ทุเรียนบูมตลาดจีน จุดชนวนวิวาทะข้อตกลงการค้าขนาดใหญ่กับอาเซียน

ทุเรียนไทย ไปจีน

สื่อญี่ปุ่นวิเคราะห์ด้านมืดการพึ่งพาตลาดส่งออกทุเรียนไปตลาดจีนของอาเซียน พบปัจจุบันมาเลเซีย-ไทยเป็นผู้ส่งออกหลัก หวั่นจีนปิดตลาดส่อวิกฤตเกษตรกรท้องถิ่น

วันที่ 29 สิงหาคม 2565 นิกเคอิ เอเชีย รายงาน ทุเรียน “ราชาเเห่งผลไม้” ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในประเทศจีน และทุเรียนกำลังกลายเป็นสินค้านำเข้าอันดับต้น ๆ ทั้งในเเง่ของปริมาณเเละราคา

การเพิ่มขึ้นของทุเรียนในตลาดจีนยังถูกกระตุ้นจากกรอบข้อตกลงใหม่ คือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งช่วยให้จีนสามารถนำเข้าผลไม้สดใหม่จากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างง่ายดายขึ้น

นอกจากนี้ ยังถือว่าเป็นกรณีทดสอบเกี่ยวกับการรวมประเทศจีนไว้ในกรอบการค้าเสรีขนาดใหญ่

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภูมิภาค หรือ RCEP ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคม 2565 ถือเป็นกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน มีสัดส่วนเทียบเท่าถึง 30% ของ GDP โลก โดยกรอบข้อตกลงการค้านี้ ประกอบไปด้วยประเทศจีน และประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 เเห่ง รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย เเละนิวซีเเลนด์

สิบสองปันนา จุดกระจายทุเรียนสู่จีน

ปัจจุบันเมืองสิบสองปันนา (Xishuangbanna) ในมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งตั้งอยู่ติดกับชายเเดนของอาเซียน ถือเป็นจุดที่มีทุเรียนนำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด โดยตลาดผักเเละผลไม้ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าวนั้นเต็มไปด้วยพ่อคนกลางเเละนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ซึ่งทุเรียนนานาชนิดได้ถูกนำเข้ามายังจีนผ่านทางบก จากทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน

อ้างอิงจากพ่อค้าเเม่ค้าในตลาด พบว่าตลาดค้าผักเเละผลไม้ในสิบสองปันนาสามารถค้าขายทุเรียนได้ถึง 1 ตันต่อวัน (1,000 กิโลกรัม) ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เเละเเม้ว่าราคาของผลไม้จะลดลงเเล้วนับตั้งเเต่ข้อตกลงการค้าถูกบังคับใช้ เเต่ราคาทุเรียนกลับพุ่งสูงขึ้น เนื่องมาจากความต้องการทุเรียนของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตามประมวลสถิติของศุลกากรจีน ในปี 2564 จำนวนการนำเข้าทุเรียนสดเพิ่มขึ้น 42.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี มาอยู่ที่ 821,600 ตัน เเละมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 82.4% จนถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์ (1.5 เเสนล้านบาท) ถือเป็นผลไม้ที่ถูกนำเข้าสูงสุดในทั้งสองหมวด โดยการนำเข้ายังเติบโตขึ้นเกือบ 4 เท่า จนเกือบเทียบเท่ากับในปี 2560 โดยมีเเนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้

รสชาติอันเเสน “หวานมัน” ของทุเรียน เเละคุณค่าทางโภชนาการที่ค่อนข้างสูง ดูเหมือนจะเป็นสิ่งดึงดูดต่อรสนิยมของชาวจีน โดยเเม้ว่าราคาของทุเรียนนั้นจะสูงถึง 7 ดอลลาร์ต่อลูก (254 บาท) เเต่ทุเรียนกลับถูกนำไปขายเรียงรายตามซูเปอร์มาร์เก็ตของประเทศจีนอย่างเด่นชัด

รวมถึงยังถูกนำไปประยุกต์เป็นเมนูเฉพาะจำนวนมาก ทั้งเค้กทุเรียน เครปนมสดทุเรียน พิซซ่าทุเรียน เเละทุเรียนหม้อไฟ ซึ่งเมนูทั้งหมดนี้ยังได้รับความนิยมจากโลกโซเชียลอีกด้วย เเละเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน ประเทศผู้ผลิตต่างก็เร่งขยายการส่งออก โดยประเทศไทยยังได้ผลิตทุเรียนกว่า 1.29 ล้านตันในปี 2564 เพิ่มขึ้นมาถึง 30% จากปี 2562

จีนคลั่งทุเรียนกับด้านมืดในฐานะตลาดนำเข้ารายใหญ่

ขณะที่มาเลเซียก็กำลังขยายการผลิตเช่นเดียวกัน หลังจากที่ความนิยมของทุเรียนสายพันธ์ุ ‘มูซังคิง’ หรือ Musang King ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ทุเรียนมูลค่าสูงเพิ่มสูงขึ้นในจีน โดยเเม้ว่าผลิตผลของทุเรียนสายพันธุ์ดังกล่าวจะมีเเนวโน้มลดลง เนื่องจากปริมาณฝนที่มากกว่าปกติ เเต่ทางการมาเลเซียก็ยังให้สัญญาณการส่งออกที่เติบโตขึ้น ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกยังคงขยายตัว ผ่านเเรงหนุนจากการลงทุนขององค์กรขนาดใหญ่

สำหรับประเทศอาเซียนเหล่านี้ การเข้าร่วมในกรอบความร่วมมือ RCEP ของจีนถือเป็นผลพวงที่ยิ่งใหญ่ต่อการส่งเสริมการส่งออก นอกเหนือจากการยกเลิกภาษีเเล้ว ข้อตกลงดังกล่าวยังกำหนดให้ร่นระยะเวลาพิธีการศุลกากรของสินค้าเน่าเสียง่ายให้เเล้วเสร็จภายใน 6 ชั่วโมง ถือเป็นการลดต้นทุนมหาศาล เเละสร้างข้อได้เปรียบให้กับทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีความสดใหม่เป็นจุดสำคัญ

หากเเต่ในทางกลับกัน ความบ้าคลั่งของทุเรียนในตลาดจีนยังฉายภาพให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างกรอบความร่วมมือทางการค้าเสรีขนาดใหญ่กับประเทศจีน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการหยุดชะงักของสายการผลิตที่ตลาดอุปทานสินค้าที่ใหญ่เกินไปของจีนอาจส่งผลให้เกิดได้

เช่นในมาเลเซีย ที่ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าการขยายพื้นที่เพาะปลูกสวนทุเรียนอย่างรวดเร็วในป่าฝนเขตร้อน อาจก่อให้เกิดปัญหาสิ่งเเวดล้อมได้ ขณะที่ไม่มีใครรู้ว่าความคลั่งไคล้ทุเรียนในจีนจะอยู่ได้นานแค่ไหน แม้ว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการเร่งการพึ่งพาทางเศรษฐกิจของประเทศอาเซียนต่อจีนมากเกินไป โดยขั้นตอนการผลิตทุเรียนนั้นมีระยะเวลาสูงถึง 5 ปีในการเพาะปลูก หากจีนตัดสินใจหยุดชะงักการนำเข้าทุเรียนจากประเทศดังกล่าว เกษตรกรจะได้รับผลกระทบอย่างหนักหนาสาหัส

เเท้ที่จริงเเล้ว จีนยังได้สั่งห้ามนำเข้าสัปปะรดเมื่อเดือนที่เเล้ว เพื่อตอบโต้ต่อรัฐบาลไต้หวัน รวมถึงได้สั่งเเบนการนำเข้ากล้วยฟิลิปปินส์ เนื่องมาจากข้อพิพาทดินเเดนในบริเวณทะเลจีนใต้อีกด้วย ทั้งนี้ เเม้ว่าไทยเเละมาเลเซียจะไม่มีปัญหาการทูตหรือปัญหาความมั่นคงใด ๆ กับจีน ณ ตอนนี้

อย่างไรก็ตาม หากความขัดเเย้งระหว่างจีนเเละสหรัฐอเมริกายกระดับความรุนเเรงขึ้นในอนาคต ก็ไม่ทราบได้ว่าความตึงเครียดในเอเชียจะทวีคูณขึ้นเมื่อไหร่ เเละประเทศที่มีระดับความพึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อจีนสูงก็อาจถูกบังคับให้ตกอยู่ในตำเเหน่งที่อ่อนเเอในความสัมพันธ์กับจีนในอนาคต

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งออกไปยังจีนจำเป็นต้องคำนึงถึงความสามารถในการวิจัยเเละการผลิตที่เข้มเเข็ง โดยจีนยังได้มีการวางเเผนลงทุนปลูกทุเรียนภายใน เช่น บนเกาะไหหลำ (Hainan) ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศที่ไม่เเตกต่างจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากนัก เเม้จะเผชิญกับความยากลำบากในการเก็บทุเรียนจำนวนมากก็ตาม

ขณะเดียวกัน จีนยังได้ทดลองปลูกทุเรียนชั้นดี (High-End) ในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ในมณฑลยูนนาน กว่างซี เเละไหหลำ เเม้ว่าอุปสรรคเช่น ละติจูดที่สูง พายุไต้ฝุ่นจำนวนมาก เเละสภาพอากาศอื่น ๆ ได้ขัดขวางการค้าขาย เเต่ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดจีนก็ได้ผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ พิจารณาลงทุนในการผลิตทุเรียน


เมื่อถึง ณ จุดนั้น อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อจีนประสบความสำเร็จในการปลูกทุเรียนภายในประเทศ การผลิตทุเรียนน่าจะเป็นที่เเพร่หลายในจีนก่อนที่เราจะรู้ตัว เเละเราก็อาจได้เห็นวันที่สัดส่วนใหญ่ของตลาดทุเรียนนั้นถูกครอบงำโดยทุเรียนจีน