เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

49 ปี การเคหะแห่งชาติ ยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย สร้างความสุขให้ประชาชนยั่งยืน

04 ก.พ. 2565 | 14:27น.

ครบรอบ 49 ปี กคช. พัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว 746,439 หน่วย พร้อมขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญตอบสนองนโยบายรัฐบาล และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เน้นการสร้างบ้านเช่าแทนการขาย อาทิ “บ้านเคหะสุขประชา” บ้านพร้อมอาชีพ ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง และ “บ้านเคหะสุขเกษม” สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับข้าราชการเกษียณ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับ กฟผ. พัฒนาโครงการ “บ้านเบอร์ 5” สามารถคว้ารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2564 ด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาดีเด่น ประเภทดีเด่น

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2516 ปัจจุบันดำเนินงานมาครบรอบ 49 ปี ด้วยความภาคภูมิใจในภารกิจด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่มีรายได้น้อยและปานกลางทั่วประเทศ รวมทั้งดำเนินงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ส่งผลให้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA ประจำปี 2564 การเคหะแห่งชาติ ได้คะแนน ITA 97.93 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน เพิ่มสูงขึ้น 11.97 คะแนน จากปี 2563 ซึ่งได้ 85.96 คะแนน ถือเป็นอันดับ 1 ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอันดับ 8 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมด และยังได้ระดับผลการประเมิน AA ในระดับประเทศ

นับตั้งแต่ปี 2519 จนถึงเดือนธันวาคม 2564 การเคหะแห่งชาติได้พัฒนาที่อยู่อาศัย รวมทั้งสิ้น 746,439 หน่วย สำหรับโครงการที่การเคหะแห่งชาติเร่งดำเนินการตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายจุติ  ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเป็นโครงการไฮไลท์ในปี 2564 ดำเนินการต่อเนื่องในปี 2565 ได้แก่ “โครงการบ้านเคหะสุขประชา” ซึ่งได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 มีเป้าหมายจัดสร้าง 100,000 หน่วย ภายในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2564 – 2568) กำหนดส่งมอบปีละประมาณ 20,000 หน่วย ด้วยแนวคิดการจัดสร้างที่อยู่อาศัยประเภทเช่าให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ รวมถึงผู้บุกรุกในพื้นที่สาธารณะ อัตราค่าเช่าประมาณ 1,500 – 3,000 บาทต่อเดือน พร้อมทั้งส่งเสริม “เศรษฐกิจสุขประชา” 6 กลุ่มอาชีพ โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัยตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 โครงการ จำนวน 572 หน่วย ได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง จำนวน 302 หน่วย และโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า จำนวน 270 หน่วย

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการการจัดตั้ง บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 โดยการเคหะแห่งชาติจะถือหุ้น 49% ที่เหลือเป็นเงินลงทุนจากภาคเอกชน โดยเป็นธุรกิจอื่น อีก 7 กลุ่มถือหุ้นในสัดส่วนรวมกัน 51% อาทิ ธุรกิจค้าปลีก เกษตร เฮลท์แคร์ ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง และอุตสาหกรรม ซึ่งแต่ละรายจะถือหุ้นได้ในสัดส่วนไม่เกิน 15% ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการจัดตั้งบริษัทตามขั้นตอนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565

โครงการบ้านเคหะสุขเกษม เป็นโครงการที่อยู่อาศัยประเภทเช่าในระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ และข้าราชการเกษียณ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ พนักงานบริษัท และประชาชนทั่วไป ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปี หรืออายุ 60 ปี ขึ้นไป ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการต้นแบบ “บ้านเคหะสุขเกษม” เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินโครงการนำร่องบริเวณซอยที่ดินไทย ถ.เทพารักษ์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยการเคหะแห่งชาติได้ออกแบบโครงการฯ ภายใต้หลักสถาปัตยกรรมเพื่อทุกคน (Universal Design) มีลักษณะเป็นอาคารชุดสูง 5 ชั้น (มีลิฟต์ทุกอาคาร) ห้องพักอาศัยมีขนาดประมาณ 33 และ 56 ตารางเมตร และภายในโครงการยังแบ่งพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยมีอัตราค่าเช่าตั้งแต่ 3,200 – 5,000 บาทต่อเดือน ผู้ที่สนใจสามารถจองผ่านเว็บไซต์ได้ที่ https://rent.nha.co.th/sukkasem ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่ถือเป็นการนำร่องในการฟื้นฟูและพัฒนาเมืองของการเคหะแห่งชาติ คือ โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง” ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ระยะที่ 2 อาคารแปลง A และ แปลง D (อาคาร A1 และอาคาร D1) แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ การเคหะแห่งชาติได้เร่งดำเนินการด้วยการนำเทคโนโลยีในการก่อสร้างมาทดแทนแรงงาน คาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จทั้งสองโครงการฯ ภายในปี 2566 นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ตามแผนพัฒนาชุมชนดินแดง พ.ศ. 2563-2567 เช่น การจัดทำแปลงผักชั้นดาดฟ้าอาคารแปลง G และธนาคารสัจจะรีไซเคิลเคหะชุมชนดินแดง ซึ่งผู้อยู่อาศัยในชุมชนร่วมแรงร่วมใจในการทำกิจกรรมดังกล่าว ทำให้ชุมชนเกิดการพัฒนาและสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอีกด้วย

โครงการรับคืนอาคารเช่าจากบริษัทเอกชน เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการอาคารเช่าของการเคหะแห่งชาติ ด้วยการรับคืนอาคารเช่าจากบริษัทเอกชนและนำกลับมาบริหารเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้อยู่อาศัย พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายดำเนินการรับคืนอาคารเช่าจากบริษัทเอกชน จำนวน 60 สัญญา รวมทั้งสิ้น 32,632 หน่วย ปัจจุบันได้ดำเนินการรับคืนอาคารจากบริษัทเอกชนแล้ว จำนวน 51 สัญญา และได้ผลตอบรับจากผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างดี

และอีกหนึ่งโครงการที่สานฝันความสุขให้กับคนที่อยากมีบ้าน คือ โครงการสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ประชาชนที่ซื้อบ้านของการเคหะแห่งชาติ แต่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน สามารถขอสินเชื่อผ่านโครงการดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการบริหารสินเชื่อที่อยู่อาศัย (คบส.) เป็นผู้พิจารณาให้สินเชื่อกับลูกค้า สำหรับปีงบประมาณ 2564 (เดือนตุลาคม 2563 – กันยายน 2564) ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 635 ราย วงเงิน 416.27 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2565 ในเดือนตุลาคม-เดือนธันวาคม 2564 ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้ว จำนวน 328 ราย คิดเป็นวงเงิน 205.79 ล้านบาท และในเดือนมกราคม 2565 อยู่ระหว่างการนำเสนอพิจารณาอนุมัติจำนวน 150 ราย คิดเป็นวงเงิน 95.95 ล้านบาท

อีกหนึ่งโครงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปี 2564 คือ โครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่ อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Smart and Sustainable Community for Better Well-being: SSC) เป็นการบูรณาการความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพัฒนาและส่งเสริมโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย ระยะที่ 2 หรือ “บ้านประหยัดพลังงาน เบอร์ 5” และได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อดำเนินกิจกรรมร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการ “SSC” ในมิติที่แตกต่างกัน จนสามารถเดินหน้าโครงการนำร่องที่โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (นิติ 1) ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ (Sandbox) มาใช้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และจะขยายผลการดำเนินงานในปี 2565 จำนวน 4 โครงการ ซึ่งจากความร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการพัฒนาและส่งเสริมโครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย หรือ “บ้านประหยัดพลังงาน เบอร์ 5” ทำให้การเคหะแห่งชาติได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2564 ด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาดีเด่น ประเภทดีเด่นอีกด้วย

นอกจากนี้ ในปี 2564 ที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19  อย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้ง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 การเคหะแห่งชาติ ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ทั้งภายในและภายนอกองค์กร นับตั้งแต่ที่มีการระบาดระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการขอความช่วยเหลือจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนและผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินการแล้ว ได้แก่ การออกมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ การเปิดให้บริการศูนย์พักพิง – พักคอยรองรับผู้กักตัวและผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 การมอบถุงกำลังใจ สู้โควิด – 19 ในพื้นที่ 4 เขตของกรุงเทพมหานคร การจัดรถ Mobile พาณิชย์เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาย่อมเยา การตรวจเชิงรุกโควิด – 19 คัดแยกผู้ป่วยติดเชื้อในชุมชน การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชน การมอบถุงยังชีพและแจกอาหารปรุงสุก และการมอบชุดเวชภัณฑ์ให้กับผู้อยู่อาศัยในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม

ตลอดระยะเวลา 49 ปีที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2565 นี้ การเคหะแห่งชาติจะเร่งพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกโครงการฯ ที่กำลังดำเนินการ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้และกลุ่มเป้าหมายได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง ในระดับราคาที่รับภาระได้ พร้อมมีอาชีพที่ส่งเสริมเศรษฐกิจครอบครัวและชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป