เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

ธปท. ชี้เงินเฟ้อ-ค่าครองชีพพุ่ง ลูกหนี้แบงก์รัฐแห่เข้ามาตรการช่วยเหลือ

21 พ.ย. 2565 | 16:21น.
สุวรรณี เจษฎาศักดิ์

ธปท. เผยตัวเลขหนี้เสียไตรมาส 3/65 ลดลงเหลือ 2.77% หรือ 5 แสนล้านบาท จากไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 2.88% รับเห็นสัญญาณหนี้เสียเพิ่มจากเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่เท่าเทียม หลังลูกหนี้แบงก์รัฐกลับเข้ามาตรการช่วยเหลือ 9.8 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 1.05 ล้านล้านบาท เหตุเงินเฟ้อเพิ่ม-กระทบค่าครองชีพ ลั่นเกาะติดกลุ่มเอสเอ็มอี-รายย่อย

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสที่ 3/2565 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.77% หรือคิดเป็นมูลค่า 5 แสนล้านบาท จากไตรมาสที่ 2/2565 อยู่ที่ 2.88% หรือคิดเป็น 5.3 แสนล้าน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ทั้งการตัดขายหนี้ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์ (AMC) และการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่องของธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ หากดูตัวเลขไส้ในเอ็นพีแอล พบว่าเอ็นพีแอลธุรกิจปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.83% มาอยู่ที่ 2.96% แบ่งเป็น เอ็นพีแอลสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ปรับลดลงจาก 2.09% มาอยู่ที่ 1.88% และเอ็นพีแอลสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปรับลดลงจาก 7.01% มาอยู่ที่ 6.78%

ขณะที่เอ็นพีแอลสินเชื่ออุปโภคบริโภค พบว่าปรับลดลงทุกพอร์ตสินเชื่อ ยกเว้นสินเชื่อรถยนต์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.48% มาอยู่ที่ 1.66% ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับลดลงจาก 3.38% จากไตรมาสที่ 2/2565 มาอยู่ที่ 3.25% สินเชื่อบัตรเครดิตปรับลดลงจาก 2.68% มาอยู่ที่ 2.46% และสินเชื่อส่วนบุคคลปรับลดลงจาก 2.35% มาอยู่ที่ 2.22%

ทั้งนี้ ธปท.คาดว่าแนวโน้มเอ็นพีแอลมีทิศทางทยอยปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไปต่อไม่ไหว และในกลุ่มที่มาตรการช่วยเหลือของธนาคารจบลง เช่น สินเชื่อรถยนต์ที่เอ็นพีแอลปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.48% มาอยู่ที่ 1.66% ซึ่งเป็นสินเชื่อรายย่อยเพียงตัวเดียวที่มีเอ็นพีแอลปรับเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากโครงการของธนาคารจบลง อาทิ คืนรถจบหนี้ เป็นต้น แม้ว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่จะมีไปถึงเดือนเมษายน 2566 ก็ตาม

อย่างไรก็ดี หากดูตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) เริ่มส่งสัญญาณปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.26% จากไตรมาสที่ 2/2565 อยู่ที่ 6.09% โดยเห็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยที่ปรับขึ้นจาก 6.53% มาเป็น 6.75% และกลุ่มสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่ยังคงมีความเปราะบางจากการฟื้นตัวไม่เท่ากัน

ซึ่งสอดคล้องกับลูกค้าที่เข้าโครงการช่วยเหลือทางการเงินของ ธปท. ณ เดือนสิงหาคม 2565 พบว่ามีสัญญาณกลับมาขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.98 ล้านล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะช่วงหลังพบว่าลูกหนี้จากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) เข้ามาสู่มาตรการเพิ่มขึ้นเป็น 1.05 ล้านล้านบาท จาก 9.8 แสนล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีลูกหนี้เข้าสู่มาตรการเพิ่มขึ้นเป็น 3.88 ล้านบัญชี จาก 3.84 ล้านบัญชี

“ลูกหนี้ในมาตรการพีกเยอะสุดในช่วงเดือน ก.ค. 63 และทยอยลดลง และกลับมาเพิ่มขึ้นไตรมาส 3 ปี’64 ซึ่งเป็นช่วงที่มีล็อกดาวน์เกิดขึ้น พอมาถึงตอนนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณการปรับขึ้นอีกครั้ง แม้ว่าเทียบสถานการณ์จะแย่กว่าปีก่อน แต่ดีกว่าปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวไม่เท่าเทียมและไม่ทั่วถึง และยังมีกลุ่มเปราะบาง และอ่อนไหวจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นที่กระทบต่อราคาอาหารและพลังงานที่มีผลต่อครัวเรือนรายได้น้อย

ทำให้แบงก์ชาติต้องจัดมหกรรมแก้หนี้ และขยายโปรดักต์แก้หนี้ เพื่อเพิ่มเอสเอ็มอีเข้ามา และขยายมาตรการออกไปถึงเดือน ม.ค.ปีหน้า รวมถึงยังต้องติดตามความสามารถชำระหนี้ เพราะเรายังมีความกังวลในกลุ่มเอสเอ็มอีรายย่อย และรีเทลที่มีความเปราะบางที่อาจจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินและเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น”