เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
Business ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจภูมิภาค 140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
Business ‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Economic กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
ดูทั้งหมด

สสส.-อย.-มพบ.-กพย.-ภาคีคุ้มครองผู้บริโภค เผย โควิด-19 เรื่องร้องเรียนโฆษณาสินค้าสุขภาพหลอกลวงเกลื่อนออนไลน์

13 ส.ค. 2564 | 16:43น.

สสส.-อย.-มพบ.-กพย.-ภาคีคุ้มครองผู้บริโภค เผย โควิด-19 เรื่องร้องเรียนโฆษณาสินค้าสุขภาพหลอกลวงเกลื่อนออนไลน์ หน้ากากอนามัย-เครื่องวัดอุณหภูมิ-ยา-อาหารเสริม อวดอ้างเกินจริง 61% แนะ 7 วิธีต้องทำ! มุ่งคนไทยรู้เท่าทัน ย้ำ สังคมช่วยกันกดรีพอร์ตโฆษณาปลอม

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย มีตัวเลขผู้ติดเชื้อมากขึ้นเป็นสถิติใหม่ทุกวัน ทำให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพเพิ่มภูมิคุ้มกันตัวเอง หาซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพมาบริโภค โดยเฉพาะทางออนไลน์ สอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ปี 2562 โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พบว่า ปี 2562 มีการบริโภคสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 36.36% จากปี 2561 ประกอบกับการขายสินค้าทางออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน การบริโภคสินค้าออนไลน์จึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการหรือผู้ค้าบางรายนำผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายโดยให้ข้อมูลสรรพคุณเท็จ โฆษณาอวดอ้างเกินความจริง โดยแอบอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ใช้ป้องกันรักษาโควิด-19 ได้ เพื่อกระตุ้นยอดขาย ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากการใช้ที่ไม่เหมาะสมเพราะได้รับข้อมูลและความรู้ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้บริโภค จึงเป็นปัญหาที่นำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพและสูญเสียค่าใช้จ่ายของประชาชน

นายชาติวุฒิ กล่าวว่า สสส.เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถและมีระบบและสังคมช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ รู้เท่าทันและสามารถเป็นกระบอกเสียงช่วยเตือนภัยร้ายจากโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดเกินจริงได้ แนะวิธีปฏิบัติเพื่อกำจัดผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยมี 7 ขั้นตอน ดังนี้ ได้แก่ 1.ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการอนุญาตจาก อย. เช่น อาหารต้องมีเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ยาต้องมีเลขทะเบียนตำรับยา 2.ผลิตภัณฑ์ต้องมีแหล่งที่มา ฉลากต้องระบุชื่อ ที่อยู่ผู้ผลิตชัดเจน 3.ผู้บริโภคไตร่ตรองสรรพคุณจากการโฆษณา เช่น ใช้แล้วเห็นผลดีขึ้น ภายใน 3 วัน ให้สันนิษฐานว่าผลิตภัณฑ์นั้นหลอกลวงหรืออาจไม่ปลอดภัย 4.ผลิตภัณฑ์ต้องพิสูจน์สรรพคุณที่อวดอ้าง โดยมีผลงานวิจัยหรือมีหน่วยงานที่เชื่อถือได้รับรอง 5.เมื่อพบผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัยในสื่อออนไลน์ผู้บริโภคต้องกดรายงาน (Report) เพื่อปิดกั้นการโฆษณา 6.ผู้บริโภคต้องไม่ส่งข้อมูลหากพบเป็นผลิตภัณฑ์ไม่ปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทำลายสุขภาพ และ 7.ผู้บริโภคต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ค้าต่อไป ซึ่งผู้บริโภคถือเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดในการสร้างความเข้มแข็งของกลไกเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย

นางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) กล่าวว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ ปี 2563 โดย มพบ. ร่วมกับ สสส. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเครือข่ายผู้บริโภค 6 ภูมิภาค ใน 34 จังหวัด พบว่า มีผลิตภัณฑ์ที่ยกเลิกเลขสารบบ (เครื่องหมาย อย.) แล้วลักลอบนำมาจำหน่ายถึง 40 รายการ จาก 100 รายการ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักมากที่สุด 29 รายการ คิดเป็น 72.5% ยารักษาโรค 6 รายการ คิดเป็น 15% ครีมทาผิวขาว 3 รายการ คิดเป็น 7.5% และยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ 2 รายการ คิดเป็น 5% โดยใช้บรรจุภัณฑ์เดิมแต่เปลี่ยนหัวข้อในฉลากและเพิ่มเครื่องหมาย อย.ปลอม ขณะที่ข้อมูลการร้องเรียนโฆษณาโอ้อวดเกินจริง ปี 2563-เดือนมิถุนายน 2564 พบ 826 รายการ พบว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพถึง 575 รายการ

ภญ.อรัญญา เทพพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ข้อมูลการร้องเรียนผลิตภัณฑ์สุขภาพทางสื่อออนไลน์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – เดือนมิถุนายน 2564 พบว่า มีข้อมูลการร้องเรียนโฆษณาถึง 1,905 เรื่อง จากเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 3,113 เรื่อง หรือคิดเป็น 61% ทั้งหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ชุดตรวจโควิด-19 เครื่องวัดอุณหภูมิ ช่วงปีงบประมาณ 2563 อย.อนุมัติดำเนินคดีและสั่งระงับโฆษณา 1,388 คดี ที่น่าเป็นห่วงในปัจจุบันคือ ธุรกิจการตลาดออนไลน์โฆษณายิงตรงสู่กลุ่มเป้าหมายซ้ำๆ ทำให้คนเกิดความเชื่อว่าผลิตภัณฑ์นั้นสามารถช่วยรักษาหรือมีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้างได้จริง ซึ่งการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวด เกินจริง ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

“หากพบว่าโฆษณานั้นหลอกลวง ทุกคนสามารถช่วยกันปิดกั้นการมองเห็นโฆษณานั้นได้ โดยการกดรีพอร์ตเพื่อปิดกั้นโฆษณาที่ผิดมาตรฐานชุมชนบนสื่อออนไลน์ ทั้งนี้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานพอสมควร ในขณะที่โฆษณาชิ้นใหม่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่หากประชาชนช่วยกันกดรีพอร์ตจะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้คนตกเป็นเหยื่อ หลงเชื่อโฆษณาเกินจริง และช่วยลดจำนวนคนที่จะได้รับผลกระทบหรือเกิดความเสียหายให้มากที่สุด ดังนั้นบทบาทการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย หรือการช่วยปิดกั้นโฆษณาหลอกลวงไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้างจากการมีส่วนร่วมของประชาชนที่รู้เท่าทันกลยุทธ์ที่ใช้ในการโฆษณา จึงถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยกำจัดผลิตภัณฑ์หลอกลวงได้เร็วที่สุดในสถานการณ์นี้” ภญ.อรัญญากล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการแจ้งร้องเรียนผลิตภัณฑ์สุขภาพโฆษณาเกินจริง โทรศัพท์มาที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 084-652-4607, 089-788-9152 สายด่วน อย.1556 ติดตามและสอบถามข้อมูลการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเพิ่มเติมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และเว็บไซต์ www.consumerthai.org