เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

ไฟดูด ไฟรั่ว ฝนตก น้ำท่วม ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

18 ก.ย. 2565 | 15:59น.
ไฟดูด ไฟรั่ว น้ำท่วม เสาไฟฟ้า

เหตุการณ์นักเรียน 5 คนในจังหวัดอุดรธานีถูกไฟดูด เป็นอีกหนึ่งบทเรียนการป้องกันตัวจากกระแสไฟฟ้ารั่ว ไฟดูดในช่วงฤดูฝน

วันที่ 18 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์นักเรียน 5 คนในจังหวัดอุดรธานี ถูกกระแสไฟฟ้าดูด 2 จุด เมื่อเวลาประมาณ 5 โมงเย็น วันศุกร์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา นำมาสู่คำถามและการเตือนภัยเรื่องกระแสไฟฟ้ารั่วในช่วงฝนตกน้ำท่วมอีกครั้ง

แม้ว่าเหตุการณ์ที่อุดรธานีครั้งล่าสุด จะมีสาเหตุจากกระแสไฟฟ้ารั่วบริเวณเสาไฟฟ้า ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี แต่หากช่วงฤดูฝนมีน้ำท่วมขังจะปฏิบัติตัวอย่างไร

เว็บไซต์ สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ให้คำแนะนำว่า

1.กรณีน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขัง ก่อนน้ำท่วมภายในบ้านหรือบริเวณบ้าน ให้รีบขนย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้า และสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูง หรือที่ปลอดภัยที่น้ำจะท่วมถึง

2.ถ้าเป็นบ้านสองชั้นและมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น หากน้ำกำลังจะท่วมชั้นล่าง ให้ปลดสวิตช์ (เบรกเกอร์เมน) ตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะชั้นล่าง และปลดเบรกเกอร์ย่อยลงให้หมด

3.กรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้าน ให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชั้นบน โดยให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้าจะปลดสวิตช์ที่ชั้นล่างให้เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือช่างไฟฟ้า เพื่อแยกวงจรชั้นบนและชั้นล่าง

4.กรณีบ้านชั้นเดียว ให้งดใช้ไฟฟ้าโดยเด็ดขาด งดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงห้ามเปิดปิดสวิตช์ไฟด้านในและด้านนอกอาคารที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ แม้ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นอาจอยู่เหนือระดับน้ำ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ที่สำคัญ ปลั๊กไฟที่น้ำท่วมห้ามใช้งานเด็ดขาด

5.ควรอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้าหรือระบบจำหน่ายในพื้นที่น้ำท่วม รวมทั้งปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมอย่างน้อย 1-2 เมตร เพื่อความปลอดภัย

6.หากพบเห็นสายไฟฟ้าขาดหรือเสาไฟฟ้าล้มหรือสายไฟฟ้าขาดแช่น้ำ อย่าเข้าใกล้หรือสัมผัส ให้รีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่หรือสายด่วน กฟภ. โทร. 1129 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการแก้ไข

7.พบผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด อย่าใช้มือเปล่าแตะต้องตัวผู้ที่ติดอยู่กับกระแสไฟฟ้า หรือตัวนำที่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายเป็นอันขาด เพื่อป้องกันมิให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนได้รับอันตรายไปด้วย

  • ใช้วัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เช่น ผ้า ไม้แห้ง เชือกแห้ง สายยางหรือพลาสติกที่แห้งสนิท ถุงมือยางหรือผ้าแห้งพันมือให้หนา แล้วผลักหรือฉุดตัวผู้ประสบอันตรายให้หลุดออกมาโดยเร็ว หรือใช้ผ้าคล้องหรือให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าปลดสวิตช์ จากนั้นปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล
  • หากเป็นสายไฟฟ้าแรงสูง ให้หลีกเลี่ยงและรีบแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ หรือสายด่วน กฟภ. โทร. 1129 โดยเร็วที่สุด
  • อย่าลงไปในน้ำ กรณีมีกระแสไฟฟ้าอยู่ในบริเวณน้ำท่วมขัง หาวัตถุที่ไม่เป็นสื่อไฟฟ้าเขี่ยสายไฟฟ้าออกให้พ้น หรือแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าก่อน จึงค่อยช่วยผู้ประสบอันตราย

5 อันตรายฤดูฝน

ด้านเว็บไซต์สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ แนะข้อควรระวังอันตรายจากหน้าฝน 5 ด้าน ได้แก่

1.อันตรายจากโรคติดต่อ เพราะเป็นช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ความเย็นความชื้นที่มากับฝน จะทำให้ร่างการอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เกิดโรคต่าง ๆ ได้

2.อันตรายจากอุบัติเหตุจราจร ฝนตกถนนลื่นเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เมื่อต้องใช้รถใช้ถนน ควรตรวจสภาพรถยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ชะลอความเร็วรถให้ช้ากว่าปกติ และทิ้งระยะห่วงจากรถคันหน้าให้มากขึ้น

3.อันตรายจากไฟฟ้าช็อต ถ้ารู้สึกมือเปียกน้ำ หรือมีความชื้น ไม่ควรสัมผัสกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ปลั๊กไฟ หรือสวิตช์ไฟ เพราะอาจทำให้เกิดไฟฟ้าชอร์ตได้ และควรตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟให้อยู่ในสภาพร้อมใช้งานเสมอ

4.อันตรายจากฟ้าผ่า เมื่อฝนตกไม่ควรอยู่กลางแจ้ง หรือใต้ต้นไม้ เพราะอาจเสี่ยงถูกฟ้าผ่าได้ และไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือในที่โล่งแจ้ง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งนำไฟฟ้าทุกชนิด

5.อันตรายจากสัตว์ร้าย ควรหลีกเลี่ยงการเดิน หรือเข้าไปในพื้นที่รกร้าง เพราะเป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง เป็นต้น

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วม ฤดูฝน