เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
Economic ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
World มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ก.ตร. มีมติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16
Politics ก.ตร. มีมติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16
‘พิพัฒน์’ เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 27,000 ครัวเรือน บุกรุกบนที่ดินรถไฟ
Real Estate ‘พิพัฒน์’ เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 27,000 ครัวเรือน บุกรุกบนที่ดินรถไฟ
ดูทั้งหมด

ท่องเที่ยวสุขภาพ 2.2 ล้านล้านฮอต BDMS-เวชธานีเพิ่มบริการชิงตลาด

06 ส.ค. 2568 | 13:01น.

ธุรกิจสุขภาพ ตบเท้าหนุนเวลเนสทัวริซึม ปั้นรายได้-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หมอแอม BDMS แนะไทยก้าวข้ามเกมท่องเที่ยวสู่ตลาดใหม่ ปั้น Ecosystem ทั้งตรวจโรคทางกาย-ทางจิต ดึงนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำทุกปี ด้าน “แอท-ยีนส์” ดันเทคฯตรวจ-รักษาด้วยสเต็มเซลล์-จีโนม เพิ่มมูลค่าอุตฯท่องเที่ยว ส่วน “เวชธานี” เจาะเซ็กเมนต์ใหม่ผุดศูนย์ดูแลสุขภาพจิต-รักษาโรคซึมเศร้าครบวงจร

นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ฉายภาพว่า ปัจจุบันเวลเนสหรือสุขภาพ เป็นปัจจัยที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจต่าง ๆ โดยไม่จำกัดเฉพาะสถานพยาบาล อาทิ ท่องเที่ยว และอสังหาฯ ที่สามารถนำปัจจัยสุขภาพเข้าไปเสริมแกร่งให้โครงการ-บริการ เพื่อสร้างจุดดึงดูด และสปีดการเติบโต

สะท้อนจากอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลกในปี 2566 มีมูลค่าสูงถึง 6.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2577 โดยมี 3 อุตสาหกรรมย่อยที่เติบโตสูงเกิน 10% ต่อปี ได้แก่ อสังหาฯเชิงสุขภาพ เติบโต 15%, สุขภาพจิต เติบโต 12.2% และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เติบโต 10.2%

ในประเทศไทยนั้น ทั้ง 3 กลุ่มถือว่ามีศักยภาพการเติบโตที่สูงมาก โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่มีจุดแข็งครบทั้งธรรมชาติ, อาหาร, การบริการ, การแพทย์แผนไทย และโพซิชั่นศูนย์กลางการแพทย์ครบวงจร

โดยในปี 2023 ประเทศไทยสามารถครองอันดับ 1 ของโลก ในด้านการเติบโตของตลาดเวลเนสที่อัตรา 28.4% และที่สำคัญคือ ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย มีอัตราการเติบโตสูงถึง 120% เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีนเพียงประเทศเดียว

สอดคล้องกับรายงานของ Krungthai COMPASS ที่ประเมินว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยจะมีมูลค่ากว่า 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.2 ล้านล้านบาท ในปี 2577 เติบโตเฉลี่ยปีละ 15.7% หลังปี’66 นักท่องเที่ยวกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุดที่ 99,770 บาทต่อคน

จุดกระแสมาสุขภาพดีทุกปีที่ไทย

นพ.ตนุพลกล่าวต่อไปว่า การใช้สุขภาพเป็นแกนของการท่องเที่ยว ยังมีศักยภาพในการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนซ้ำอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การจุดกระแส “มาสุขภาพดีทุกปีที่เมืองไทย” ด้วยการโปรโมตบริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่ที่พักที่นอนแล้วสงบหลับสนิท, อาหารสุขภาพ, สถานที่ท่องเที่ยวแบบช่วยลดความเครียดได้, บริการตรวจสุขภาพของสถานพยาบาล เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นเหตุผลให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนไทยซ้ำ และเป็นจุดหมายที่ต้องมา แม้จะเคยมาแล้วหลายครั้งก็ตาม ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้านท่องเที่ยวบนเวทีโลก

อีกเซ็กเมนต์ที่มาแรงคือ การดูแลสุขภาพจิต ซึ่งเป็นน้องใหม่ในวงการเวลเนส แต่เติบโตรวดเร็ว เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันต้องเผชิญความเครียดสูงจากการรับข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว ฯลฯ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้คนทำเพื่อคลายเครียดคือ การทานอาหารที่กลุ่มจังก์ฟู้ด นำไปสู่การป่วยด้วยโรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคเครียด, เบาหวาน, ความดัน และอื่น ๆ

“ปัจจัยสุขภาพมีผลกับธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่าที่เห็น เช่น โรงแรมที่เตียงนอนไม่สบาย-หลับไม่สนิท ส่งผลกับนักเดินทางทั้งกลุ่มท่องเที่ยว และทำงาน-จัดประชุม โดยตัดโอกาสการกลับมาใช้บริการซ้ำ ตรงกันข้ามการตรวจสุขภาพแล้วแพทย์นัดตรวจ อาจเป็นเหตุผลสำหรับการกลับมาเที่ยวซ้ำได้ เรียกได้ว่าการผนึก 2 อุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ทำให้ไทยออกจากเกมท่องเที่ยวที่แข่งขันสูง ไปสู่ Ecosystem ใหม่ที่มีลูกค้าหลากหลายทั้งผู้ป่วยและผู้ที่มีสุขภาพดี”

เสริมมูลค่าด้วยสเต็มเซลล์-จีโนม

สอดคล้องกับ ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอท-ยีนส์ จำกัด ผู้ให้บริการด้านการตรวจยีน ดีเอ็นเอ อาร์เอ็นเอ กับสถานพยาบาลต่าง ๆ กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพสูง และเป็นหนึ่งในทางรอดของไทยในสถานการณ์สงครามการค้าที่กำลังดุเดือดในปัจจุบัน

เนื่องจากผู้คนทั่วโลกต่างทุ่มจับจ่ายด้านสุขภาพของตนและครอบครัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศต่าง ๆ ทำให้ดีมานด์บริการทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามไปด้วย

ดังนั้นเพื่อไทยควรเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้มากกว่าการทำศัลยกรรม หรือรักษาโรคทั่วไป, ทำฟัน รวมถึงตัดแว่นตา ด้วยการนำเทคโนโลยีและการรักษาใหม่ ๆ เข้ามา

โดยปัจจุบันมีหลายเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ได้ ทั้งด้านการตรวจหาโรค อาทิ การวิเคราะห์พันธุกรรมเพื่อหาความเสี่ยงของโรค เช่น มะเร็ง, เบาหวาน และความเสี่ยงอื่น เช่น แพ้อาหาร, แพ้ยา, โรคหัวใจขาดเลือด, โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ รวมถึงสร้างกระบวนการป้องกัน-รักษาแบบเฉพาะบุคคล

เทคโนโลยีการตรวจโรคที่ง่ายและรวดเร็วขึ้น เช่น การตรวจโรคติดเชื้อ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ด้วยปัสสาวะ, การวิเคราะห์ยีนเพื่อหาความเสี่ยงอัลไซเมอร์ การวัดความยาวเทโลเมียร์เพื่อประเมินอายุของเซลล์ เป็นต้น เช่นเดียวกับด้านการเจริญพันธุ์ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวปัจจุบันที่มีลูกน้อยลง แต่ต้องการลูกที่สุขภาพแข็งแรง อย่างการคัดกรองโรคในตัวอ่อนมนุษย์

รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการรักษาที่มีมูลค่าสูง และไทยมีสถานพยาบาล และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้สเต็มเซลล์อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แนวทางเพิ่มมูลค่านี้ยังมีความท้าทายใน 2 เรื่องคือ กฎระเบียบที่ยังไม่ชัดเจน และตามไม่ทันกับเทคโนโลยี เช่น สเต็มเซลล์ ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยน ตามโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medical Products-ATMPs) ซึ่งอยู่ในขั้นตอน Sandbox คาดว่าใน 2 ปี จะสามารถขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ด้านสเต็มเซลล์ได้ง่ายขึ้น จากปัจจุบันที่มีความซับซ้อนสูง

อีกจุดคือ การผลิตบุคลากรให้ทันกับดีมานด์ เนื่องจากนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มักไม่มีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติจริง เพราะกระบวนการต่าง ๆ มีต้นทุนสูง จึงอาจต้องสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อให้บุคลากรมีโอกาสปฏิบัติจริง

เวชธานีมุ่งตอบโจทย์สุขภาพจิต

พญ.ปวีณา ศรีมโนทิพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต Bangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH ในเครือโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมีปัญหาด้านสุขภาพจิต อาทิ โรคซึมเศร้า ไม่จำกัดเฉพาะชาวไทยเท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหานี้เช่นกัน เช่น กลุ่มชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทย หรือ Expat และกลุ่มชาวต่างชาติที่ย้ายมาอาศัยในไทย

ทั้งนี้ สะท้อนจากสัดส่วนผู้ใช้บริการชาวต่างชาติที่เข้ามารับการรักษาเป็นครั้งแรกนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 8% ของผู้ใช้บริการรายใหม่ทั้งหมด

ตัวเลขนี้ไปในทิศทางเดียวกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า ภายในปี 2030 โรคซึมเศร้าจะกลายเป็นภาระโรคอันดับหนึ่งของโลก สำหรับประเทศไทยมีแนวโน้มไปในทางเดียวกัน โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปี 2567/2568 ชี้ว่า มีคนไทยกว่า 1.3 ล้านคน หรือประมาณ 2% ของประชากรทั้งหมดเผชิญภาวะซึมเศร้า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

และเพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้บริการและตอบโจทย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลจึงเปิดตัว “ศูนย์รักษาโรคซึมเศร้าครบวงจร” พร้อมจุดเด่น อาทิ การตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น, ทีมสหสาขาวิชาชีพ และการออกแบบแนวทางรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมกับนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็น Esketamine ยารักษาภาวะซึมเศร้าแบบใหม่สำหรับพ่นทางจมูก และเครื่องรักษาโดยการกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดลึก