เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
Real Estate SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
Finance ก.ล.ต. จ่อสรุปผลดำเนินคดี ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ยันไม่เพิกเฉย-ดำเนินการอย่างรัดกุม
คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
Economic คปภ. ลงพื้นที่ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ตรวจพบตัวอาคารมีทำประกันไว้ เร่งประสานเจ้าของเช็กประกันรับผิดชอบ
‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
Business ‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ กลยุทธ์บริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN 
‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
Politics ‘รุทธพล’ ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี ‘แอร์มีนา’ แล้ว สั่ง AOT คุมเข้มลูกเรือ ห้ามรับหิ้วของ-สุ่มตรวจกระเป๋า
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 800 บาท ทองรูปพรรณ 65,000 บาท
บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
World บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom
‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
Economic ‘ชัชชาติ’ เผยไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน
เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
Biz Movement เวลเนสไทย-เมกะเทรนด์โลก ‘BDMS-ชีวาศรม’ ธุรกิจต้นแบบ
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านส่อแววไม่บานปลาย
ดูทั้งหมด

แผนโลจิสติกส์-โซ่อุปทานภาคเกษตรระยะเร่งด่วนฉลุย

24 มิ.ย. 2564 | 15:53น.

แผนโลจิสติกส์-โซ่อุปทานภาคเกษตรระยะเร่งด่วนฉลุย เกษตรฯเร่งเดินหน้ารองรับเส้นทางรถไฟสายลาว-จีนปลายปี 64

ปลัดเกษตรใส่เกียร์เดินหน้าแผนขับเคลื่อนโลจิสติกส์-โซ่อุปทานภาคเกษตรระยะเร่งด่วน-ระยะยาว มุ่งต้นทุนโลจิสติกส์สินค้าเกษตร ลดการสูญเสียของผลผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร และรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายลาว-จีนปลายปี 64

การพัฒนาและขับเคลื่อนโลจิสติกส์เกษตรตลอดโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เนื่องจากกลไกลดังกล่าวช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์สินค้าเกษตร ลดการสูญเสียของผลผลิต และรักษาคุณภาพผลผลิต ตั้งแต่การจัดการในฟาร์มของเกษตรกร ผ่านสถาบันเกษตรกรไปสู่การส่งมอบหรือขนส่งผลผลิตให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจ ทั้งในด้านคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตรและระยะเวลาในการให้บริการที่รวดเร็ว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้เร่งขับเคลื่อนแผนงานทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการพัฒนาระบบการขนส่งสินค้าเกษตร-โซ่อุปทานเกษตรรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการเดินรถในเดือนธันวาคมปีนี้และระยะต่อไป ตลอดจนเตรียมพร้อมในการรองรับการแข่งขันสินค้าเกษตรและการเร่งสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรไทยในระยะยาว

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตร กล่าวถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล ด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าเกษตรและบริการของประเทศในส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนี้ว่า มีความก้าวหน้าตามลำดับล่าสุดได้มีการพิจารณาสำคัญ 2 เรื่อง ประกอบด้วย 1) กรอบแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 2) การจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร

โดยกรอบแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนั้น ได้มอบหมายสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ในฐานะผู้ประสานงานหลักภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชไทย-จีน (SPS Focal Point) สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯและกรมวิชาการเกษตรเร่งรัดการลงนามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรค และตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ไทยผ่านประเทศที่ 3 พร้อมทั้งเร่งหาแนวทางเจรจาเพิ่มเติมด่านนาทา จังหวัดหนองคาย ในเอกสารแนบท้ายพิธีสารฯ เพื่อรองรับการเปิดให้บริการในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการเส้นทางรถไฟสายไทย-ลาว-จีนในระยะเร่งด่วนและระยะต่อไป โดยมอบหมายให้ มกอช.เป็นประธานคณะทำงาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตร เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นคณะทำงานและมีผู้แทน มกอช. เป็นฝ่ายเลขานุการเพื่อดำเนินการจัดทำแผนการเตรียมความพร้อมในภาพรวมของกระทรวงเกษตรฯในระยะเร่งด่วนที่ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมการให้บริการและดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายลาว-จีน ในเดือนธันวาคมนี้ รวมทั้งจัดทำแผนเตรียมความพร้อมของกระทรวงเกษตรฯ ในระยะต่อไป เพื่อรองรับการให้บริการและดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟไทย-ลาว-จีนอย่างสมบูรณ์

“สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มอบหมายให้ มกอช. และกรมวิชาการเกษตร เร่งหาแนวทางการลงนามในพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ไทยผ่านประเทศที่สามระหว่างรัฐบาลไทยกับจีน โดยเจรจาและใช้กลไกทางการทูตเพื่อให้มีการลงนามในพิธีสารได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งเร่งเจรจาเพิ่มด่านนาทา และด่านศุลกากรหนองคาย ในเอกสารแนบท้ายพิธีสารฯ เพื่อให้สามารถนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศที่สามได้ทันทีเมื่อมีการเปิดให้บริการ” ดร.ทองเปลว กล่าว

ดร.ทองเปลว ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการขับเคลื่อนแผนงานพัฒนาระบบโลจิสติกส์เกษตรตลอดห่วงโซ่ระยะยาวด้วยว่า ได้มีการเห็นชอบกรอบและกระบวนการการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร พ.ศ. 2566-2570 โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการดำเนินการตามกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการฯ และยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรพ.ศ. 2566-2570 เสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป

ดร.ทองเปลว กล่าวด้วยว่า ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการการพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) และปรับลดขั้นตอนการทำงานเพื่อรองรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรด้วยว่า ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและพัฒนาธุรกรรมที่ให้บริการผ่านระบบ NSW ได้ 117 ธุรกรรม คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 81.82 (จากทั้งหมด 143 ธุรกรรม) และสามารถปรับลดขั้นตอนการทำงานรายสินค้ายุทธศาสตร์ (น้ำตาล ข้าว ยางพารา สินค้าแช่แข็ง และวัตถุอันตราย) ได้แล้ว 66 รายการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 89.19 (จากทั้งหมด 74 รายการ) ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้เร่งรัดให้หน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับการพัฒนาการให้บริการผ่านระบบ NSW และการปรับลดขั้นตอนการทำงานสินค้า ที่ยังค้างอยู่ 34 รายการ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จให้ชัดเจน

นอกจากนี้ยังได้มีการพิจารณาปัจจัยด้านอื่นๆที่ต้องคำนึง เช่น ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และศูนย์กลางของโลจิสติกส์สินค้าเกษตรและอาหารระดับภูมิภาค โดยมอบหมายให้สศก.ดำเนินการยกร่างแผนปฏิบัติการฯ ให้คณะอนุกรรมการฯพิจารณาเร่งด่วน เพื่อขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ และลดต้นทุนโลจิสติกส์การเกษตรตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการเก็บเกี่ยวมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการในอนาคตนำไปสู่การพัฒนาโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

“การเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะต้องเร่งขับเคลื่อนให้สำเร็จ เพราะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์สินค้าเกษตร ลดการสูญเสียของผลผลิต และรักษาคุณภาพผลผลิต ตั้งแต่การจัดการในฟาร์มของเกษตรกร ผ่านสถาบันเกษตรกรไปสู่การส่งมอบหรือขนส่งผลผลิตให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคและช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความ พึงพอใจ ทั้งในด้านคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตรและระยะเวลาในการให้บริการที่รวดเร็วนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรแบบมั่นคง ยั่งยืนในอนาคต” ดร.ทองเปลว กล่าวทิ้งท้าย