เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พารากอนเผยโฉม NEXTOPIA World-Class Attraction รักษ์โลก ดึงลูกค้าวัยรุ่น

30 พ.ย. 2568 | 16:52น.

สยามพารากอน เปิดตัว NEXTOPIA World-Class Attraction ด้าน Sustainability ขนาด 1.5 หมื่น ตร.ม. พร้อมสารพัดนวัตกรรม ทัพร้านอาหาร-ค้าปลีก 40 ราย และ 300 SMEs บนชั้น 5 และ 5A หวังย้ำผู้นำค้าปลีกรักษ์โลก พร้อมดึงดูดลูกค้า Gen Y/Z พร้อมเล็งต่อยอดสู่โมเดลธุรกิจรับออกแบบพื้นที่ค้าปลีกสีเขียว

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งไทย อินเตอร์กว่า 40 องค์กร รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs กว่า 300 ราย และเม็ดเงินลงทุน 850 ล้านบาท พัฒนา NEXTOPIA ซึ่งเป็น World-Class Attraction ด้าน Sustainability ขนาดพื้นที่ 15,000 ตร.ม. บนชั้น 5 และ 5A บริเวณลานกิจกรรมเดิมด้านข้างของพารากอนฮอลล์

ด้วยแนวคิดการเป็น เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ที่รวมโนว์ฮาวและนวัตกรรมด้านความยั่งยืน จากผู้นำอุตสาหกรรม, นวัตกร และผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม มานำเสนอแบบครบครันที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, พื้นที่กิจกรรมรักษ์โลกตลอด 365 วัน, ร้านค้ารักษ์โลก และร้านอาหารที่ยึดความยั่งยืน

“เรียกได้ว่า NEXTOPIA Model คือแพลตฟอร์มต้นแบบแห่งการผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อร่วมสร้างโลกที่ดีกว่า ร่วมกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันด้วยแนวคิด Cocreation รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมในการนำเสนอประสบการณ์ (Experimental Engagement) ที่สนุกและสร้างผลกระทบเชิงบวกที่นำไปสู่ความยั่งยืน”

จัดเต็มนวัตกรรมเขียวแบบ 360 องศา

โดยมีไฮไลต์ประกอบด้วยพื้นผลิตพลังงาน หรือ The Kinetic Floor ที่เปลี่ยนพลังงานจลน์จากการก้าวเดินให้เป็นไฟฟ้า จากความร่วมมือระหว่าง Bangkok Cable และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, The Clean Energy

โดยบริษัทผนึกกำลังกับ B.Grimm ติดตั้งโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เหนือพื้นที่โครงการ ลดการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งเดิมอย่างเป็นรูปธรรม, ระบบความเย็นจากพื้น หรือ Floor Radiant Cooling ระบบทำความเย็นแบบไม่ใช้การเป่าลมจาก Casa Tech ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรค พร้อมช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พร้อมน้ำตกทำความเย็น The Cooling Waterfall น้ำตกสูง 16 เมตร เชื่อมต่อ 3 ชั้น เปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความชื้นและไม่เปลืองพลังงานในการสร้างภาวะน่าสบาย และระบบเติมอากาศมาตรฐานคลีนรูม ด้วยเทคโนโลยีจาก Daikin ติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูงเลียนแบบกลไกห้องปลอดเชื้อทั้งแยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับโครงสร้างที่ใช้วัสดุก่อสร้างและสี สารประกอบอินทรีย์ระเหยต่ำ ทั้งสีพิเศษปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก จาก TOA สอดคล้องมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล ร่วมกับวัสุดก่อสร้างที่คิดค้นโดยลดการปล่อยก๊าซเคมีอันตรายสู่อากาศ และลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจาก TPI Polene, Vanachai Group และ Saint Goban

รวมถึง The Globe จอทรงกลมที่ลอยเด่นใจกลาง NEXTOPIA จากความร่วมมือกับ PlanB Media สามารถแสดงสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์ธรรมชาติแบบเรียลไทม์ โดยได้รับความร่วมมือและข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ NASA

และรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมใน 4 มิติ คือ เรื่องการใช้พลังงาน เรื่องการใช้น้ำ เรื่องการจัดการขยะ รวมถึงพลังงานที่ผลิตจากการที่ทุกคนที่เข้ามาทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ ก้าวบน The Kinetic Floor แสดงดัชนีพลังของทุกคนบน The Globe

ขณะเดียวกันยังมี Communities พลังคอมมิวนิตี้เพื่อโลกที่ยั่งยืน จากการรวมพลังของกลุ่มผู้ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนกว่า 30 คอมมิวนิตี้ พร้อม Friends of NEXTOPIA

รวมถึงผู้ค้าปลีกกว่า 40 ร้านค้า และ SMEs มากกว่า 300 ราย ที่หวังสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการ ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการที่เน้นคุณค่าด้าน Sustainability, Equality และ Inclusivity

“งานออกแบบเป็นอีกไฮไลต์ของเรา โดยมี The Tree of Life จุดต้อนรับที่นำทุกคนเข้าสู่เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต, The Spiral บันไดโถงเชื่อมพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A ออกแบบด้วยแนวคิด Nature Inspired เชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติอย่างมีศิลปะ พร้อมใส่ความยั่งยืนด้วยงานศิลป์จากวัสดุเหลือใช้, The Forest Canopy และ The Ocean Canopy อินทีเรียร์ดีไซน์สุดล้ำที่สร้างจากวัสดุรีไซเคิลและขยะทะเล กลายเป็นงานศิลป์ที่ทุกคนต้องตื่นตาตื่นใจ ในพื้นที่ NEXTOPIA ยังมีกลิ่นสนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อการผ่อนคลายโดย JOURNAL”

ทั้งหมดนี้จากฝีมือคณะทำงานนำโดย รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ NEXTOPIA Team ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริหารคนรุ่นใหม่ของสยามพิวรรธน์

เล็งต่อยอดสู่ธุรกิจ ออกแบบค้าปลีกรักษ์โลก

รศ.ดร.สิงห์เสริมว่า NEXTOPIA นั้น นอกจากจะเป็นเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ที่รวมโนว์ฮาวและนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทผู้นำในด้านนี้ของสยามพารากอนแล้ว ยังถูกวางเป็นแม็กเนตดึงดูดผู้บริโภค Gen Y และ Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เพียงสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย และมีกำลังซื้อสูง รวมถึงเป็นกลุ่มที่มาใช้บริการในสยามพารากอนน้อย เพราะเดิมผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเจ้าของธุรกิจ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ดังนั้น ทีมจึงคัดเลือกร้านค้า-ร้านอาหารที่มาเปิดในพื้นที่ภายใต้เงื่อนไขความยั่งยืน อาทิ ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ, ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ-พลังงานในร้าน เป็นต้น ซึ่งทีมให้การสนับสนุนรายชื่อซัพพลายเออร์ให้ พร้อมมีการตรวจสอบสม่ำเสมอรายวัน เช่น ชั่งน้ำหนักขยะ ฯลฯ ต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 ปี เพื่อคุมคุณภาพ

นอกจากนี้ หาก NEXTOPIA ประสบความสำเร็จทั้งในด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเป็นแม็กเนตดึงดูดผู้บริโภค Gen Y และ Z แล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่อย่างการ รับออกแบบพื้นที่ค้าปลีกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้อีกด้วย

โดยอาศัยทีมงานที่มีโนว์ฮาวทั้งด้านการออกแบบ-บริหารพื้นที่ให้อยู่ภายในเงื่อนไขความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสื่อสารและจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์กลุ่ม Gen Y และ Z เช่นเดียวกับไลน์อัพพันธมิตรด้านนวัตกรรม-วัสดุ และผู้ประกอบการที่มีความพร้อม

“การสร้างและบริหารพื้นที่ค้าปลีกส่วนกลางและร้านค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงตามมาตรฐานต่าง ๆ ทั้งด้านพลังงาน, อากาศ, การจัดการขยะ, การลดคาร์บอน ฯลฯ นั้น ต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้า และการทดลองจริงหน้างานอีกนานหลายเดือน เพราะหลายจุด เช่น วัสดุบางชนิดหากนำมาใช้อาจต้องใช้เวลาถึง 50 ปี เพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิต จึงมีต้นทุนสูงทั้งเวลาและเม็ดเงิน ดังนั้นด้วยโนว์ฮาวของเราจะเป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะต่อยอดไปสู่การรับออกแบบ-บริหารพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

NEXTOPIA สยามพารากอน