เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘ข้าวกล่องเชฟฮัก’ เพราะรักจึงอยากแบ่งปัน…

08 พ.ค. 2563 | 12:59น.

‘ข้าวกล่องเชฟฮัก’ เพราะรักจึงอยากแบ่งปัน…
บรรจุในกล่องรักษ์โลก 40,000 กล่อง กระจายสู่ 50 ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ

เป็นที่รู้กันถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าโควิด-19 ในทั่วโลกและประเทศไทย ส่งผลกระทบให้ประชาชนค่อนประเทศรายได้หดหาย ชีวิตความเป็นอยู่ยากลำบากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีแหล่งพักพิงตามชุมชนต่างๆ แม้แต่กลุ่มคนทำงานประจำในโรงแรมและร้านอาหารก็พลอยฟ้าพลอยฝนตกงานชนิดตั้งตัวไม่ทัน

ด้วยความเป็นกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบ บวกกับอยากสร้างสรรค์มาตรฐานดีๆ เป็นของขวัญให้สังคมไทย เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย และ เชฟวิลแมน ลีออง ประธาน Thailand Culinary Academy ก็เลยจับมือกันจัดทำโครงการ ‘ข้าวกล่อง CHEFHUG แบ่งปันชุมชนสู้ภัยโควิด’ ภายใต้การรับรองจากสมาคมเชฟโลกโดยหน่วยงาน World Chefs without borders ด้วยการปรุงอาหารอย่างพิถีพิถันสุดฝีมือจากบรรดาเชฟและกุ๊กมืออาชีพ ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและสุขอนามัยทุกประการ พร้อมบรรจุในกล่องข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนที่มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ

เชฟสมศักดิ์และเชฟวิลแมน พร้อมด้วย อาณัติ ลิ้มจิระวัฒนา ในฐานะประชาสัมพันธ์โครงการ เล่าถึงที่มาและรูปแบบของโครงการ ‘ข้าวกล่อง CHEFHUG แบ่งปันชุมชนสู้ภัยโควิด’ ว่า เพราะโควิด-19 ทำให้คนแสดงความรักต่อกันด้วยการกอดน้อยลง โครงการนี้จึงมีสโลแกนว่า ‘เชฟฮักไม่มีอ้อมกอด แต่มีรักที่อยากแบ่งปัน หรือ CHEFHUG, No hug but love to share’ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นการส่งต่อความรักของเชฟผ่านข้าวกล่องเชฟฮัก

“แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากการได้เห็นคนที่ตั้งใจทำข้าวกล่องแจกฟรีเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะลงมือปรุงอาหารตั้งแต่เช้าตรู่แล้วแพคลงกล่องรวดเดียว กว่าจะช่วยกันบรรจุ นำไปแจกจ่าย ถึงมือผู้รับบางครั้งก็บูดเสีย ดังนั้น ด้วยความเป็นมืออาชีพด้านอาหารที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขอนามัยตามมาตรฐานระดับสากล เราจึงมีขั้นตอนในการจัดทำข้าวกล่องโดยแบ่งออกเป็นรอบๆ ที่สำคัญคือยึดมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การตรวจเช็คอุณหภูมิของคนทำงานก่อนเข้าอาคาร บันทึกข้อมูลของแต่ละบุคคล ให้ความสำคัญกับเรื่องอนามัยส่วนตัว การทำความสะอาดมือโดยเฉพาะสต๊าฟในครัวจะต้องล้างมือทุกชั่วโมง ผู้ที่มีหน้าที่ปรุงอาหารต้องใส่ยูนิฟอร์มพร้อมหมวกเชฟ ส่วนผู้บรรจุอาหารลงกล่องต้องสวมชุดสีดำ รองเท้าหุ้มส้น มีผ้ากันเปื้อน หมวก ถุงมือ คาดหน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์ตลอดเวลาทำงาน มีเจลแอลกอฮอลล์วางกระจายทุกที่ ทุกจุดจัดวางตำแหน่งแต่ละคนห่างกัน 1.5-2 เมตร เป็นการ Social Distancing อย่างเข้มงวด แม้แต่คนขับรถแท็กซี่ที่ทำหน้าลำเลียงอาหารไปยังชุมชนต่างๆ ก็ต้องสวมใส่ชุดฟอร์ม เสื้อสีฟ้า คาดหน้ากากอนามัย เป็นต้น”

