“โกลเด้นแลนด์ ขานรับคลายล็อค เปิด 5 ออฟฟิศ ต้อนรับ 2 หมื่นคนทำงานอย่างปลอดภัย”
‘โกลเด้นแลนด์’ เปิดออฟฟิศใจกลางเมือง 5 แห่งพร้อมรับ ‘New Normal’ ยกระดับความปลอดภัยสูงสุดด้วย 35 มาตรการเข้มป้องกันโควิด-19
ธุรกิจสำนักงานให้เช่าหรือออฟฟิศบิลดิ้งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะต้องเผชิญและรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องด้วยต้องเปิดให้บริการอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถปิดล็อกดาวน์เหมือนธุรกิจอื่นๆ รวมถึง บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘โกลเด้นแลนด์’ ที่นอกจากจะมีโครงการที่พัฒนาในรูปแบบของบ้านจัดสรรแล้ว ยังดูแลการบริหารจัดการพื้นที่สำนักงานให้เช่าบนทำเลเช่าเกรด A จำนวนถึง 5 แห่ง

วิทวัส คุตตะเทพ รองกรรมการผู้จัดการ สายโครงการเชิงพาณิชยกรรม โกลเด้นแลนด์ เปิดออฟฟิศบนชั้น 20 มิตรทาวน์ ทาวเวอร์ เล่าอย่างมั่นใจถึงความพร้อมในการต้อนรับผู้เช่า 14,500 คน ผู้มาติดต่ออีก 5,500 คน รวมเป็นคนทำงานวันละ 20,000 คนที่ใช้ออฟฟิศเป็นสถานที่ทำงาน 10 ชั่วโมงใน 1 วัน บนพื้นที่เช่ารวม 200,000 ตารางเมตรของออฟฟิศที่เป็นสถานที่ดูงานของดีเวลอปเปอร์และบริษัทธุรกิจชั้นนำในฐานะ workplaces มาตรฐานเวิล์รด์คลาสในเมืองไทย
“หลังจากการคลายล็อกดาวน์แล้ว สิ่งที่เราเตรียมความพร้อมคือเพิ่มมาตรการภายใต้แคมเปญ ‘PREVENTIVE 10 ชั่วโมงแห่งการทำงานอย่างปลอดภัยห่างไกลโควิด-19’ ใน 5 อาคารสำนักงาน ได้แก่ อาคารมิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์, สาทรสแควร์, ปาร์คเวนเชอร์ และอาคารโกลเด้นแลนด์ ที่พร้อมให้พนักงานทั้งกว่า 20,000 คนกลับมาทำงานอย่างปลอดภัย รวมทั้งเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยอีกขั้นด้วยหุ่นยนต์ AI ปล่อยแสง UVC ฆ่าเชื้อโรค ทั้งนี้ มาตรการความปลอดภัยของผู้เช่าอาคารสำนักงานได้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พนักงานหลายบริษัทที่ทำงานจากบ้าน (Work from home) ก็กลับมาทำงานเพิ่มมากขึ้น”

“มาตรการ PREVENTIVE แบ่งเป็นช่วงเวลาต่างๆ เริ่มจาก ‘ช่วงก่อนเริ่มงาน’ มี 6 มาตรการ เริ่มตั้งแต่ 1. ตรวจวัดอุณหภูมิเจ้าหน้าที่อาคาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาด ก่อนปฏิบัติหน้าที่ 2.เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย 3.เจ้าหน้าที่ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ใช้อาคารต้องมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพิ่มเติม เช่นถุงมือ หรือ Face Shield 4.จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับและหน้าโถงลิฟต์ชั้น G 5.ทำความสะอาดจุดสัมผัสต่าง ๆ เช่น ราวจับประตู ราวจับบันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ เป็นต้น 6. ฝ่ายวิศวกรรมตรวจสอบความพร้อมของระบบต่าง ๆ เช่น ระบบลิฟต์ ระบบปรับอากาศ ระบบเข้า-ออก อัตโนมัติ”
“ต่อมาคือ ‘ช่วงเวลาเริ่มงาน’ ระหว่าง 08.00-9.00 น. เพิ่มอีก 8 มาตรการ ได้แก่ 7.ตรวจวัดอุณหภูมิผู้ใช้อาคารทุกคนก่อนขึ้นอาคาร 8.หากอุณหภูมิเกิน 37.5 ขอสงวนสิทธิการขึ้นอาคาร 9.ผู้ใช้อาคารต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา 10.กำหนดระยะห่างในการผ่านทางเข้า-ออก อัตโนมัติ และระหว่างรอลิฟต์โดยสาร 11.กำหนดจำนวนผู้โดยสารลิฟต์ต่อเที่ยว เว้นระยะห่าง และงดสนทนาระหว่างโดยสาร 12.จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มบริเวณล็อบบี้ชั้น G เพื่ออำนวยความสะดวกจัดคิวเว้นระยะห่าง 13.จัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อแนะนำข้อปฏิบัติเช่น มาตรการ Physical distancing การสวมหน้ากากอนามัย หรือการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ 14.สื่อสารให้ผู้ใช้อาคารมีความเข้าใจ หากมีความล่าช้าเนื่องจากมาตรการต่าง ๆ”

“จากนั้นก็จะเพิ่มอีก 9 มาตรการใน ‘ช่วงเวลาทำงาน’ ตั้งแต่ 09.00-12.00 น. และ 13.00-18.00 น. ก็คือ 15.มีการทำความสะอาดห้องน้ำเป็นประจำ เน้นจุดสัมผัสต่าง ๆ 16.จัดให้มีสบู่ล้างมือและกระดาษเช็ดมืออย่างเพียงพอ 17.ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดปุ่มกดลิฟต์ทุกชั่วโมง ลิฟต์มีการติดตั้งระบบ Destination control เพื่อช่วยลดการสัมผัส 18.ระบบเติมอากาศจากภายนอกมีการทำงานอัตโนมัติตามจำนวนผู้ใช้งาน เพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศอย่างเพียงพอ 19.ผู้มาติดต่อทุกคนต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าอาคาร 20.กำหนดระยะห่างในการรอแลกบัตรขึ้นอาคาร 21.ทำความสะอาดบัตรสำหรับผู้มาติดต่อทุกรอบการใช้งาน 22.บริษัทผู้เช่าต้องมีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เช่น หลีกเลี่ยงการประชุมหรือรวมกลุ่มจนแออัด กำหนดจุดทิ้งขยะติดเชื้อ 23.รณรงค์ให้ล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี 24.มีจุดรับอาหารและสินค้าจากพนักงานส่งอาหารและสินค้าที่ชั้น G โดยมีการเว้นระยะห่างที่เหมาะสม 25.กำหนดระยะห่างตามจุดสาธารณะต่าง ๆ เช่น จุดสูบบุหรี่ 26.ร้านค้าภายในอาคารต้องมีมาตรการลดการแพร่เชื้อ และปฏิบัติตามข้อแนะนำของรัฐบาล 27.ตรวจสอบเจลแอลกอฮอล์ สบู่ล้างมือ และกระดาษเช็ดมือให้เพียงพอ”

“สุดท้ายคือ ‘ช่วงเวลาหลังเลิกงาน’ อีก 8 มาตรการ ได้แก่ 28.บริเวณห้องขยะส่วนกลาง มีจุดทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วเพื่อการกำจัดอย่างถูกวิธี 29.มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำ ทางเดิน และจุดสัมผัสต่าง ๆ 30.มีการพ่นฆ่าเชื้อ และ Big Cleaning อย่างสม่ำเสมอิ 31.ฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC จากหุ่นยนต์ควบคุมการทำงานด้วยระบบ AI 32. ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ของอาคารให้มีความพร้อมอยู่เสมอ 33.ตรวจวัดอุณหภูมิบุคคลภายนอกทุกคน และบันทึกประวัติเข้า-ออกอาคาร 34.ทำความสะอาดและบำรุงรักษาระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ 35.ติดตามสถานการณ์ มาตรการของภาครัฐ และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับเปลี่ยนมาตรการความปลอดภัยตามความเหมาะสม”

วิทวัสยังได้เล่าย้อนถึงช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมาว่า มีผู้เช่าที่ต้องการพื้นที่สำนักงานเกรด A ใจกลางเมืองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาคารที่มีระบบระบายอากาศดี มีมาตรการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันผู้เช่าเดิมก็ยังคงต้องการใช้พื้นที่เท่าเดิมเนื่องจากต้องการจัดสรรพื้นที่สำหรับพนักงานต่อตารางเมตรให้มากเพียงพอกับมาตรการระยะห่างระหว่างบุคคล (Physical Distancing) ที่กำลังจะเป็น New Normal เป็นผลให้เทรนด์ในการออกแบบออฟฟิศต่อไปอาจต้องมีพื้นที่ส่วนกลางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาคารที่มีแฟกซิลิตี้ซัพพอร์ตให้ลูกค้าก็เป็นตัวช่วยให้ลูกค้าได้ เช่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องประชุมของอาคาร ซึ่งลูกค้าก็สามารถที่จะใช้ได้ด้วย
ในมุมมองของผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เขาเชื่อมั่นว่าสำหรับธุรกิจสำนักงานให้เช่านั้น ดีมานด์กับซัพพลายยังสัมพันธ์กันอยู่ ทั้งนี้ หลักทฤษฎีการลงทุนสำนักงานให้เช่า อัตราการเช่าหรือ occupency rate ต้องมีสัดส่วน 70% ขึ้นไปจึงจะเรียกว่าดี ซึ่งในส่วนของออฟฟิศทั้ง 5 แห่งของโกลเด้นแลนด์ที่บริหารจัดการอยู่มีอัตราการเช่าเกิน 90% ขึ้นไป ซึ่งเป็นผลมาจากความโดดเด่นในด้านโลเคชั่น มาตรการความสะอาด รวมถึงเซอร์วิส ซอฟต์แวร์ มีการพิถีพิถันลงรายละเอียดทุกจุดสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจ รวมทั้งเรื่องของแบรนด์ที่แข็งแกร่งของกลุ่มโกลเด้นแลนด์ ความเชื่อมั่นและชื่อเสียงจากโครงการที่ทำมาในอดีต

“หัวใจของออฟฟฟิศ บิลดิ้ง คือบริการที่มอบให้ลูกค้า ทั้งในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้เช่าในตัวอาคาร ในด้านดีไซน์จะเห็นออฟฟิศยุคใหม่ไม่มีเสาที่เรียกว่าคอลัมน์ฟรีซึ่งเป็นมาตรฐานของออฟฟิศเกรด A แม้แต่เรื่องระบบแอร์ ระบบกระจกต่าง ๆ พวกนี้เป็นดีไซน์มาตรฐานไปแล้ว ที่สำคัญระบบแอร์ในตึกทุกตึกสามารถกรองฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ได้หมด พวกนี้เป็น add on ที่เป็นจุดขายและเป็นเรื่องของ health conscious ให้กับทางผู้เช่า ซึ่งจะได้รับเซอร์วิสมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นตึกไหน อัตราค่าเช่าเท่าใด และอย่างที่บอกว่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด มาตรการของเราทั้งป้องกันแล้วก็ฆ่าเชื้อโรค มีการพ่นยาทุกสัปดาห์ในพื้นที่ บริเวณส่วนกลางของพื้นที่เช่ามีการพ่นยาฆ่าเชื้อทุกสัปดาห์อย่างเข้มงวด นอกจากการระดมพนักงานทำความสะอาดเช็ดถูซ้ำ ๆ เกือบตลอดเวลา”

นอกจากมาตรการ Physical Distancing ที่ทำให้ความต้องการพื้นที่เช่ายังมีสูงอย่างที่กล่าวไปแล้ว สำหรับเทรนด์การออกแบบออฟฟิศใหม่ๆ เขามองว่าเรื่องของปฏิสัมพันธ์และการ Collaboration เป็นสิ่งที่เจเนอเรชั่นใหม่ให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน
“การทำออฟฟิศบิลดิ้งยังมีสิ่งที่เป็น KPI (Key Performance Index) และเป็นความท้าทายของทีมทุกวันนี้คือ การให้บริการเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังของลูกค้า ซึ่งเปลี่ยนไปตามเทรนด์การทำงาน เทรนด์การใช้ชีวิต อย่างมาตรการ 35 ข้อ เราให้ความสำคัญกับความคาดหวังของลูกค้าทุกคน เพราะว่าทุกคนกลัวและไม่กล้ากลับมาทำงาน ซึ่งในความเป็นจริงนั้นเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ จึงต้องพยายามสื่อสารและเน้นย้ำว่า การที่คุณจะกลับมาทำงานอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อวันนั้นปลอดภัยแน่นอน นี่คือสิ่งที่เราอยากให้มั่นใจ แล้วก็คนกลัวกันว่าเทรนด์การใช้ออฟฟิศจะน้อยลง เรายืนยันว่า ไม่ได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดขนาดนั้น เพราะเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนของการใช้พื้นที่มากขึ้น ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้พื้นที่”
เมื่อถามถึงบริการที่จัดหาเพื่อให้มีบริการครบตามความต้องการลูกค้าทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ วิทวัสตอบว่า บริการถือเป็นเรื่องพื้นฐาน ต้นทุนการลงทุนเป็นสิ่งที่ต้องทำ ออฟฟิศที่ออกแบบและลงทุนมาดีที่สุดตั้งแต่ต้นทาง การทำเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า ไม่มีผลต่อค่าเช่าเลย เพราะการลงทุนทำตั้งแต่วันแรกที่ออกแบบและตอกเสาเข็มก่อสร้างโครงการ สุดท้ายทุกอย่างทำบนกลไกของการแข่งขันในตลาด เป็นสิ่งที่โกลเด้นแลนด์ต้องทำอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นสิ่งที่จะใส่ใจเช็กลูกค้าอย่างไรมากกว่า
“Senario ของตลาดออฟฟิศให้เช่าในปีหน้า คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องบริหารความคาดหวังของลูกค้า เพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับเรา โจทย์ธุรกิจคือ อัตราการเช่าต้อง 90% ขึ้นไป ไม่อย่างนั้นตึกจะว่างไม่มีชีวิตชีวา ซึ่งจริง ๆ แล้ว อัตราการเช่า 90% ขึ้นไปจะเห็นว่าการที่เรามีช่องว่างของอัตราการเช่าอยู่บ้างสำหรับเผื่อให้ลูกค้ามีการขยับขยายได้ รวมถึงให้มีความยืดหยุ่นของคนเข้า-ออก เพราะถึงแม้พื้นที่เดิมเขาอาจจะไม่ได้ติดขัด แต่ถ้ามีพื้นที่ให้ขยายได้ลูกค้าก็อาจจะอยู่ต่อ นั่นคือการบริหารความคาดหวังของลูกค้า”

“ในส่วนของลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่มองเรื่องสุขภาพ (Wellness) ความยั่งยืน (Sustainability) บางบริษัทโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ ๆ มีกฎเกณฑ์ว่าต้องเป็นอาคารรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ทั้งนี้ ฐานลูกค้าต่างชาติเป็น Multinational จากอเมริกา ยุโรปก็มาอยู่ในกลุ่มตึกของเรา ธนาคารที่ตั้งอยู่ในโซนเอเชียและโซนยุโรปก็มี บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของโปรไฟล์ออฟฟิศเราได้เป็นอย่างดี เช่น หากโลเกชั่นอยู่เพลินจิตก็จะเป็นที่หมายปองของชาวต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทบิ๊กเนมจากฝั่งอเมริกา ถ้าเป็นออฟฟิศทำเลพระราม 4 ที่เป็น FYI Center ก็ค่อนข้างดึงดูดบริษัทสัญชาติไทย เป็นไปตามโลเกชั่นว่าจะดึงดูดกลุ่มธุรกิจแบบไหน หรือว่ากลุ่มสัญชาติบริษัทแบบไหน”
“อย่าง FYI Center ด้วยโลเคชั่นเมืองหลวง เราเข้าใจว่า CBD คือสีลม สาทร ตรงนั้นก็จะเป็นบริษัทโปรไฟล์ต่างชาติค่อนข้างเยอะ หากออฟฟิศเราอยู่ในโซนของกลุ่มไฟแนนซ์ก็จะเห็นทำเลสาทรซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เกี่ยวกับการเงิน ส่วนมิตรทาวน์ ทาวเวอร์ นับว่าทำเลเป็น New CBD เป็นจุดที่บางคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคย พอเป็นออฟฟิศเกิดใหม่เราก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าไทยและต่างชาติพอสมควร และเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับทำเลพระราม 4 เมื่อเราเปิดบริการก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับเราทันที”
“เพราะฉะนั้นความคาดหวังของแต่ละบริษัทที่เราได้รับ เช่น ลูกค้าที่อยู่โซนอเมริกา เขามีนโยบายที่ต้องปฏิบัติแบบเดียวกันทั่วโลก (Global Policy) ว่า ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพ (Wellness) และความปลอดภัย (Safety) ในช่วงโควิดกำลังแพร่ระบาด ลูกค้ากลุ่มนี้ถามทันทีว่า เรามีมาตรการ 1-2-3-4-5-6-7-8-9-10 หรือไม่ ปรากฏว่าเราทำทั้งหมดแล้ว เขาก็สบายใจ เป็นการสร้างความมั่นใจ แล้วลูกค้าเขาก็มีเช็กลิสต์มาด้วยว่า ประเทศจีนเจอสถานการณ์แบบนี้ ที่อเมริกาเป็นแบบนี้ ยุโรปก็แบบนี้ ปรากฏว่าโกลเด้นแลนด์ทำหมดแล้วเพราะเราก็ติดตามสถานการณ์อย่างเข้มงวดตั้งแต่เริ่มระบาดที่อู่ฮั่น เทรนด์เป็นอย่างไร ซึ่งตลาดที่เมืองไทยต้องมาหมดอย่างแน่นอน”
รองกรรมการผู้จัดการโกลเด้นแลนด์ ย้ำถึงมาตรการในการพร้อมรับมือกับโควิด-19 อีกครั้งว่า ทำทุกอย่างเพื่อปิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ อย่างน้อยก็ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด สำหรับมาตรการภายในเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เช่าก็มีนโยบายการคัดกรองพนักงาน เช่น การห้ามย้ายอาคารของพนักงาน รปภ. การห้ามกลับภูมิลำเนาหรือกลับจะต้องกักตัว 14 วัน ห้ามพนักงานเดินทางกลับต่างจังหวัด กรณีกลับต่างจังหวัดต้องกักตัว 14 วัน ณ ที่พักก่อนอนุญาตให้กลับเข้าทำงาน, กรณีพนักงานใหม่ ให้กักตัว 14 วันก่อนเริ่มงาน

“เรามีมาตรการกับคู่สัญญาทั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน ผู้รับเหมา ว่า ห้ามเปลี่ยนคน งดการหมุนเวียนจุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อจำกัดพื้นที่เสี่ยงกรณีมีพนักงานคนใดคนหนึ่งติดเชื้อ, กำหนดนโยบายหากพนักงานสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยให้แจ้งและกักตัว 14 วันทันที, ภายในห้องพักพนักงานมีการกำหนดให้ทำ Physical Distancing ในจุดรับประทานอาหารหรือจุดพัก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างกฎเกณฑ์ภายในที่ต้องทำ มิเช่นนั้นจะควบคุมแบบเคร่งครัดรัดกุมไม่ได้ สำหรับเรื่องของจุดสัมผัสตั้งแต่ประตู ลูกบิด ราวบันไดเลื่อน หัวก๊อกน้ำ ฯลฯ ของออฟฟิศ 5 แห่งในเครือ รวมแล้วประมาณ 20,000 จุด ยกตัวอย่างมิตรทาวน์ ทาวเวอร์ ก็มีเช็กลิสต์ที่ทำขึ้นเสมือนวงจรชีวิตคนออฟฟิศตั้งแต่ก้าวเข้ามา จุดสัมผัสมีอะไรบ้าง หลัก ๆ คือนั่งทำงานที่ออฟฟิศแล้วก็กลับบ้าน ตั้งแต่เดินทางจากบ้าน ผ่าน MRT เดินเข้าบริษัทต้องผ่านจุดตรวจอะไรบ้าง มือจับประตูที่ต้องผลัก จนกระทั่งแตะบัตรขึ้นมา กดลิฟต์ขึ้นมา แล้วก็เข้าห้องน้ำ นั่งทำงาน ซึ่งบางจุดก็เป็นระบบไร้สัมผัสตามคอนเซปต์สมาร์ททาวเวอร์ซึ่งเราต้องการให้พื้นที่เช่าเป็นออโตเมชั่นตั้งแต่วันแรกที่ก่อสร้าง พอถึงช่วงโควิดทำให้กลายเป็นจุดเด่นเพราะสามารถเลี่ยงความเสี่ยงโรคระบาดชัดเจน”
“ทุกวันนี้ทุกคนต้องเปิดรับกับ ‘New Normal of Workplace Wellness’ อย่างห้างสรรพสินค้าเขาจะพูดแค่ว่าไลฟ์สไตล์ต้องเปลี่ยน แต่ในความเป็นจริง ห้างสรรพสินค้าเข้าไป 2 ชั่วโมงก็กลับบ้าน ไม่ได้อยู่ 10 ชั่วโมงเหมือนนั่งทำงานในออฟฟิศ ทำให้มุมมองการใช้ชีวิตในออฟฟิศเปลี่ยนทันที กล่าวคือผู้เช่าจะมีสติในการดำเนินชีวิตในตึกมากขึ้น จากปกติเดินไปจับโน่นจับนี่ แต่วันนี้ทุกคนจะเห็นพฤติกรรมระวังไม่กล้าจับ เข้าลิฟต์ปุ๊บทุกคนต้องยืนและไม่พูด พฤติกรรมเหล่านี้เปลี่ยนเลยนะ เราก็สังเกตเห็นและเอามาปฏิบัติ อย่างน้อยเบื้องต้นนำมาเป็นเรื่องของมาตรการในการทำให้ลูกค้าไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดมาก เพราะเราช่วยเหลืออยู่”

โควิด-19 ทำให้คนต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากที่เคยเป็นอยู่ และจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการดีไซน์อาคารด้วยหรือไม่นั้น วิทวัสบอกว่า เรื่องของการรีดีไซน์ปัจจุบันมีการทำอยู่แล้ว แต่หลัก ๆ บางจุดที่ยังสามารถปรับปรุงได้ เช่น การเข้า-ออกทุกตึกจากระบบการ์ดมาเป็นไร้สัมผัสหมดแล้ว ประตูบานจับซึ่งเป็นบานสไลด์ก็เปลี่ยนเป็นออโตเมติก หรือถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็จะมีอุปกรณ์ที่เอาขาเกี่ยวแล้วเปิดได้เลย ฯลฯ
“แต่ถ้าเป็นตึกใหม่ในอนาคตจะถูกรีดีไซน์ด้วยไอเท็มใหม่ ต้องมีการลำดับความสำคัญ อะไรคือเรื่องหลักเรื่องรอง อะไรที่ไม่สำคัญ แต่ถ้าตึกปัจุบันที่ไม่สามารถไปทุบได้ ก็หากลไกมา add on เข้าไป อย่าง UVC Robot ทุกคนพูดช่วงแรก ๆ พ่นยาฆ่าเชื้อ เราก็ไปเจอว่านอกจากพ่นยาแล้วยังมีการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวีแล้วก็ทำงานด้วยหุ่นยนต์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ปล่อยให้เดินไปมาเองได้ ตั้งเวลาเครื่องแล้วก็ปล่อยให้ทำงานสักครึ่งชั่วโมง”
“อย่างไรก็ตาม โควิด-19 ถือเป็นตัวเร่งในการปรับมุมมองด้านใหม่ ๆ คือมองในผลบวก ทุกตึกหรือทุกผู้ประกอบการออฟฟิศจะมีการปรับปรุงสิ่งที่เสนอให้กับลูกค้า แล้วก็เร่งมาตรการนี้ให้มันเกิดเร็วขึ้น ถือเป็นจุดดีของลูกค้าเขามาเช่าออฟฟิศแต่มีตัวเลือกสิ่งดี ๆ มาตรการดี ๆ ที่มีอยู่ในตลาด ตัวอย่างเมืองนอกเขาให้ความสำคัญมาพักนึงแล้ว ต้องยอมรับว่าตลาดเมืองไทยเราเน้น Cost Conscious กันทั้งดีเวลอปเปอร์และผู้บริโภค แต่พอวันนี้โควิดเป็นตัวเร่งให้ทุกคนหันมามองว่าการใช้ออฟฟิศยังมีอย่างอื่นที่มีคุณค่ามากกว่าราคา นั่นคือเรื่องสุขภาพ (Wellness) ซึ่งต่างประเทศทำมาพักใหญ่แล้ว”
“ที่มั่นใจได้คือ ประเทศไทยสามารถประกาศเป็นที่สุดของออฟฟิศทั่วโลกได้เลย ธุรกิจออฟฟิศบิลดิ้งในเมืองไทยไม่เป็นรองใครแน่นอน ปกติการลงทุนสร้างสำนักงานให้เช่าต้องมีการไปดูงานตามที่อื่น ๆ สำหรับผมซึ่งเดินสายดูงานออฟฟิศทั่วโลกมาแล้ว มั่นใจว่าของเราทำได้ดีกว่าเขาหลายอย่างหรือโอเคเหมือนกัน เรื่องของแต่ละประเทศ แต่ละกฎเกณฑ์ของเขา เราไม่เป็นรองใคร วันนี้ เราค่อนข้างเป็นเทรนด์เซ็ตเตอร์เหมือนกันในการทำตึกเกรด A ทำเลใจกลางเมืองของประเทศไทย”