ซัคเซสมอร์ ขนสินค้ารับเทรนด์สุขภาพ
“ซัคเซสมอร์” กางแผนบุกครึ่งปีหลัง เร่งขยายธุรกิจเครือข่าย พัฒนาสินค้าเสริมอาหาร เจาะลูกค้ากำลังซื้อสูง พร้อมเริ่มใช้งบฯการตลาดออนไลน์ซัพพอร์ตทีมขาย ด้านต่างประเทศ เตรียมขยายไปฟิลิปปินส์ อยู่ระหว่างหาดีลเลอร์ ก่อนอัพเดตความคืบหน้า ธุรกิจลีสซิ่ง เข้าเสริมพอร์ตธุรกิจ ขณะที่ไตรมาส 2 ทำรายได้ 287.7 ล้านเพิ่มขึ้น 15% สิ้นปี 2565 ตั้งเป้าเติบโต 20%
นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายอาหารเสริมและวิตามินรายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง กระแสการดูแลสุขภาพมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น
เห็นได้จากปัจจุบันคนรุ่นใหม่ ๆ หันมาดูแลสุขภาพทั้งภายนอกและภายใน พร้อมกับจำนวนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดวิตามินและเสริมอาหารมูลค่า 25,269 ล้านบาท เติบโต 8% ซึ่งกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีกำลังซื้อ
จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ซัคเซสมอร์ฯ มีรายได้จากการขายสินค้า 287.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 56.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%
ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก งวด 6 เดือน มีรายได้รวม 556.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% หลัก ๆ มาจากกลุ่มสินค้าเพื่อการเกษตร ที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ประกอบกับภาวะราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูง บริษัทจึงเร่งทำการตลาดสร้างการรับรู้มากขึ้น รวมไปถึงการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
กลุ่มที่ขายดีสุดประกอบด้วย เสริมอาหาร S Vera Plus เครื่องดื่มว่านหางจระเข้ และ S.O.D More ต้านอนุมูลอิสระ และ Phytovy ล้างลำไส้ รวมถึงผลิตภัณฑ์กาแฟ ยาสีฟัน เป็นต้น โดยสัดส่วนรายได้หลักแบ่งเป็น สินค้าเสริมอาหาร 60% สินค้าอุปโภคบริโภค 40%
นายแพทย์สิทธวีร์กล่าวต่อถึงกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง ประเมินว่าตลาดอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบเครือข่ายมูลค่า 70,000 ล้านบาท แม้ขณะนี้ตลาดค่อนข้างทรงตัว แต่ในครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจะมีความท้าทายและมีการแข่งขันมากขึ้นโดยจะมีผู้เล่นรายใหม่ ๆ เข้ามาในตลาด
ขณะเดียวกัน รายเล็ก ๆ ก็ออกไปจากตลาดด้วยเช่นกัน ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจด้วยการต่อยอดจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โฟกัสที่ผลิตภัณฑ์ทดแทน เช่น กลุ่มสินค้าสารกำจัดวัชพืชและเพิ่มฮอร์โมนพืช ภายใต้แบรนด์ Growing More รวมไปถึงกลุ่มสกินแคร์ ครีมบำรุงผิวหน้า ภายใต้แบรนด์ S Mone และสินค้าเสริมอาหารเพื่อการนอนหลับ แบรนด์ Nutrinal เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ
โดยในไตรมาส 3 เป็นต้นไป จะเริ่มใช้งบฯจัดกิจกรรมการตลาดออนไลน์มากขึ้น จากก่อนหน้านี้จะใช้การโฆษณาในรูปแบบปากต่อปาก เพื่อสนับสนุนทีมขาย
ปัจจุบันซัคเซสมอร์ฯมีสมาชิกนักธุรกิจอยู่ประมาณ 130,000 ราย ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งจากนี้ต้องเพิ่มสมาชิกมากขึ้น และนักขายต้องพัฒนาการจำหน่ายสินค้าให้แข็งแกร่งทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมขยายตลาดไปต่างประเทศ เข้าไปในฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมหาดีลเลอร์ พัฒนาโปรดักต์ และปรับโครงสร้างราคา ที่ผ่านมาซัคเซสมอร์ได้ขยายตลาดเข้าไปในเมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ในรูปแบบเครือข่ายขายตรง มีสาขากว่า 23 สาขา การทำการตลาดในปัจจุบันจะเน้นไปที่การนำระบบเข้ามามาพัฒนาทีมขาย ให้สื่อสารสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างเข้าใจ และใช้เครื่องมือดิจิทัลมาช่วยบริหารการตลาด เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของทีมในการขยายเครือข่ายต่อไปในอนาคต
ส่วนความคืบหน้าธุรกิจลีสซิ่ง ภายใต้บริษัท จัดให้ ลิสซิ่ง จำกัด ได้เริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยเฟส 1 จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้จริงในช่วงเดือนกันยายน เบื้องต้นในสิ้นปี 2565 จะมีพอร์ตสินเชื่อเช่ารถยนต์ ประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวถือเป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากการขายสินค้า และจะสามารถรองรับความต้องการของกลุ่มสมาชิก MLM ได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบเครือข่าย หรือ Multi-Level Marketing (MLM) โดยแบ่งได้เป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่
1.ธุรกิจเครือข่ายเพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศและต่างประเทศ
2.ธุรกิจให้บริการคำปรึกษาในการดำเนินธุรกิจเครือข่าย และรับจัดงานสัมมนา
3.ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และโรงงานผลิตสินค้า และธุรกิจลีสซิ่ง โดยตั้งเป้าว่าสิ้นปี 2565 จะมีรายได้เติบโตอยู่ที่ 20%