เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 รอเปิดวิธีใช้สิทธิ์จากกรุงไทย-มหาดไทย

17-1เราเที่ยวด้วยกัน (1)

โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 หลัง ครม.ปรับปรุงวิธีการใช้สิทธิ์ใหม่ ต้องรอกระทรวงมหาดไทย ออกแบบร่วมกับธนาคารกรุงไทย เพื่อป้องกันกลโกง จากเฟสแรก จึงใช้โครงการนี้ไม่ทันเทศกาลสงกรานต์

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กล่าวถึงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ที่ได้เพิ่มจำนวนสิทธิห้องพัก 2 ล้านห้อง และขยายเวลาใช้ได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งใช้สิทธิ์ไม่ทันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในเดือนเมษายน 2564 แต่สามารถเริ่มใช้สิทธิจองห้องพักเพื่อท่องเที่ยวได้เร็วที่สุด ในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม 2564

สำหรับเงื่อนไขโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 กระทรวงมหาไทย และธนาคารกรุงไทย จะร่วมกันออกแบบวิธีการใช้สิทธิ เพื่อป้องกันการทุจริต ไม่ให้เกิดซ้ำรอยโครงการที่ผ่านมา

สอดคล้องกับ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ให้ความเห็นว่า โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 มีวงเงินที่เหลืออยู่ 5,700 ล้านบาท ขยายสิทธิ์อีก 2 ล้านสิทธิ์ สามารถใช้เริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2564 เพราะธนาคารกรุงไทยต้องเตรียมระบบเพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสการทุจริต

โดยผู้ประกอบการที่ร่วม โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 2 จะต้องดำเนินการให้ความยินยอมอีกครั้งในระบบ เพื่อให้ ททท.เข้าไปตรวจสอบและนำข้อมูลห้องพักที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทย เช่น จำนวนห้อง และช่วงราคาที่พักสูงสุดและต่ำสุด โดยผู้ร่วมโครงการต้องจองห้องพักล่วงหน้า 7 วัน เพื่อให้ธนาคารกรุงไทย ส่งข้อมูลให้กับ ททท.เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ  เมื่อเข้าใช้จะมีการแสกนใบหน้า โดยจะมีข้อมูลจีพีเอสติดตามด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังครม. ปรับปรุงการใช้สิทธิ์โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ใหม่ โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อป้องกันการทุจริต

คาดว่าเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. – ส.ค. 2564 ตามมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 มีนาคม 2564 มีข้อสั่งการมีการปรับปรุงรายละเอียดใหม่ 7 เงื่อนไข ดังนี้

  1. เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ใช้งบประมาณ 5,700 ล้านบาท

สำหรับการปรับปรุงรายละเอียดโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ที่จะใช้วงเงินที่เหลืออยู่ประมาณ 5,700 ล้านบาท ในการดำเนินการต่อจากเฟส 1 และเฟส 2 ที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้จะมีการขยายสิทธิเพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านสิทธิ์

2. เริ่มใช้สิทธิได้พฤษภาคม-สิงหาคม 2564

ประชาชนสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2564 สาเหตุที่ล่าช้าไม่ทันช่วงวันหยุดยาว เทศกาลสงกรานต์ ปีนี้เนื่องจากตัวระบบที่ธนาคารกรุงไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสหรือทุจริตโครงการฯ แบบที่ผ่านมา

3. ผู้ประกอบการ ต้องแจ้งจำนวนห้องพัก-ราคาให้กับ ททท.รับทราบ

วิธีการใช้งาน “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ของทางฝั่งผู้ประกอบการโรงแรม ก็จะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นมา คือครั้งนี้จะต้องมีการกดให้ความยินยอมในระบบใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทาง ททท. สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ แล้ว ททท. ก็จะเอาข้อมูลห้องพักต่างๆ ที่จดทะเบียนไว้กับทางมหาดไทย มาดูว่าโรงแรมแต่ละแห่งมีจำนวนห้องเท่าไหร่

นอกจากนี้แต่ละโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องส่งจำนวนห้องพักและช่วงเรตราคาของห้องพัก (ราคาสูงสุด-ราคาต่ำสุด) ให้ทาง ททท. เพื่อให้ ททท. ตรวจวสอบข้อมูลดังกล่าวด้วย


4. ผู้ใช้สิทธิ์เข้าพัก ต้องลงทะเบียน และจองที่พักล่วงหน้า 7 วัน

สำหรับการใช้งานของประชาชนทั่วไป จะต้องลงทะเบียนกับทางโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 จากนั้นให้จองที่พักที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งในการจองที่พักนั้น กำหนดใหม่ว่าต้องจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อที่ธนาคารกรุงไทยจะได้ส่งข้อมูลให้ ททท. จากนั้นทาง ททท. ก็จะได้ตรวจสอบได้ว่าการจองนั้นมีความผิดปกติหรือไม่

5. ผู้ใช้สิทธิ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 ต้องสแกนใบหน้า

สำหรับประชาชนผู้ใช้สิทธิ เมื่อมีการเข้าพักในโรงแรมที่จองไว้ ก็จะต้อง “สแกนใบหน้า” ของผู้เข้าใช้สิทธิในโครงการฯ พอสแกนใบหน้าไปแล้ว ก็จะมีข้อมูล GPS ติดไปด้วย ตรงนี้ก็จะเป็นขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาเพื่อการใช้งานที่โปร่งใสมากขึ้น

6. E-Voucher ปรับปรุงใหม่ มีเฉพาะราคา 600 บาท เท่านั้น

สำหรับการใช้คูปอง หรือ E-Voucher ซึ่งแต่เดิมเคยกำหนดไว้ 900 บาทในวันธรรมดา และ 600 บาทในวันหยุด แต่ในการปรับปรุงเงื่อนไขใหม่ครั้งนี้ จะปรับมูลค่าเป็น 600 บาทต่อวัน ราคาเดียวเท่านั้น ไม่มีราคาอื่น

7. ต้องท่องเที่ยวและพักแรมข้ามจังหวัดเท่านั้น

กรอบพื้นที่ในการเดินทางท่องเที่ยว จากเดิมเคยระบุไว้ว่าสามารถใช้สิทธิท่องเที่ยวพักแรมในจังหวัดเดียวกับภูมิลำเนาได้ แต่ครั้งนี้มีการปรับปรุงเงื่อนไขใหม่ว่า ต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดเท่านั้น


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