เรือซีเบค ซอลี ติดธงชาติ รัสเซีย บรรทุกธัญพืชหลายพันตันออกจากท่าเรือในเมืองท่ายูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองหลังสงคราม แล่นผ่านเขตน่านน้ำตุรกี เป็นประเด็นจับตาสถานะความสัมพันธ์ของตุรกีกับ 2 ประเทศ เมื่อมีข้อสังเกตว่า เรือลำดังกล่าวสะท้อนสถานการณ์วิกฤตอาหารและขโมยธัญพืชออกมาจากยูเครน
วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 อัลจาซีราห์ เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการพบเรือ ‘ซีเบค ซอลี’ เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติรัสเซีย ในทะเลดำ ในขอบเขตเดินเรือของตุรกี โดยระบุว่า พบเรือซีเบค ซอลี เรือรัสเซียบรรทุกธัญพืชที่ถูกขโมยมาจากยูเครน
โดยกรณีเรือซีเบค ซอลี สะท้อนถึงปัญหาความกังวลเรื่องวิกฤตอาหารระหว่างสงคราม รวมถึงทดสอบความสัมพันธ์ที่ตุรกีแสดงต่อรัสเซียและยูเครน
เพราะขณะที่สนามรบในยูเครน ผ่านการโจมตีนของรัสเซียดำเนินการมากว่า 100 วัน แต่เรือซีเบค ซอลี กลับสามารถบรรทุกสินค้าผ่านท่าเรือแบร์เดียนสก์ ในเมืองท่า แคว้นซาปอริฌเฌีย ยูเครน พื้นที่ที่ถูกรัสเซียยึดครองมาตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย. พร้อมกับแล่นผ่านตุรกี โดยบนเรือมีธัญพืชยูเครนบรรจุอยู่หลายพันตัน
ส่วนช่องข่าวที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมอสโก เรียกการเดินทางของเรือพาณิชย์ลำนี้ว่า เป็นการออกจากท่าเรือปลดปล่อย และเรือซีเบค ซอลี น่าจะเป็นเรือบรรทุกสินค้าลำแรกที่ออกจากแบร์เดียนสก์ เมืองท่าในยูเครน ที่ถูกรัสเซียยึดครอง นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังมีรายงานระบุว่า ยังมีเรือรัสเซียลำอื่นๆ ก็ออกจากท่าเรือยูเครนและบรรทุกธัญพืช มาก่อนหน้านี้ด้วย
ตามรายงานจากฝั่งยูเครน ระบุว่า ทางการตุรกีเข้าสกัดเรือซีเบค ซอลี ในบริเวณใกล้ท่าเรือคุราสุ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนกระทรวงการต่างประเทศตุรกี ระบุว่า กำลังสืบสวนข้อเรียกร้องของยูเครนเกี่ยวกับธัญพืชบนเรือดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กลับมารายงานอีกชิ้นระบุว่า เรือดังกล่าวออกจากท่าเรือในตุรกีเมื่อวันที่ 3 ก.ค. เช่นกัน และเรื่องนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ยูเครนไม่พอใจ และระบุว่า เรือซีเบค ซอลี ได้รับอนุญาตให้ออกจากท่าเรือตุรกี แม้มีหลักฐานชี้ชัดว่านำเสนอต่อทางการตุรกี
ไม่ทราบปลายทางสุดท้ายของเรือที่ชัดเจน
โฆษกกระทรวงต่างประเทศ รัสเซีย ระบุว่า ซีเบค ซอลี อยู่ระหว่างการดำเนินการตามกระบวนการ พร้อมกับปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ และปฏิเสธการรายงานที่เกี่ยวกับการบรรทุกสินค้าที่ถูกควบคุมไว้
ข้อพิพาทดังกล่าวส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตอาหาร หลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากยูเครนเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีชั้นนำของโลก และหลังสงคราม ก็ทำให้การส่งออกข้าวสาลีหยุดชะงัก และครั้งนี้ คือข้อกล่าวหาว่า รัสเซียขโมยสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญของเพื่อนบ้าน
นิโคเลย์ กอร์บาคอฟ ประธานสมาคมธัญพืชแห่งยูเครน เปิดเผยว่า ทหารรัสเซียขโมยธัญพืชที่เก็บไว้ในไซโลและขนส่งโดยรถบรรทุกหรือรถไฟไปยังท่าเรือในไครเมียที่ถูกยึดครอง และบรรจุลงบนเรือในขณะที่ช่องสัญญาณดาวเทียมถูกปิดการใช้งาน
“พวกเขาขโมยพืชผลด้วยกำลังที่โหดร้ายและการข่มขู่ด้วยอาวุธ” กอร์บาชอฟกล่าว
อีกด้านหนึ่ง กรณีเรือซีเบค ซอลี ยังเป็นบททดสอบความจริงใจของตุรกี ถึงบทบาทการไกล่เกลี่ยในสงคราม และความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ขณะที่ สหประชาชาติเรียกร้องตุรกีช่วยเหลือเรื่องเส้นทางการส่งออกธัญพืช และจนถึงขณะนี้ สิ่งที่ตรุกีทำคือ การหลีกเลี่ยงจุดชนวนความขัดแย้งกับรัสเซีย โดยไม่กักเรือรัสเซีย แม้จะรู้ว่า เรือลำดังกล่าวบรรทุกสินค้าจากยูเครนเข้ามาในอาณาเขตตุรกีแล้วก็ตาม
ทำไมตุรกีถึงกักเรือซีเบค ซอลี
ตุรกีสนับสนุนความเป็นอิสระของยูเครนและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศในขณะที่พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับรัสเซีย
เมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตุรกี กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลตุรกีกำลังสืบสวนข้อกล่าวหาว่าธัญพืชที่ปล้นมาได้เข้ามาในท่าเรือและจะ “ไม่อนุญาตให้สินค้าเหล่านี้เข้ามา” แต่ในท้ายที่สุด ตุรกีก็ไม่พบหลักฐานของการขนส่งดังกล่าว
ตามรายงานของ โยรุก ไอซิค นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอิสตันบูล ดูแลเวบไซต์บอสฟอรัส ออบเซอร์เวอร์ ระบุว่ามีเรือประมาณ 20 ลำที่แล่นจากเซวาสโทพอลและเคิร์ชไปยังท่าเรือตุรกีในเดือนมิถุนายน
จนถึงตอนนี้ ตุรกีหลีกเลี่ยงการกักเรือรัสเซีย แต่ “เพราะสิ่งที่เรียกว่าสาธารณรัฐโดเนตสค์ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการเปิดท่าเรือเบอร์เดียนสค์ ทำให้เรือลำนี้เป็นที่สนใจของผู้คน”
นักวิเคราะห์กล่าวว่า กรณีซีเบค ซอลี จะเป็น “กรณีทดสอบ” ของนโยบายต่างประเทศของตุรกี ซึ่งจนถึงขณะนี้ “อยู่ในตำแหน่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะสนับสนุนยูเครน แต่ก็ไม่ต่อต้านรัสเซีย”
อย่างไรก็ตาม ในช่วงดึกของวันพุธที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์การจราจรทางทะเลได้บันทึกเรือลำดังกล่าวออกจากจุดจอดทอดสมอนอกท่าเรือคาราซูไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ระบุรายละเอียด