และการสร้างภูมิคุ้มกันด้านปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงเท่าทันอาชญากรรมด้านยาเสพติดให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่

โดยมุ่งหวังให้ อสม. เป็นต้นแบบในการเฝ้าระวัง เตือนภัย และถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชนในครอบครัวและชุมชน โดยมี พล.อ.ทักษิณ สิริสิงห ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย คณาจารย์จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ดร.พิมพ์พัชชา หยิมการุณ นายกเทศมนตรีเมืองบางคูรัด และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และนักศึกษา วปอ. รุ่น 62 และ 66 เข้าร่วมร่วมงาน
.
โดยกิจกรรม ในช่วงเช้าเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการหลอกลวงออนไลน์ที่พบบ่อย วิธีสังเกตสัญญาณเตือน เทคนิคการหยุดคิดก่อนโอน แนวทางตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรม และบทบาทของ อสม. ในการเป็น “กระบอกเสียง” ส่งต่อความรู้สู่คนในครอบครัวและชุมชน
โดยเน้นหลักจำง่าย “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพื่อให้ประชาชนตั้งสติ ตรวจสอบ และปรึกษาคนใกล้ตัวหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้ก่อนตัดสินใจ หลังจากนั้นในช่วงบ่าย คณะผู้จัดงานและ อสม. ลงพื้นที่ให้ความรู้ “วัคซีนสติ” และมอบ “ถุงเตือนสติ” ที่มีคู่มือเตือนภัยรับมือสแกมเมอร์ให้ประชาชนในชุมชน

นพ.เอกวุฒิ ตั้งตรงไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมลราช และ น.ส.พิธานัญ นภาอำไพพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท 23 แลนด์ แอนด์ โลน จำกัด ตัวแทนนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ผู้ดำเนินโครงการ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “The Ten: ไทย-เพิ่ม-ภูมิ” ของนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 เพื่อเพิ่มทักษะและภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในโลกยุคดิสรัปต์
กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จึงเห็นว่า “การป้องกัน” คือเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุด และวัคซีนสำคัญในการต่อกรกับมิจฉาชีพไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่คือ “สติ” และ “ความรู้เท่าทัน” ของประชาชนทุกคน โครงการนี้จึงออกแบบขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ให้ประชาชนไม่หลงเชื่อ ไม่ตื่นตระหนก และไม่ยอมตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ
.
พ.ต.อ.ชัยชนะ สุริยวงศ์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ CIB และนายนพฤทธิ์ ต้องประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงาน CEO และโครงการยุทธศาสตร์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตัวแทนนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ที่มาให้ความรู้กับ อสม. กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชนถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมากขึ้น แต่เนื่องจากพฤติกรรมของประชาชนกลุ่มนี้ที่ลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้านและมีความคุ้นเคยกับ อสม. มากกว่า การสื่อสารจะมีประสิทธิผลมากกว่า
ทั้งนี้ เนื้อหาสำคัญที่โครงการถ่ายทอดไปยัง อสม. เพื่อส่งต่อประชาชน มี 3 ด้าน ได้แก่ 1.วัคซีนสติ: สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ไม่หลงเชื่อ ไม่ตื่นตระหนก และไม่ยอมให้มิจฉาชีพควบคุมอารมณ์เราได้ 2. รักษาสตางค์: การสร้างความเข้าใจในวิธีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย เพื่อรักษาทรัพย์สินอันมีค่าของท่านไว้ 3. ป้องกันสแกมเมอร์: การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเตือนภัยและหยุดยั้งวงจรการหลอกลวงให้หมดไปจากสังคมของเรา
ทั้งนี้ ยังมุ่งเน้นที่จะยกระดับบทบาทของ อสม. จากการดูแลสุขภาพกายของประชาชน ไปสู่การร่วม “เพิ่มภูมิคุ้มกันสแกมเมอร์และยาเสพติด” ของชุมชน ในยุคภัยออนไลน์เข้าถึงประชาชนผ่านโทรศัพท์มือถือ
โครงการดังกล่าวเป็นเหมือน Sandbox ที่ริเริ่มขึ้นในพื้นที่ตำบลบางคูรัด โดยจากนี้นักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มทับทิมและกลุ่มโกเมน จะนำโครงการดังกล่าวเสนอต่อนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศต่อไป


