เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KKP แจง Big Lot 28 ล้านหุ้น “ฐิตินันท์ วัธนเวคิน” ขาย 3.13% ให้บริษัทครอบครัว
Finance KKP แจง Big Lot 28 ล้านหุ้น “ฐิตินันท์ วัธนเวคิน” ขาย 3.13% ให้บริษัทครอบครัว
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (8 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.เคาะจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ ตั้งโฆษกรัฐบาล ถกร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
ดูทั้งหมด

MR.D.I.Y. ระดมสินค้าใหม่ ‘ถูก+ดี’ ฝ่าเศรษฐกิจ-กำลังซื้อซบ

19 ม.ค. 2569 | 08:29น.
อานุภาพ คงมาลัย

“มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.” กางแผนปี 2569 รับมือวิกฤตกำลังซื้อเปราะบาง-หนี้ครัวเรือนพุ่ง ชูธงกลยุทธ์ “Value-for-Money” ยึดหัวหาดสินค้าความคุ้มค่าราคาจับต้องได้ พร้อมสปีดสาขาปูพรมครบ 1,500 แห่งภายในปี 2570 มั่นใจโมเดลธุรกิจยืดหยุ่น-ความหลากหลายสินค้า 1.6 หมื่นรายการ เป็นกุญแจสำคัญฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจโลกผันผวน

นายอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในปี 2569 ว่า ภาพรวมตลาดยังคงมีแนวโน้มต่อเนื่องมาจากปี 2568 โดยจะดำเนินไปท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

รวมถึงความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย พิจารณาการตัดสินใจซื้ออย่างรอบคอบและใช้เวลาตัดสินใจนานขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าวยังมีปัจจัยบวกที่ชัดเจน คือการเติบโตของตลาดกลุ่ม “Value-for-Money” หรือสินค้าที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกในระยะต่อไป

ผู้บริโภคมองความสมเหตุสมผล

โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมลูกค้าพบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่มีความชัดเจนในความต้องการมากขึ้น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ 2 ปัจจัยหลัก คือ “ความคุ้มค่า” และ “ความสะดวกในการเข้าถึง”

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมนี้ก็ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่การมองหาสินค้าที่ราคาถูกที่สุด แต่เป็นการเลือกซื้อสินค้าอย่างมีเหตุผล โดยคำนึงถึงราคาที่จับต้องได้ควบคู่ไปกับคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของบริษัท ที่มุ่งเน้นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำเสนอสินค้าจำเป็นในราคาที่เข้าถึงง่าย

ระดมสินค้า-ตรึงลูกค้าทุกเทศกาล

นายอานุภาพกล่าวต่อว่า สำหรับยุทธศาสตร์การรุกตลาดในปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแบบรอบด้านผ่านจุดแข็งด้านความหลากหลายของสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าให้บริการกว่า 16,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดหมู่หลัก และมีการเติมสินค้าใหม่ เข้าสู่ตลาดมากกว่า 500 รายการต่อเดือน

โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในการคัดเลือกและพัฒนาสินค้า เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยได้อย่างตรงจุดและทันต่อการเปลี่ยนแปลง

Advertisement

นอกจากนี้ยังเน้นการทำตลาดให้สอดรับกับทุกช่วงเทศกาลสำคัญตลอดทั้งปี อาทิ ปีใหม่ ตรุษจีน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นร้านค้าที่ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัว ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ และสามารถเข้าใช้บริการได้ในทุกจังหวะชีวิต

“เป้าหมายของเราคือการพัฒนาสินค้าในทุกหมวดให้มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และการใช้งาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เมื่อเข้ามาที่ MR. D.I.Y. จะสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะสมและตอบโจทย์ได้ครบในที่เดียว”

ตั้งเป้าปูพรมแตะ 1.5 พันแห่ง

ส่วนในด้านกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทจะยังคงยึดมั่นใน 3 แกนหลัก คือ ความสะดวกในการเข้าถึง ความคุ้มค่าด้านราคา และความหลากหลายของสินค้า

ซึ่งเบื้องต้นเตรียมเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับศักยภาพการเติบโตของตลาดเชิงโครงสร้างและการกระจายตัวของประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และชุมชนระดับอำเภอ

โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 แห่งภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 1,000 สาขา ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและแคมเปญทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทั้งในช่องทางออฟไลน์

อาทิ เว็บไซต์บริษัท, Shopee, Lazada และ TikTok เพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งที่คุ้มค่า เข้าถึงได้ง่าย และตอกย้ำให้ MR. D.I.Y. เป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกของผู้บริโภคเมื่อต้องการเลือกซื้อสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน

บทเรียนปี’68 สู่การเติบโตที่ยั่งยืน

นายอานุภาพยังกล่าวทิ้งท้ายถึงความสำเร็จในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า ถือเป็นปีแห่งการเติบโตที่มีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของการขยายสาขาและการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้จะเป็นปีที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ แต่บริษัทก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น

โดยในปี 2569 นี้ บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นตอกย้ำจุดยืนในการเป็นร้านค้าที่อยู่เคียงข้างผู้บริโภค โดยเชื่อมั่นว่าธุรกิจที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างราคาและคุณภาพได้อย่างเหมาะสม จะยังคงมีโอกาสเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจมหภาค