เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์โชว์สัมพันธ์ไทย-จีนแน่น สี จิ้นผิง ร่วมเอเปค ดันเศรษฐกิจรุ่ง

03 พ.ย. 2565 | 10:48น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ หยอดไทย-จีน คู่ค้า คู่มิตร ยินดี สี จิ้นผิง ร่วมประชุมเอเปค อวด 9 เดือน ปี’65 ลงทุน 4.5 หมื่นล้านบาท รถยนต์ไฟฟ้าอนุมัติแล้ว 26 โครงการ 17 บริษัท กำลังการผลิต 8 แสนคัน ยอดการจดทะเบียนสะสม 8 เดือน 1 หมื่นคัน

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานสัมมนา Thailand-China Investment Forum (CONNECTED GROWTH GREENER BOOSTS) ตอนหนึ่งว่า “วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของผมอีกวันหนึ่ง ได้ทำงานอะไรที่เป็นอนาคตของบ้านของเมืองของเรากับเพื่อนของเรา เป็นความริเริ่มที่ดีของภาคเอกชนไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน”

รวมทั้งเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และยกระดับความร่วมมือรับกับสถานการณ์เปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปอีก และเป็นการต่อยอดไปสู่ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลพยายามทำงานอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้ไปข้างหน้าได้อย่างเต็มกำลัง ผ่านนโยบายการเปิดประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการค้า การลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและบริการ ทำให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนจากต่างประเทศเป็นอย่างมากในปีนี้

“หนึ่งในประเทศที่เป็นคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย คือประเทศจีน เรามีความสำคัญที่แน่นแฟ้นในทุกระดับ มีพลวัตอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจนั้นกลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญต่อเราระหว่างสองประเทศ นอกจากจะเป็นประเทศคู่ค้าแล้ว เรายังเป็นประเทศคู่มิตรที่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทางวัฒนธรรมอย่างยาวนาน รวมถึงไมตรีจิตของรัฐบาลและประชาชนชาวจีนในการร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในปี 2565 เป็นปีที่ครบรอบ 1 ทศวรรษของความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ดังนั้น เพื่อจะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เกิดผลกระทบจากโควิด-19 และสถานการณ์โลกในปัจจุบัน รวมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคต่าง ๆ และความท้าทายต่าง ๆ รัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลจีน เพื่อพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนสู่ทศวรรษหน้าในทุกมิติ โดยเราจะก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน ดังคำกล่าวที่กล่าวไว้ว่า จีนและไทยใช่อื่นไกล เราเป็นพี่น้องกัน

นอกจากนี้ ไทยได้สนับสนุนบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของรัฐบาลจีน ตามแผนริเริ่มการพัฒนาโลก (Global Development Initiative: GDI) ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของไทย ที่มุ่งเน้นความเจริญรุ่งเรือง โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง นำไปสู่การเติบโตที่สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุมในทุกมิติ

รัฐบาลไทยได้ส่งเสริมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งยกระดับความเชื่อมโยงทางด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ เชื่อมโยงกับภูมิภาคและโลก รวมถึงการพัฒนา EEC เชื่อมโยงกับข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) รวมทั้งพัฒนาปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุน การปรับปรุงร่างข้อเสนอยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) เพื่อดึงดูดกิจการใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพมาลงทุนในไทย

นอกจากนี้ ไทยถือเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค รัฐบาลพร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดยุทธศาสตร์การคมนาคมไร้รอยต่อ สอดคล้องกับการยกระดับการพัฒนา EEC เชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta: YRD) ของจีน แสดงให้เห็นความพร้อมของไทยในการรองรับการลงทุนจากจีน ในสาขาที่จีนมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และดิจิทัล

“ในช่วง 9 เดือนของปี’65 การส่งเสริมการลงทุนจากจีน มีเงินลงทุนกว่า 45,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของไทย เช่น การลงทุนจาก GWM รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการอนุมัติแล้วมีทั้งหมด 26 โครงการ จาก 17 บริษัท กำลังการผลิตกว่า 8 แสนคัน โดยยอดการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสม 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 65) จำนวน 1 หมื่นคัน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดอีวีอย่างแท้จริง”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานของการลงทุนระหว่างไทยกับจีนนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงการรถไฟจีน-ลาว กับระบบรางของไทย จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว ทำให้เกิดประโยชน์นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ไทยและจีนยังมีความร่วมมืออื่น ๆ ทั้งในกรอบทวิภาคี กรอบอนุภูมิภาค อย่างแม่โขง-ล้านช้าง ACMECS GMS และระดับภูมิภาค อย่างอาเซียน-จีน การขยายความร่วมมือภายใต้ BRICS Plus ที่จีนริเริ่ม

“ประการสำคัญ การที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในปีนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีนเป็นอย่างดียิ่ง และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมกลางเดือนนี้ด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และความเป็นหุ้นส่วนที่แนบแน่นของทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ทิ้งท้ายความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโต เสถียรภาพ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่มั่งคงและยั่งยืน ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน ควบคู่ไปกับการรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา