พานาโซนิค ย้ำไทยฐานยุทธศาสตร์หลักธุรกิจถ่านไฟฉายเอเชีย-แปซิฟิก จิ๊กซอว์สำคัญชิงตลาด 3,000 ล้านก้อน ต่อยอดโนว์ฮาว 65 ปีธุรกิจในไทยสู่ตลาดอาเซียนและเอเชีย-แปซิฟิก ด้านประเทศไทยมั่นใจดีมานด์ไม่ต่ำกว่า 320 ล้านก้อน/ปี จากหลากปัจจัยหนุนทั้งกระแส IOT, อุตฯท่องเที่ยว, สังคมสูงวัย เล็งผนึกแบรนด์สินค้าสุขภาพทำบันเดิลชิงส่วนแบ่งตลาด ยืนยันไม่มีแผนย้ายฐานจากไทย ตั้งเป้ายอดขายเอเชีย-แปซิฟิกโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ยาวถึงปี 2573
นายอัทสึชิ อันไซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายถ่านไฟฉายแบรนด์พานาโซนิคในไทยและส่งออกกว่า 40 ประเทศ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ จะหันไปใช้แบตเตอรี่แบบลิเทียม-ไอออนกันมากขึ้น แต่ถ่านไฟฉายยังคงมีดีมานด์สูงขึ้นต่อเนื่องทั้งในไทยและทั่วโลก

โดยดีมานด์ถ่านไฟฉายในฝั่งครัวเรือนมาจากความแพร่หลายของอุปกรณ์สมาร์ทโฮม อาทิ กุญแจประตูแบบดิจิทัล หรือ Digital Doorlock และสภาพสังคมสูงวัยที่สร้างความต้องการอุปกรณ์สุขภาพ เช่น เครื่องวัดความดันแบบพกพา, เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ฯลฯ ซึ่งต่างต้องใช้ถ่านไฟฉาย เช่นเดียวกับฝั่งกลุ่มธุรกิจ อาทิ โรงแรมที่ต้องใช้ถ่านไฟฉายกับรีโมตทีวีในห้องพัก รวมถึงในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ถ่านไฟฉายอีกมาก
ส่งผลให้เฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกมีความต้องการถ่านไฟฉายไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านก้อน/ปี ส่วนในไทยปัจจุบันมีความต้องการถ่านไฟฉายขนาดต่าง ๆ ถึงประมาณ 320 ล้านก้อน/ปี แบ่งเป็นภาคครัวเรือน 55% และภาคธุรกิจ 45%
“แม้ดูแบบผิวเผิน ตลาดถ่านไฟฉายเหมือนเป็นตลาดที่อิ่มตัวไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีดีมานด์อีกมากและยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอาเซียนซึ่งดีมานด์ในหลายประเทศยังเพิ่มขึ้น สะท้อนศักยภาพของภูมิภาคนี้”
ต่อยอดโนว์ฮาวไทยสู่ APAC
นายอัทสึชิกล่าวต่อไปว่า จากแนวโน้มการเติบโตนี้ บริษัทเตรียมต่อยอดศักยภาพของไทยในฐานะฐานผลิต และสำนักงานใหญ่ของธุรกิจถ่านไฟฉาย เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตระยะกลาง ด้วยการต่อยอดโมเดลความสำเร็จจากไทยไปสู่ประเทศอื่นในอาเซียน โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเฉลี่ยต่อปีที่ 5% ต่อเนื่องจนถึงปี 2573
หนึ่งในกุญแจสำคัญคือ โมเดลการจัดจำหน่ายผ่านดีลเลอร์ที่เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจถ่านไฟฉายของพานาโซนิคประสบความสำเร็จในไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1
โดยนับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัท เนชั่นแนล ไทย จำกัด (NTC) ในเมื่อปี 2504 หรือเมื่อ 65 ปีก่อน จนปัจจุบันบริษัทมีดีลเลอร์ 17 ราย ครอบคลุมการจัดจำหน่ายในทุกภูมิภาคของไทย ทั้ง Traditional Trade และ Modern Trade รวมถึงดีลเลอร์กลุ่มนี้ยังดำเนินธุรกิจแบบรุ่นสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันหลายรายเข้าสู่รุ่นที่ 3 แล้ว สะท้อนถึงความสำเร็จของโมเดลนี้
