เชฟ-พ่อบ้าน ขึ้นแท่นมนุษย์ทองคำ มหาเศรษฐีแห่จ้าง 3 แสนยูเอส/ปี
คอลัมน์ : Market Move
เชฟ และพ่อบ้านหรือบัตเลอร์ (Butler) กำลังกลายเป็นมนุษย์ทองคำค่าตัวแพงระยับระดับแสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี หลังบรรดามหาเศรษฐีต่างต้องการตัวคนเหล่านี้มาช่วยลดความยุ่งยากวุ่นวายในการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันเทรนด์นี้ยังขยายไปสู่สารพัดอาชีพที่เกี่ยวกับการบริหาร-บริการในที่พักอาศัย ทั้งผู้ช่วยส่วนตัว พี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน คนขับรถ และผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งดีมานด์กำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า จากการศึกษาล่าสุดของมอร์แกน แอนด์ มาลเลต์ (Morgan & Mallet) เหล่ามหาเศรษฐีทั่วโลกยอมทุ่มเงินจ้างเชฟส่วนตัวด้วยมูลค่าสูงถึง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนพ่อบ้านสูงถึง 180,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 6 ล้านบาท เพื่อจัดการชีวิตประจำวันที่ซับซ้อนขึ้นตามไลฟ์สไตล์ เช่น การมีบ้านพักหลายแห่ง และครอบครัวขนาดใหญ่
ไลฟ์สไตล์หรูหรานี้ส่งผลให้ความต้องการเชฟ ผู้ช่วยส่วนตัว พ่อบ้าน พี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน คนขับรถ และผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก เนื่องจากความพยายามชิงตัวบุคลากรที่มีความสามารถ ขณะที่การหาพนักงานที่มีคุณภาพและมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์นั้นกลับยากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ค่าจ้างของผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง
“แม้แต่ลูกค้าหลายรายต่างประหลาดใจกับค่าบริการที่เพิ่มสูงขึ้นนี้”
“ลอรีน มาลเลต์” ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท มอร์แกน แอนด์ มาลเลต์ กล่าวว่า ผู้จัดการบ้าน (House manager) เป็นตำแหน่งที่เงินเดือนเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในบรรดาพนักงานในครัวเรือน โดยมีสาเหตุมาจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของคนร่ำรวย และจำนวนผู้สมัครคุณภาพสูงที่ลดลงสวนทางกับดีมานด์
รายงานยังระบุอีกว่า ตลาดเชฟส่วนตัวเป็นอีกหนึ่งตลาดที่กำลังคึกคักเป็นพิเศษ โดยในสหรัฐอเมริกาเชฟส่วนตัวสามารถสร้างรายได้ระหว่าง 100,000 ถึง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังครอบครัวมหาเศรษฐีต้องการจ้างเชฟระดับมิชลินสตาร์มาปรุงอาหารให้ที่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและความสนใจจากสาธารณชนเมื่อออกไปทานอาหารในร้านหรู

ทั้งนี้ไม่เพียงเชฟชื่อดังเท่านั้นที่สามารถเรียกค่าจ้างได้สูงที่สุด แต่เชฟที่ได้รับการฝึกฝนด้านอาหารพิเศษ เช่น การปรุงอาหารที่ปลอดภัยสำหรับผู้เป็นโรคเซลิแอค ก็สามารถเรียกค่าจ้างได้ตามใจชอบเช่นกัน
ส่วนพี่เลี้ยงเด็กนั้น ผู้ที่พูดได้ 3 ภาษาและมีประสบการณ์ในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษกำลังเป็นที่ต้องการมาก เช่นเดียวกับพี่เลี้ยงเด็กที่สามารถเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พี่เลี้ยงเด็กบางคนรายได้สูงถึง 163,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.84 ล้านบาท
สำหรับในสหรัฐอเมริกาจากการสำรวจของ Morgan & Mallet พบว่า ตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการมากที่สุดคือผู้ช่วยส่วนตัว โดยผู้ช่วยผู้บริหารและผู้ช่วยส่วนตัวสามารถมีรายได้สูงถึง 250,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือกว่า 8.4 ล้านบาท
รายงานนี้ระบุว่า ข้อกำหนดหลักในการจ้างงานเหล่านี้ประกอบด้วยการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัว รวมถึงทักษะด้านเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ เช่น ในเมืองลอสแอนเจลิส ผู้ช่วยส่วนตัวที่ได้รับการว่าจ้าง 77% ต้องทำข้อตกลงรักษาความลับ และการห้ามใช้โซเชียลมีเดียอย่างเข้มงวด กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับตำแหน่งพนักงานในบ้านทุกตำแหน่งแล้ว

ในอดีต พนักงานในครัวเรือนมักจะทำงานให้กับนายจ้างคนเดียวกันเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ปัจจุบันระยะเวลาการทำงานเฉลี่ยกับนายจ้างหนึ่งรายอยู่ที่ 3 ปีเท่านั้น เนื่องจากมหาเศรษฐีมักย้ายบ้านและขอถิ่นที่อยู่ถาวรในหลายประเทศ จึงต้องการพนักงานที่ถือหนังสือเดินทางของชาติตะวันตกซึ่งสะดวกต่อการขอวีซ่า
ทั้งนี้ สาเหตุที่การหาผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ที่มีทักษะกำลังเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักต้องจัดการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 3 แห่งในหลายประเทศและหลายกรอบกฎหมาย โดยในสหรัฐอเมริกาผู้จัดการบ้านสามารถมีรายได้ระหว่าง 150,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ด้านพ่อบ้านหรือบัตเลอร์นั้น มีเงินเดือนสูงถึง 180,000 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากภาระความรับผิดชอบที่หลากหลาย ทั้งต้องบริหารจัดการพนักงานในบ้าน เทคโนโลยีต่าง ๆ ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการขนส่งสิ่งของและบุคลากรระหว่างอสังหาฯ แต่ละแห่งของนายจ้าง
“ลูกค้าต้องการบริการที่มีประสิทธิภาพและลดความยุ่งยากซับซ้อนลง ความรอบคอบ การรักษาความลับ และความน่าเชื่อถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด ความสามารถในการปรับตัว ความยืดหยุ่น และทักษะการสื่อสารกับผู้อื่นที่ดีก็มีความสำคัญเช่นกัน”