ฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ปาก
หากให้ยกตัวอย่างการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมและกำลังมีกระแสมาแรงในขณะนี้ การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือหนึ่งในหัตถการยอดนิยมทั้งในผู้หญิงและผู้ชายครับ เพราะการฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยเสริมให้ใบหน้าโดยรวมดูมีเสน่ห์ มีมิติมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผล เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร่งด่วน และต้องการเปลี่ยนทรงปากตามกระแส เช่น ฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝอ ฉีดฟิลเลอร์ปากเกาหลี ฉีดปากกระจับ เป็นต้น
สำหรับใครที่สนใจอยากเปลี่ยนทรงปาก เสริมเสน่ห์ให้ใบหน้า ในบทความนี้หมอจะมาให้ข้อมูลเพื่อประกอบการก่อนตัดสินใจฉีด Filler ปาก ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร? ฉีดฟิลเลอร์ปากทรงไหนดี ปากสายฝอ ปากเกาหลี ปากกระจับ ทรงปากแบบไหน เหมาะกับคนไทย ? ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่? ใช้กี่ cc ? ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี สามารถติดตามอ่านได้ครับ
สารบัญ ฟิลเลอร์ปาก
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร?
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยอะไรบ้าง ?
- ทรงปากแบบไหน เหมาะกับคนไทย ?
- ลักษณะรูปปากที่ดี มีสัดส่วนอย่างไร ?
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม?
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก ใช้กี่ cc ?
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี?
- ฉีดปากกระจับราคา เท่าไหร่?
- ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไร?
- ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไร?
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
- ฉีดปากกระจับอยู่ได้นานไหม
- ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเข้าที่?
- ฉีดปากแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร?
- ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย?
- คำถามที่พบบ่อย
- ฉีดปากกี่วันทาลิปได้
- ฉีดสลายฟิลเลอร์ปาก ได้ไหม
- ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม
- ฉีดฟิลเลอร์ปากดีไหม
ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร?
การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือหัตถการที่ช่วยปรับรูปทรงปากโดยการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid : HA) ที่มีคุณสมบัติเด่นในการกักเก็บน้ำและเติมความชุ่มชื้น มาฉีดบริเวณริมฝีปากเพื่อเติมเต็มให้ปากมีความอวบอิ่ม ชุ่มชื้น เต่งตึงขึ้น ปรับรูปปากให้เป็นทรงต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ โดยหลังฉีดจะเห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น สามารถสลายได้และฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ มีความปลอดภัย ผ่าน อย.ไทย จึงทำให้ฟิลเลอร์ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในคลินิกเสริมความงาม
นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังสามารถช่วยปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย และเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่น
- ฟิลเลอร์ใต้ตา
- ฟิลเลอร์คาง
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม
- ฟิลเลอร์หน้าผาก
- ฟิลเลอร์ขมับ
8 คำถามยอดฮิต ฉีดฟิลเลอร์ปาก ครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง ?
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยอะไรบ้าง ?
- ปรับรูปปากให้เป็นทรง เช่น ฉีดฟิลเลอร์ปากสายฝ. ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับสวย ๆ ปากสายเกา
- เพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก เติมความชุ่มชื้น แก้ปัญหาปากแห้ง ปากแตก ปากเป็นร่อง ทาลิปสติกไม่ติด
- ฟิลเลอร์ยกมุมปาก แก้ปัญหามุมปากตก ปากคว่ำ ปากบาง ปากไม่เท่ากัน ปากผิดรูป
ทรงปากแบบไหน เหมาะกับคนไทย ?
![]() |
![]() |
ทรงปากกระจับ(ซ้าย) ทรงปากสายฝอ (ขวา)
จากภาพด้านซ้ายจะสังเกตได้ว่าทรงปากเกาหลี ปากกระจับจะเหมาะสำหรับคนไทยมากกว่าภาพด้านขวาที่เป็นทรงปากอวบอิ่ม ทรงปากสายฝอ เนื่องจากชาวตะวันตกจะมีโครงหน้าที่มีความคมมากกว่าชาวเอเชีย จึงทำให้เหมาะกับปากแบบหนา ปากอวบอิ่ม สำหรับคนเอเชียจะเหมาะสำหรับทรงปากปากกระจับ ปากปีกนก ฉีดยกมุมฉีดปากเกาหลีมากกว่า เพราะจะช่วยให้รูปทรงปากเข้ากับโครงหน้าและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าครับ
ลักษณะรูปปากที่ดี มีสัดส่วนอย่างไร ?
- ขนาดของริมฝีปาก บน:ล่าง ที่เหมาะสมคือ 1:1.618
- เมื่อมองด้านข้างแล้วลากเส้นจากปลายจมูกลงมาที่คาง ริมฝีปากล่างควรจะแตะเส้นนี้พอดี ส่วนริมฝีปากบนควรจะห่างจากเส้นนี้ 2 mm
- เนื้อริมฝีปากล่างไม่ควรใหญ่เกินขอบเขตของยอดตัว M ของริมฝีปากบน
- มุมปากควรยกขึ้น ไม่ทิ่มลง
- เนื้อปากควรอิ่มเรียบเนียน ไม่มีริ้วรอย
- ขอบรอยต่อระหว่างริมฝีปากกับผิวปกติ ไม่มีริ้วรอย
ฉีดฟิลเลอร์ปาก อันตรายไหม?
ฟิลเลอร์ปาก เป็นหัตถการที่ไม่อันตราย เนื่องจากเป็นฟิลเลอร์ประเภท HA ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัย ผ่านอย.ไทย หลังฉีดสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง ทั้งนี้ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพราะบริเวณริมฝีปากประกอบด้วยเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมาก ซึ่งถ้าแพทย์มีความรู้ด้านกายวิภาคบนใบหน้า ก็จะช่วยให้การฉีดฟิลเลอร์ปากมีความปลอดภัย และลดความเสี่ยงไม่พึงประสงค์ได้
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ใช้กี่ cc
รีวิว ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงสวย อวบอิ่ม เป็นธรรมชาติ ที่ V Square Clinic

รีวิวฟิลเลอร์ปาก
สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ปาก หากต้องการปรับทรงปากธรรมชาติ ปากกระจับ ปากสายเกา ใช้ฟิลเลอร์ฉีดปาก 1 CC ก็สามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ได้ชัดเจนได้ครับ แต่ในกรณีคนที่มีปากบางมาก หรือคนที่อยากได้ทรงอวบอิ่มแบบปากสายฝอก็จะฉีดปาก 2 CC หรือตามความเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ยี่ห้อไหนดี?
ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับฉีดปากจะนิยมใช้อยู่ 3 ยี่ห้อครับ คือ ฟิลเลอร์ Restylane จากประเทศสวีเดน, ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm จากประเทศอเมริกา และฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นจะมีความแตกต่างกันทั้งเนื้อฟิลเลอร์และโมเลกุล หมอจะอธิบายรายละเอียดดังนี้ครับ
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm
- Juvederm Volift เนื้อนิ่ม มีความละเอียด ยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน สามารถคงอยู่ได้นาน 12 เดือน
- Juvederm Ultra plus เนื้อนิ่ม และฟูมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีปากที่ดูอวบอิ่มแบบฝรั่ง (สาย ฝ.) และหลังฉีด จะได้ริมฝีปากที่ค่อนข้างฟู สามารถคงอยู่ได้นาน 12 เดือน
- Juvederm voluma เนื้อแข็ง แน่น ฟูปานกลาง อยู่ได้นานที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปากอวบอิ่ม สามารถอยู่ได้ 18 เดือน
- Juvederm volite เนื้อละเอียด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผิวปากชุ่มชื้น อวบอิ่มขึ้นเล็กน้อย สามารถอยู่ได้ 8-12 เดือน
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Restylane
- Restylane Vital light เนื้อนิ่ม อุ้มน้ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก แก้ปากแห้ง ไม่ได้ต้องการเติมเต็มริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มยิ่งขึ้นกว่าเดิม สามารถคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน
- Restylane Volyme เนื้อนิ่มปานกลางและมีความยืดหยุ่นสูง อุ้มน้ำ ดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อน สามารถอยู่ได้นาน 18 เดือน
- Restylane Refyne เนื้อเจลมีลักษณะยืดหยุ่น สามารถเติมเต็มให้ปากอวบอิ่ม เป็นธรรมชาติ สามารถอยู่ได้ 12 เดือน
- Restylane Kysse เป็นฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่มีความคงตัว สร้างขอบริมฝีปากที่ชัดเจนให้ความชุ่มชื้นและความอวบอิ่ม ออกแบบมาสำหรับใช้เติมเต็มริมฝีปากโดยเฉพาะ สามารถอยู่ได้ 12 เดือน
ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Belotero
- Belotero Volume เนื้อแน่น อยู่ทรง ช่วยเพิ่ม Volume ให้ปากได้ดี เหมาะสำหรับทรงปากสายฝอ สามารถอยู่ได้ 12-18 เดือน
[แนะนำ] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี | V Square Clinic
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่?
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 14,000 – 16,000 บาท ขึ้นอยู่กับเทคนิคพิเศษที่ใช้และราคาฟิลเลอร์ปากของแต่ละคลินิกนั้น ๆ สำหรับราคาฉีดฟิลเลอร์ปากจะมีราคาอยู่ที่

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไร?
- ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปาก สิ่งแรกทีควรทำคือหาข้อมูลและเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้
- ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงในคลินิกนั้น ๆ
- ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs เช่น ibuprofen, diclofenac, ponstan เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดวิตามิน St.John’s Wort, ginkgo biloba, primrose oil, garlic, ginseng และ Vitamin E เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง และงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- แพทย์ทำการซักประวัติว่าคนไข้ไม่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิก ไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก หากไม่มีอาการดังกล่าว คนไข้ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากได้ครับ
- นัดเข้ามาปรึกษาปัญหาและให้หมอช่วยประเมินใบหน้า เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
- เลือกชนิดของฟิลเลอร์และรุ่นที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ให้เหมาะสมกับจุดที่ฉีด
- ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ฉีด ถ้าแต่งหน้ามาก็จะมีการเช็ดเครื่องสำอางในบริเวณที่จะฉีด เพื่อความสะอาดและปลอดภัย
- ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้จริง ๆ ครับ
- ฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ 5-10 ปี โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาที ขณะฉีดอาจจะเจ็บเพียงเล็กน้อย (ความเจ็บของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน)
- แปะยาชาและประคบน้ำแข็งก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความเจ็บจากเข็ม แต่ในเนื้อฟิลเลอร์บางรุ่นจะมียาชาผสมอยู่แล้วก็จะช่วยลดความเจ็บจากเข็มได้ด้วยเช่นกัน
- หมอแนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้วหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อรักษาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอยู่ได้นานขึ้น
- หลังฉีดฟิลเลอร์มีการนัดติดตามผลหลังทำทุกเคส
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ดูแลตัวเองอย่างไร?
- ใน 12 ชั่วโมงแรก ควรงดการใช้หลอดดูดน้ำ งดทาลิปสติกและงดสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกาและกดนวดในจุดที่ฉีด เพราะอาจทำให้อาการบวมเพิ่มขึ้น อักเสบติดเชื้อได้
- ไม่ควรดึงหรือลอกหนังริมฝีปาก เพราะจะเป็นการทำลายผิวริมฝีปาก ทำให้ผิวเก็บกักน้ำและความชุ่มชื้นไว้ได้น้อยลง
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
- การดื่มน้ำมาก ๆ ช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้น และอยู่ได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มการอุ้มน้ำของฟิลเลอร์
- สามารถกินยาแก้ปวด ลดบวมที่แพทย์จ่ายให้กลับไปทานที่บ้าน
- งดทานอาหารบางประเภทที่ส่งผลต่อการอักเสบ บวม และทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า เช่น
-อาหารหมักดองชนิดต่าง ๆ เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ปลาร้า
-อาหารที่มีรสจัด หวานจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง
-อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ จำพวกหอยลวก ปลาร้า ซาซิมิ อาหารญี่ปุ่น ยำกุ้งสด เนื้อที่ปรุงไม่สุกหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
-เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ ยาดอง วอดก้า วิสกี้ เป็นต้น
ฉีดฟิลเลอร์ปาก มีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
- คนที่เคยมีประวัติแพ้สารฟิลเลอร์หรือแพ้ยาชาอย่างรุนแรง
- บุคคลที่อยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด
- สตรีตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- เคยมีประวัติเป็นเริมที่ปาก สำหรับผู้ที่ต้องการ ฉีดฟิลเลอร์ที่ปาก ควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์
ฉีดปากกระจับอยู่ได้นานไหม
หลังฉีดปากกระจับอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์และการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากด้วย เนื่องจากเป็นปากเป็นจุดที่ขยับบ่อย และโดนความร้อนได้ง่าย จึงทำให้ฟิลเลอร์มีโอกาสสลายเร็วกว่าจุดอื่น ๆ
ฉีดฟิลเลอร์ปาก กี่วันเข้าที่?
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากจะเห็นผลลัพธ์ทันที และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ฟิลเลอร์เข้าที่ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังฉีดทันทีจะมีอาการบวมเข็มเล็กน้อย แต่ค่อยๆ หายไปใน 4-5 วัน ครับ
ฉีดปากแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร?
หากหลังฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเป็นก้อนที่สังเกตเห็นได้ชัด และไม่ได้เกิดจากอาการบวมปกติ มักเกิดได้จากสาเหตุ ดังนี้
- แพทย์ขาดประสบการณ์ การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ต้องใช้ความประณีต ความชำนาญของแพทย์ ใช้เทคนิคเฉพาะ หากแพทย์ขาดประสบการณ์จะทำให้เลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง เช่น บริเวณปากที่มีการขยับมากแล้วเลือกใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็งก็จะทำให้ออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติ ดูเป็นก้อนได้
- ใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่าน อย. ฟิลเลอร์ที่ไม่ใช่สารไฮยาลูโรนิค แอซิด เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะอยู่ถาวร จับตัวเป็นก้อน ไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ บางรายที่ใช้ฟิลเลอร์ปลอม หลังฉีดไปแล้วจะทำให้ปากดูบวมเป็นก้อน เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ ผิวหนังแพ้เป็นผื่นแดง คัน เกิดการอุดตันในเส้นเลือดได้
ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ?
ข้อสมคัญในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี หมอแนะนำว่าควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ดูผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่คลินิกนั้น ๆ ใช้เป็นฟิลเลอร์อะไร ของแท้ได้มาตรฐานหรือไม่

(ฉีดฟิลเลอร์ปากกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์โดยตรง)
- คลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ คนไข้สามารถพิจารณาได้จากการมีป้ายชื่อสถานพยาบาล รวมทั้งเลขที่ใบอนุญาต 11 หลักถูกต้องตามที่กฎหมายระบุให้แสดงใบอนุญาตให้ผู้เข้ามาติดต่อใช้บริการสามารถมองเห็นได้โดยชัดเจน ไม่หลบมุม
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์สูง ควรมีหมอประจำอยู่ที่คลินิกแบบ FullTime และเป็นหมอที่มีประสบการณ์ในด้านการปรับรูปหน้า และการฉีดฟิลเลอร์โดยตรง มีใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพถูกต้อง
- ใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น ห้ามฉีดฟิลเลอร์ปลอม หรือฉีดสารที่ไม่มั่นใจว่าปลอดภัยเด็ดขาด ควรศึกษาวิธีดูฟิลเลอร์แท้ เพื่อตรวจสอบกล่องฟิลเลอร์ที่จะนำมาฉีดเพื่อความปลอดภัย ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่สามารถตรวจสอบได้ ก่อนฉีดหมอจะต้องเปิดขวดและผสมยาให้คนไข้ดูต่อหน้า
- ดูเคสรีวิวที่มีความเป็นกลาง ในฐานะคนไข้ ก่อนใช้บริการฉีดฟิลเลอร์สามารถขอดูรีวิวก่อนได้ครับ ทางคลินิกมีข้อมูลรีวิวที่เป็นคลิปวิดิโอก่อน-หลังทำ ก็จะช่วยให้สามารถเปรียบเทียบได้อย่างชัดเจน
| คำถามที่พบบ่อย |
ฉีดปากกี่วันทาลิปได้?
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก 12 ชั่วโมง แนะนำให้เลี่ยงทาลิปติกไปก่อนครับ เพราะหลังฉีดฟิลเลอร์ปากอาจมีอาการบวมจากรอยเข็ม และสารเคมีจากลิปติกอาจก่อการระคายเคืองต่อรอยเข็มได้
ฉีดสลายฟิลเลอร์ปาก ได้ไหม?
หากฉีดปากมาแล้วไม่พอใจในผลลัพธ์ และฟิลเลอร์ที่ฉีดมาเป็นฟิลเลอร์แท้ก็สามารถใช้ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase : HYAL) ฉีดสลายฟิลเลอร์ปากได้ครับ โดยแพทย์จะคำนวณตัวยาที่ใช้ฉีดจากปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีด เพื่อให้ได้ปริมาณยาสลายฟิลเลอร์ที่เหมาะสม โดยหลังฉีดจะเห็นผลทันทีในบางส่วน และจะเห็นผลต่อเนื่องใน 1-3 วัน หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ปากเพิ่ม ควรเว้นระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังฉีดสลายไปแล้ว
ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม?
บริเวณปากเป็นจุดที่เนื้ออ่อนและบอบบางจึงทำให้ไวต่อความรู้สึก ดังนั้นระหว่างฉีดอาจเจ็บเล็กน้อย บางรายอาจมีอาการคัน แต่ส่วนใหญ่แล้วก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากจะมีการแปะยาชาเพื่อลดการเจ็บระหว่างฉีดได้
ฉีดฟิลเลอร์ปากดีไหม?
สำหรับใครที่ต้องการปรับทรงปากแบบเห็นผลทันที ต้องการความเป็นธรรมชาติ กลัวการผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น การฉีดฟิลเลอร์ปากถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี และเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาปากได้ตรงจุดครับ
สรุป
สำหรับใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับรูปปากกระจับ ปากสายฝอ ปากสายเกา ในเบื้องต้นแนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อนครับ เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินจากรูปทรงปากเดิม และแนะนำเนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ซึ่งจะ ช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาตรงความต้องการมากที่สุด