พร้อมกับเดินหน้าลงทุนในไทยต่อเนื่อง เพื่อรับมือความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นด้วยการอัพเกรดเครื่องจักรในโรงงานที่ตำบลเทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ และปรับปริมาณการจัดซื้อรวมถึงหาซัพพลายเออร์รายใหม่ ๆ เพื่อให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบดีขึ้น
ผนึกแบรนด์สินค้าทำบันเดิล
ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาการนำกลยุทธ์การขายในตลาดญี่ปุ่นอย่าง การผนึกกำลังกับแบรนด์อุปกรณ์สุขภาพจัดแพ็กเกจบันเดิลถ่ายไฟฉายพานาโซนิคคู่กับอุปกรณ์มาปรับใช้ในไทยด้วย รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น หลังปัจจุบันแม้ดีลเลอร์จะครอบคลุมทั้ง Traditional Trade และ Modern Trade ทั่วประเทศแล้ว แต่ยังมีบางร้านค้าที่ยังไม่มีถ่านไฟฉายจำหน่าย หรือยังมีไม่ครบทุกรูปแบบ จึงเป็นช่องว่างที่บริษัทสามารถขยายเข้าไปเพื่อสร้างการเติบโตได้
เช่นเดียวกับการเพิ่มความเข้มข้นในยุทธศาสตร์สร้างการรับรู้ โดยมุ่งย้ำเรื่องคุณภาพสินค้า และความปลอดภัยในการใช้งานเพื่อรับมือกับคู่แข่งที่มีจุดเด่นในด้านราคา พร้อมเดินหน้าให้ความรู้เกี่ยวกับจุดสังเกตของสินค้าเพื่อรับมือปัญหาสินค้าปลอมที่แพร่ระบาดอยู่ในตลาด
เสริมจุดเด่นความยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าตามแนวคิด “Produce To Reduce” ที่มุ่งผลิตสินค้าคุณภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้บริโภค แบบครอบคลุมทุกกระบวนการตั้งแต่การผลิตสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน, ลดปริมาณขยะ, ลดการใช้สารอันตราย, ปราศจากการเพิ่มสารตะกั่วและแคดเมียม, การใช้บรรจุภัณฑ์จากกระดาษเพื่อลดพลาสติก ไปจนถึงดำเนินโครงการรีไซเคิลถ่านไฟฉายตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
โดยในปี 2568 บริษัทขยายจุดรับทิ้งถ่านไฟฉายใช้แล้วกว่า 1,060 จุดทั่วประเทศ และนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากกว่า 700,000 ก้อน
ย้ำไม่มีแผนย้ายฐาน
ด้านนายฮิเดะฟูมิ ฟูจิอิ กรรมการผู้บริหารระดับสูง พานาโซนิค เอเนอร์จี ประเทศญี่ปุ่น ย้ำว่า โรงงานผลิตถ่านไฟฉายของบริษัทจะยังคงอยู่ในไทย เนื่องจากความได้เปรียบในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายซัพพลายเชนที่วางระบบมานานถึง 65 ปี จนสามารถรักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับแข่งขันได้
โดยปัจจุบันบทบาทของไทยได้ก้าวจากการเป็นเพียงฐานการผลิต ไปสู่การเป็น “ฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ระดับโลก และศูนย์กลางการขายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” สำหรับการดำเนินธุรกิจถ่านไฟฉายของพานาโซนิค เอเนอร์จี ทั่วโลกแล้ว
ตลอดเวลา 65 ปีที่ผ่านมา พานาโซนิค เอเนอร์จี ยึดแนวคิดการลงทุนระยะยาว ทั้งเพิ่มกำลังการผลิต, ลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง, พัฒนานวัตกรรมของตัวสินค้า และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานสู่ระดับสากล ส่งผลให้บทบาทของประเทศไทยก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิตภายในประเทศ สู่การเป็นฐานยุทธศาสตร์เพื่อการส่งออกระดับโลก
“ไทยจะยังคงเป็นฐานยุทธศาสตร์หลักของพานาโซนิคในระดับโลก และเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงจากญี่ปุ่นเข้ากับศักยภาพของบุคลากรไทยและระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาวอย่างยั่งยืน” นายอัทสึชิเสริม