MI GROUP แนะทางรอดธุรกิจ ยุคผู้ค้าท่วมตลาดค้าปลีก
ค้าปลีก
MI GROUP แนะ 3 วิธี “ขายให้โดนใจ” ลูกค้าไทย ช่วง 6 เดือนท้ายปี 2568 หลังค้าปลีกไทยคนขายท่วมตลาด ผู้ค้าออนไลน์ทั้งอาชีพและสมัครเล่น พุ่งแตะ 9 ล้านราย
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานเจ้ากรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพว่า ครึ่งหลังของปี 2568 นี้ สถานการณ์ธุรกิจทวีความท้าทายเมื่อสภาพเศรษฐกิจ ผนวกกับความนิยมและการเข้าถึงของ Social Platform ต่าง ๆ ของชาวไทย
ค้าปลีกออนไลน์ทำผู้ค้าท่วม
ทำให้ปัจจุบันมีผู้ขายเกิดใหม่ ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ ในทุกช่องทาง ตั้งแต่แบรนด์ใหญ่ พ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึง Influencers/ Creators ขายตรงผ่าน Social Platform รวมกันกว่า 9,000,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นมือสมัครเล่น 3,000,000 ล้านราย
ด้วยการอยู่ในยุคที่เรียกว่า “ใคร ๆ ก็ได้ขาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ขายได้” นี้ผู้ประกอบการและแบรนด์ ต้องปรับตัวรับมือการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
โดยการที่ผู้ประกอบการและแบรนด์ จะอยู่รอดได้นั้น ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้ริโภคที่เปลี่ยนไปใน 3 ด้าน เพื่อนำมาสร้างกลยุทธ์ การขายให้โดนใจ
ผู้ซื้อขาด “ความมั่นใจที่จะซื้อ”
ขณะที่โลกกลายเป็น “ตลาดขนาดยักษ์” ที่เต็มไปด้วยผู้ขายทุกชนิด ตั้งแต่แบรนด์ใหญ่ข้ามชาติ จนถึงผู้ค้ารายย่อย รวมถึงสินค้าส่วนใหญ่กลายเป็นของที่ทดแทนกันได้ง่าย
สถานการณ์ตัวเลือกที่มากมายมหาศาลนี้ทำให้ผู้บริโภคเกิดปัญหา “ไม่มั่นใจพอจะซื้อ” เลือกซื้อน้อยลงกว่าเดิม และระวังการใช้จ่ายมากขึ้นแทน
ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อสินค้า แต่ซื้อ “เหตุผล”
ด้วยความไม่มั่นใจจากทางเลือกที่มากมายนี้ ผู้บริโภคจึงตัดสินใจเลือกซื้อจาก “แบรนด์ที่ตนเชื่อใจ” หรือ “แบรนด์ที่คนที่เชื่อใจใช้-แนะนำ” ส่งผลให้ อินฟลูเอนเซอร์ และ Community ต่าง ๆ มีอิทธิพลสูงขึ้น มากกว่าการโฆษณา และการทำโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว
ลูกค้าพร้อมเปลี่ยนแบรนด์ทุกเวลา
แม้ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสินค้า-บริการจากความเชื่อมั่น แต่ความภักดีของผู้บริโภครุ่นใหม่ลดลงไปมาก พร้อมที่จะเปลี่ยนแบรนด์ตามคำแนะนำของ อินฟลูเอนเซอร์ และ Community แบบทันที
โดยโจทย์ของแบรนด์เก่าคือ ผู้บริโภคคาดหวังสูงและพร้อมจะเปลี่ยนใจ ส่วนแบรนด์ใหม่ มีโจทย์เรื่อง การรับรู้ เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก
พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ทำให้ผู้ประกอบการ และแบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์ โดยเน้นใน 3 รูปแบบ คือ
ไม่ใช่แค่ “ขายเก่ง” แต่ต้อง “เข้าใจเก่ง”
โดยวาง Positioning ให้ชัด: ขายให้เฉพาะคนที่ใช่ เลือกกลุ่มเป้าหมายที่ “อิน” กับแบรนด์ขายของที่ “มีความหมาย” ไม่ใช่แค่ “ขายได้”
สร้าง Connection ก่อน Conversion เพราะคอนเทนต์ที่จริงใจ คือ เครื่องมือสำคัญ โดยต้องมีบทสนทนากับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่เพียงยิงโฆษณา ตามแนวทางมุ่งขาย “เหตุผล” ไม่ใช่แค่ “สินค้า” ด้วยการสร้างจุดยืนที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ลูกค้าเชื่อ
จากนั้นให้มุ่งเจาะกลุ่มเล็กแต่เหนียวแน่น เช่น กลุ่ม Subculture, Niche หรือ Community ต่าง ๆ เพื่อสร้างฐานแฟน และเปลี่ยนลูกค้าเป็น Brand Advocate
ไม่ต้องเสียงดัง แค่เข้าใจลึกซึ้ง
แบรนด์ที่อยู่รอดได้ ต้องเข้ากลุ่มเป้าหมายและเครื่องมือที่ตนใช้อย่างลึกซื้ง เช่น สินค้ารองเท้าทำมือควรเล่าเรื่องผ่านตัวช่างผู้ผลิต เพื่อเจาะใจสาย Handmade หรือ การใช้ TikTok Shop / LINE VOOM สามารถสร้าง “แฟนคลับ” ได้ด้วยไม่ใช่เพียงแค่ลูกค้า เช่นเดียวกับใน Facebook Group นั้นบรรดาสมาชิกจะเชื่อคนในกลุ่มมากกว่าโฆษณา เป็นต้น
อย่ามองข้าม Gen Horizon วัย 45+
กลุ่มคนวัยกลางชีวิต อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป มีจำนวนถึง 20 ล้านคน แต่เป็นกลุ่มที่มักถูกมองข้าม หรือเหมารวมไปกับวัยทำงาน – วัยเกษียณ แต่เป็นตัวแปรสำคัญของธุรกิจในปัจจุบัน เนื่องจาก มีกำลังซื้อสูง ไม่เป็นเป้าของแบรนด์ต่าง ๆ และมีความภักดีให้แบรนด์ที่เข้าใจจริง แต่ยังเปิดรับแบรนด์ใหม่ โดยต้องการการสื่อสารที่เคารพในความคิด และประสบการณ์
ทั้งนี้เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพ เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ ที่ มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป ได้เผย 8 กลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ไปก่อนแล้ว