เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ถอดรหัสปรากฏการณ์ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” พลิกวิกฤตสู่โอกาส-เขย่าวงการไลฟ์คอมเมิร์ซ

14 ต.ค. 2568 | 21:07น.
เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น

ในยุคที่สมรภูมิไลฟ์คอมเมิร์ซแข่งขันอย่างดุเดือด การสร้างยอดขายและแรงกระเพื่อมในโลกออนไลน์ให้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ล่าสุดปรากฏการณ์ของ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ที่สามารถสร้างยอดขายและยอดการรับชมอย่างถล่มทลายภายในเวลาไม่กี่วัน ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในแวดวงนักการตลาดเป็นอย่างมาก

นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Growth Officer บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด (MI Group) ให้มุมมองกับปรากฎการณ์นี้ว่า นี่คือตัวอย่างของการสร้างกระแสที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้และสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้อย่างมหาศาลในเวลาอันสั้น

พลิกวิกฤตด้วย Emotional Marketing

โดยปัจจัยสำคัญที่เปรียบเสมือนการจุดพลุให้กับปรากฏการณ์นี้ คือการที่เจนนี่สามารถบริหารจัดการกระแสข่าวดราม่าส่วนตัวได้อย่างมีกลยุทธ์และเฉียบคม ด้วยการใช้ “Emotional Marketing” หรือการตลาดเชิงอารมณ์ ดึงความสนใจและความเห็นใจของผู้คนให้หันมาติดตาม ควบคู่ไปกับการใช้ทักษะและความรู้ด้านไลฟ์คอมเมิร์ซที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มาต่อยอดให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้ในทันที

ซึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้นักการตลาดและเจ้าของแบรนด์ต่างให้ความสนใจ คือโมเดลการคิดค่าบริการที่เจนนี่นำเสนอ ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่ “แฟร์เกม” อย่างมาก โดยคิดค่าบริการเพียง 50,000 บาท โดยจำกัดเพดานสูงสุดไว้ที่ 1,000 ออเดอร์ ซึ่งตัวเลขนี้ในมุมของแบรนด์ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับการทดลองตลาด

“เพราะหลังจากจบไลฟ์สิ่งที่แบรนด์จะได้รับและถือเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุดคือ “Brand Awareness” หรือการสร้างการรับรู้แบรนด์ในระดับประเทศ และยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลดีต่ออัลกอริทึมของแพลตฟอร์มอย่าง TikTok อีกด้วย เพราะเมื่อแบรนด์เป็นที่รู้จักและมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น การทำไลฟ์ในช่องของตัวเองครั้งถัดไปก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ขนาดเล็กอย่างร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ก่อนหน้านี้อาจไม่มีใครรู้จักและไม่รู้ว่าจะทำการตลาดอย่างไร แต่การลงทุนด้วยเงิน 50,000 บาทเพื่อเข้าร่วมไลฟ์กับเจนนี่เพียงครั้งเดียว สามารถทำให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ชมหลายแสนคนได้ในชั่วข้ามคืน จากเดิมที่ไลฟ์ขายเองได้เพียงหลักสิบหรือหลักร้อยออเดอร์ กลายเป็นแบรนด์ที่คนทั้งประเทศได้เห็นและจดจำ

5 วันโกย 143 ล้าน

นางสาววรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนพลังของอีคอมเมิร์ซเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึง Added Value ที่ผู้บริโภคจะได้รับเพิ่มเติม นอกเหนือจากตัวสินค้าในราคาที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะทั้งการได้พูดคุย และได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น จึงทำให้แฟนคลับรู้สึกอยากที่จะสนับสนุนและเลือกซื้อสินค้าผ่านไลฟ์เจนนี่ มากกว่าที่จะไปซื้อสินค้าจากที่อื่น

โดยถ้าหากวิเคราะห์ถึงกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุนอย่างล้นหลามนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าแกนหลักคือฐานแฟนคลับที่มีความภักดีสูงและมีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคในระดับแมส (Mass) เห็นได้จากตัวเลขยอดผู้เข้าชมไลฟ์ที่สูงตั้งแต่หลักแสนไปจนถึง 5-8 แสนคนในบางช่วงเวลา

ดังนั้น การที่เจนนี่สามารถปิดการขายในตะกร้าได้เป็นหลักหมื่นออเดอร์ จึงเป็นสัดส่วนที่สมเหตุสมผลและเกิดขึ้นได้จริง โดยล่าสุดหลังจากไลฟ์ขายสินค้าเพียงแค่ 5 วัน สามารถทำยอดขายสูงถึง 143 ล้านไปแล้ว ซึ่งนี่คือพลังของ Influencer ที่สามารถสร้าง Sense of Community ได้สำเร็จ

ความท้าทายที่ต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสที่มาแรง ก็มีข้อควรระวังสำหรับแบรนด์ที่ต้องการจะเข้าร่วมเช่นกัน โดยประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ “ประสบการณ์หลังการขาย” เนื่องจากเจนนี่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้จุดพลุและปิดการขาย แต่กระบวนการทั้งหมดหลังจากนั้น ตั้งแต่การจัดการคำสั่งซื้อ การจัดส่ง คุณภาพของสินค้า ไปจนถึงบริการหลังการขาย ยังคงเป็นความรับผิดชอบของแบรนด์โดยตรง

หากแบรนด์ใดไม่มีความพร้อม ไม่สามารถบริหารจัดการออเดอร์จำนวนมหาศาลและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ กระแสบวกที่ได้รับมาก็อาจพลิกกลับมาสร้างผลกระทบเชิงลบต่อชื่อเสียงของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น แบรนด์ที่ต้องการจะเกาะกระแสความสำเร็จนี้ จำเป็นต้องประเมินวัตถุประสงค์และศักยภาพของตนเองอย่างรอบด้านว่ามีความพร้อมด้าน Capacity มากน้อยเพียงใด เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนในครั้งนี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว และไม่กลายเป็นการทำลายชื่อเสียงที่สร้างมาในที่สุด

โดยสรุปแล้วปรากฏการณ์ไลฟ์ขายสินค้าของเจนนี่ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงไวรัลชั่วคราว แต่เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนวิวัฒนาการของการตลาดยุคใหม่ ที่อารมณ์และความสัมพันธ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่าที่เคย เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกนับพัน การขายที่เข้าถึงใจอาจมีค่ามากกว่าการขายที่ลดราคาหนัก ซึ่งเจนนี่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังของคนสามารถสร้างพลังของยอดขายได้อย่างแท้จริง