‘ข้าวกล่อง CHEFHUG แบ่งปันชุมชนสู้ภัยโควิด’ มีเป้าหมายผลิตจำนวนทั้งสิ้น 40,000 กล่อง กระจายสู่ 50 ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 11-20 พฤษภาคม เฉลี่ยวันละ 4,000 กล่องต่อ 5 ชุมชน วัตถุดิบส่วนหนึ่งกับต้นทุนการผลิตได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี เป็นต้นว่า เบทาโกร ช่องวัน 31 และเครือเอสซีจีซึ่งมอบกล่องบรรจุข้าวที่ทำจากเยื่อกระดาษรีไซเคิลสำหรับใช้ตลอดโครงการ มี ‘ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนอคาเดมี’ ที่มีครบทั้งห้องครัวปฏิบัติการ ห้องครัวสาธิต ห้องครัวเบเกอรี่ พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยได้คุณภาพมาตรฐาน ให้การสนับสนุนเป็นครัวกลางของข้าวกล่องเชฟฮัก

ความพิเศษของข้าวกล่องเชฟฮักยังอยู่ที่เป็นการช่วยเหลือบุคลากรที่ทำงานอยู่ในธุรกิจ HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง) ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด รวมไปถึงเจ้าของรถโดยสารสาธารณะรวมแล้วกว่า 850 คน ด้วยการเชิญชวนมาเป็นอาสาสมัครของโครงการที่จะได้รับผลตอบแทนวันละ 300-400 บาท

ในแต่ละวัน บรรดาเชฟ-กุ๊ก 200 ชีวิตจะสลับกันมาปรุงอาหารอย่างสุดฝีมือเพื่อให้ออกจากครัวทุก 1 ชั่วโมง ครั้งละ 800 กล่อง เริ่มตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงห้าโมงเย็น “ที่ต้องทำอย่างนี้เพื่อให้อาหารสดอร่อยได้คุณภาพตลอดเวลา เป็นการรักษาคุณภาพของอาหารจนถึงมือผู้บริโภค หลังจากปรุงเสร็จ บรรจุกล่อง ก็จะถูกลำเลียงไปแจกที่แหล่งชุมชนอย่างรวดเร็ว รวมขั้นตอนแล้วใช้เวลาไม่เกิน 2-3 ชั่วโมง” เชฟวิลแมนกล่าวเสริม

“เรามีกำลังไม่มากพอที่จะทำให้กับทั้ง 2,000 ชุมชนทั่วกรุงเทพฯ ได้แต่หวังว่า การนำความรู้ประสบการณ์ในการปรุงอาหารและการจัดการด้านอาหารอย่างมืออาชีพของโครงการ ‘ข้าวกล่อง CHEFHUG แบ่งปันชุมชนสู้ภัยโควิด’ จะเป็นโมเดลให้กับภาครัฐหรือเอกชนที่สนใจอยากจะนำไปสานต่อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจริงๆ ในเช่วงวลาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และยินดีรับบริจาคทั้งวัตถุดิบ เงินสด แม้แต่ไข่ไก่ 10 ฟองก็ยินดีรับ ได้มาเท่าไรจะทำให้หมด หากมีมากเกินจำนวนผลิต 40,000 กล่องก็จะเพิ่มวันแจกไปอีก เพื่อช่วยเหลือชุมชนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้”

“ที่ใช้คำว่า ‘เชฟฮัก’ ไม่มีอ้อมกอด แต่มีรักที่อยากแบ่งปัน CHEFHUG, No hug but love to share หมายถึงภายใต้สถานการณ์โควิด-19 เราไม่มีโอกาสกอดกัน แสดงความรักต่อกัน เพราะต้องรักษาระยะห่าง (Social Distancing) แต่เชฟอย่างเรา ถึงแม้กอดไม่ได้ แต่ก็ยังมีใจที่จะแสดงความห่วงใยและความรักต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

ติดตามความคืบหน้าของโครงการ ‘ข้าวกล่อง CHEFHUG แบ่งปันชุมชนสู้ภัยโควิด’ ได้ที่ fb/chefhugricebox