‘นงซิม-ซัมยัง’ ผุดโรงงานส่งออก ระเบิดศึกชิงตลาดบะหมี่กึ่งฯโลก
spicy
คอลัมน์ : Market Move
นงซิม (Nongshim) และซัมยัง (Samyang) สองยักษ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสัญชาติเกาหลี ที่มีสินค้าเด็ดอย่างบะหมี่แห้งรสไก่สูตรเผ็ดคูณ 2-3 เดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออกโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป หวังชิงส่วนแบ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโลก
สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย” รายงานว่า นงซิมประกาศสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเมืองปูซาน ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะโฟกัสการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลกโดยเฉพาะ ส่วนซัมยังประกาศปักธงโรงงานแห่งแรกในจีน เพื่อผลิตสินค้ารองรับตลาดโลกทั้งจีน, สหรัฐอเมริกา และยุโรปเช่นกัน
การตัดสินใจลงทุนบุกตลาดโลกของสองยักษ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในครั้งนี้ นับเป็นการท้าชนยักษ์สัญชาติญี่ปุ่นอย่างนิชชิน (Nissin) ด้วยการใช้ประโยชน์จาก 2 ปัจจัยหนุน ทั้งกระแสฮิตของภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง KPop Demon Hunters และดีมานด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกตามสภาพเงินเฟ้อ
โดยผู้บริหารของนงซิมกล่าวว่า ตอนนี้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบริษัทได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น หลังได้ปรากฏตัวใน “KPop Demon Hunters” เราจึงอยากใช้โอกาสนี้สร้างวัฒนธรรมอาหารระดับโลก
โรงงานแห่งใหม่ของนงซิมในเมืองปูซาน ซึ่งเป็นเมืองท่าใหญ่ของเกาหลีใต้ มีกำลังผลิตบะหมี่กึ่งฯแบรนด์ชิน (Shin) ถึง 500 ล้านเสิร์ฟ/ปี ตัวเลขนี้จะทำให้นงซิมมีศักยภาพการส่งออกเพิ่มเป็น 2 เท่าของปัจจุบัน รวมถึงมีการนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้วย โดยมีกำหนดเดินเครื่องสายการผลิตในปี 2026 ที่จะถึงนี้
นงซิมระบุว่าสินค้าจากโรงงานแห่งใหม่นี้ ส่วนใหญ่จะถูกส่งออกไปยังตลาดยุโรป เนื่องจากบริษัทเห็นโอกาสจากผลตอบรับของพ็อปอัพสโตร์ในปารีส เช่นเดียวกับความนิยมสินค้ารุ่นที่พัฒนาสำหรับตลาดยุโรปโดยเฉพาะ แม้ที่ผ่านมารายได้จากตลาดยุโรปจะไม่ถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม แต่บริษัทเชื่อว่าหลังจากนี้จะสามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้
ทั้งนี้ ช่วง 1 ปีที่ผ่านมานงซิมเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปตั้งบริษัทย่อยในเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายเพิ่มยอดขายในยุโรป เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ให้มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 หรือสูงกว่ายอดขายในยุโรปปัจจุบันประมาณ 4 เท่า
ต่อเนื่องจากเมื่อปี 2024 ที่เพิ่มสายการผลิตในโรงงานที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท เพื่อขยายธุรกิจด้วยสินค้าวีแกนและสินค้าใหม่อื่น ๆ
การเพิ่มสัดส่วนนี้จะทำให้ในปี 2030 ยอดขายในต่างประเทศของนงซิมจะมีสัดส่วนเป็น 60% ของรายได้รวม
ด้านซัมยังนั้นชิงออกตัวรุกตลาดโลกไปก่อนหน้านงซิมแล้ว ด้วยการสร้างโรงงานในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2027 โดยโรงงานแห่งนี้จะผลิตบะหมี่กึ่งฯสูตรเผ็ดตัวดังของแบรนด์ ด้วยกำลังผลิตสูงถึง 3,900 ล้านเสิร์ฟ/ปี หรือเพิ่มขึ้น 40% จากกำลังผลิตปัจจุบัน
โดยเป้าหมายการส่งออกของซัมยังเป็นตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป เช่นเดียวกับนงซิม หลังเมื่อเดือนมิถุนายน บริษัทเริ่มผลิตสินค้าสำหรับส่งออกในโรงงานใหม่ที่เมืองมิรยาง ของเกาหลีใต้ รวมถึงเมื่อปี 2024 ยังตั้งบริษัทย่อยในยุโรป และเพิ่งเซ็นสัญญากับดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เดิมความต้องการบะหมี่กึ่งฯแบรนด์เกาหลีกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกาและจีน แต่ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ความนิยมบะหมี่กึ่งฯแบรนด์เกาหลีเริ่มแพร่ไปทั่วโลก ทำให้ปัจจุบันทั้งนงซิมและซัมยังส่งออกไปยังกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคแล้ว
ทั้งนี้ รายงานของบริษัทวิจัย ยูโรมอนิเตอร์ ระบุว่าตลาดบะหมี่กึ่งฯโลกคาดว่าจะเติบโตจนมีมูลค่า 5.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 หรือขยายตัว 35% ในช่วงเวลา 10 ปี
ส่วนมูลค่าการส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากเกาหลีใต้นั้น ตามข้อมูลของสำนักงานศุลกากรเกาหลีใต้เมื่อปี 2024 อยู่ที่ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ส่วนสาเหตุของการเติบโตนี้ “คยองซอน มูน” จากยูโรมอนิเตอร์ สาขาเกาหลีใต้อธิบายว่า มาจากผู้ผลิตใช้กลยุทธ์ดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ด้วยรสชาติเผ็ดร้อนและดีต่อสุขภาพ
โดยบะหมี่กึ่งฯแบรนด์เกาหลีกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกา โดยรายงานของนงซิมระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดรวมของนงซิมและซัมยังขยับเป็น 29.6% ในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 6.1% จาก 5 ปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน บริษัทญี่ปุ่นอย่าง โตโย ซุยซัน (Toyo Suisan), นิชชิน และซันโย ฟู้ด (Sanyo Foods) มีส่วนแบ่งตลาดรวมลดลง 6.6% เหลือ 63.9%
อย่างไรก็ตาม นิชชินไม่อยู่เฉย แต่กำลังขยายธุรกิจนอกสหรัฐอเมริกา โดยวางแผนสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในฮังการี พร้อมเป้าหมายขยายธุรกิจให้ครอบคลุมมากกว่า 36 ประเทศในยุโรปที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว