นักท่องเที่ยวลองฮอลโตแกร่ง ททท.ชี้บุ๊กกิ้งล่วงหน้าพุ่งยาวยันไตรมาสแรก/70
ททท. เผยสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลโตแข็งแกร่ง การจองเดินทางล่วงหน้าปลายปีต่อเนื่องไตรมาส 1/70 เพิ่มชัดเจน ชี้ “คาซัคสถาน-รัสเซีย” พุ่งแรงสุด ๆ ยุโรปตลาดหลักพุ่ง 17.5% สายการบินทยอยเพิ่มเที่ยวบินตรง-จำนวนที่นั่งต่อเนื่อง จับตา “ราคาตั๋วโดยสาร-เศรษฐกิจ-ค่าครองชีพ” ปัจจัยท้าทายเที่ยวไทย รุกเดินหน้ากลยุทธ์ W x L x D คาดปีนี้กวาดรายได้รวมราว 7.3 แสนล้านบาท
นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-Haul Market) แม้ตลาดจะเผชิญปัจจัยลบอย่างหนักแต่ยังเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยภาพรวมของการจองการเดินทาง (Forward Booking) ในช่วงไตรมาส 4/2569-ไตรมาส 1/2570 ยังขยายตัวต่อเนื่องและชัดเจน เช่น รัสเซีย เพิ่มขึ้น 34% คาซัคสถาน เพิ่มขึ้น 45% ฟินแลนด์ เพิ่มขึ้น 29% เดนมาร์ก เพิ่มขึ้น 14% สวีเดน เพิ่มขึ้น 13% และนอร์เวย์ เพิ่มขึ้น 8%

เช่นเดียวกับภาพรวมในไตรมาส 1/2570 โดยข้อมูล Forward Booking จาก Amadeus Destination Gateway ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ระบุยอดจองล่วงหน้ารวมอยู่ที่ 2,254,380 คน เพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยภูมิภาคยุโรปเพิ่มขึ้น 17.5% (ฝรั่งเศส +30.5%, สหราชอาณาจักร +20.1%, เยอรมนี +15.2%) ภูมิภาคอเมริกา เพิ่มขึ้น 1.5% ภูมิภาคตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้น 38.2% (เติบโตสูงสุดแต่ต้องประเมินสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์) และภูมิภาคแอฟริกา ลดลง 0.7%

“เที่ยวบินตรง-ที่นั่ง” เพิ่มต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ข้อมูลแผนตารางบิน OAG (Official Airline Guide) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านข้อมูลด้านสถิติ ตารางการบิน (Flight Schedules) ระดับโลก ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ยังระบุว่า ในปี 2569 มีเที่ยวบินตรงจากตลาดระยะไกลมายังประเทศไทยรวม 32,379 เที่ยวบิน คิดเป็น 9,740,533 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นประมาณ 301,000 ที่นั่ง หรือ 3.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แบ่งเป็น ภูมิภาคยุโรป จำนวน 18,303 เที่ยวบิน รวม 5,567,927 ที่นั่ง ภูมิภาคอเมริกา จำนวน 459 เที่ยวบิน รวม 105,142 ที่นั่ง ภูมิภาคตะวันออกกลาง จำนวน 13,471 เที่ยวบิน รวม 4,007,028 ที่นั่ง และภูมิภาคแอฟริกา จำนวน 146 เที่ยวบิน รวม 60,436 ที่นั่ง (ดูตารางประกอบ)
“หากดูเฉพาะยุโรป อเมริกา และแอฟริกา มีที่นั่งบินรวมประมาณ 5.73 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้นประมาณ 3.02 แสนที่นั่ง หรือประมาณ 5.56% โดยในช่วง Winter 2026/2027 มีการเพิ่มทางเลือกเข้าสู่เมืองท่องเที่ยว เช่น SAS เปิดเส้นทางใหม่ โคเปนเฮเกน – ภูเก็ต และโคเปนเฮเกน – กระบี่ กาตาร์แอร์เวย์ เพิ่มเที่ยวบิน โดฮา – ภูเก็ต จาก 14 เป็น 21 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ตั้งแต่ 25 ตุลาคม2569” นางจิระวดีกล่าว
5 ความท้าทายใหญ่
นางจิระวดีกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม แม้นักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจะเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็มีความท้าทายสูงเช่นกันใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ราคาบัตรโดยสารที่สูงขึ้นในบางเส้นทางจากการปรับเปลี่ยนเส้นทางหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ซึ่งต้นทุนที่สูงขึ้นมีผลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง ขณะที่จำนวนที่นั่งยังเพิ่มขึ้นได้ไม่ทันความต้องการในบางช่วงเวลา
2. ภาวะเศรษฐกิจ ค่าพลังงาน และค่าครองชีพเป็นปัจจัยทำให้กลุ่ม Mainstream ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ครัวเรือนมีภาระด้านพลังงานเพิ่มขึ้น 3. การแข่งขันด้านราคาและอัตราแลกเปลี่ยน โดยนักท่องเที่ยวจะเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวมของทริปมากขึ้น ประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าหรือค่าเงินอ่อนได้เปรียบด้านราคา
4. การรับรู้เรื่องว่าประเทศไทยมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งในเอเชีย และ 5. ความสอดคล้องระหว่างความต้องการที่พักกับสินค้าในพื้นที่ โดยต้องเชื่อมความต้องการโรงแรม 4-5 ดาวกับจำนวนห้องพัก ระดับราคา ทำเล และช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวต้องการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
เดินหน้ากลยุทธ์ W x L x D
อย่างไรก็ตาม ททท. ยังเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ “กว้าง – ยาว – ลึก” หรือ W x L x D โดยในแนวกว้าง (Widen the Growth Horizon) จะมุ่งขยายตลาดเมืองต้นทาง กลุ่มลูกค้า และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสร้างแหล่งความต้องการเดินทางใหม่ พื้นที่เป้าหมายครอบคลุมกลุ่ม CIS ฝรั่งเศสตอนใต้ ยุโรปกลาง/ตะวันออก (โปแลนด์ เช็ก โรมาเนีย ฮังการี โปรตุเกส) รวมถึงเมืองที่มีศักยภาพ เช่น Hamburg, D?sseldorf ในเยอรมนี Nice, Marseille, Toulouse และ Lyon ในฝรั่งเศส ในอเมริกาเหนือจะขยายไปยัง Dallas, Miami, Atlanta ฯลฯ
พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เป็น Key Players ของแต่ละตลาด ทั้งผู้จัดแพ็กเกจ ช่องทางการขายออนไลน์ เครือข่ายที่ปรึกษาการเดินทาง และผู้ดูแลการเดินทางขององค์กร ทั้ง Tour Operators, OTAs, TMCs, Consortia DMCs เป็นต้น
ส่วนแนวยาว (Lengthen the Value Journey) จะเน้นการเพิ่มเวลาพำนัก ด้วยกิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ พร้อมเชื่อมการเดินทางเมืองหลักกับเมืองน่าเที่ยวตามความสนใจของแต่ละตลาด เพื่อยกระดับประเทศไทยจาก Year-round Destination สู่ Year-round Lifestyle สามารถเดินทางได้ตลอดทั้ง 365 วัน
ขณะที่แนวลึก (Deepen Meaning, Relevance and Value) จะทำให้สินค้า เนื้อหา และช่องทางเสนอขายตรงกับความสนใจและเหตุผลในการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยกำหนดให้เป็น Training Year อัพเดตสินค้าแก่ Travel Agents และ Travel Advisors เพื่อให้ผู้ขายมีความรู้ที่ทันสมัย เข้าใจจุดเด่นของสินค้า และสามารถนำไปออกแบบแพ็กเกจได้สอดรับกับความต้องการของตลาด พร้อมปรับปรุงฐานข้อมูลให้รองรับ AI Search Engine ด้วย
Long Haul เติบโตแข็งแกร่ง
นางจิระวดีกล่าวอีกว่า สำหรับปีงบประมาณ 2569 (ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568-30 กันยายน 2569) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะไกลรวม 10,799,591 คน เพิ่มขึ้น 1.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิมที่กำหนดประมาณ 0.87% หรือคิดเป็น 33.70% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และสร้างรายได้ราว 698,512 ล้านบาท
ประกอบด้วย ภูมิภาคยุโรป 8,271,996 คน ขยายตัว 2.69% ภูมิภาคอเมริกา 1,582,364 คน ขยายตัว 1.94% ภูมิภาคตะวันออกกลาง 749,417 คน ลดลง -6.34% ภูมิภาคแอฟริกา 195,814 คน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.53% (ดูตารางประกอบ)
“ภูมิภาคยุโรปยังเป็นฐานหลัก โดยมีตลาดที่โดดเด่น เช่น โปแลนด์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 18.47% สวีเดน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.43% มีเพียงภูมิภาคตะวันออกกลางที่เรายังคงต้องติดตามการฟื้นตัว และรักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด” นางจิระวดีกล่าว
หากดูตัวเลขปีปฏิทิน 2569 พบว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 20 ตุลาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจำนวน 7,923,379 คน (-0.61%) คิดเป็น 32.18% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด สร้างรายได้ประมาณ 512,886 ล้านบาท ประกอบด้วย ภูมิภาคยุโรป 6,024,049 คน ขยายตัว 0.09% ภูมิภาคอเมริกา 1,155,882 คน ขยายตัว 0.19% ภูมิภาคตะวันออกกลาง 605,142 คน ลดลง 8.11% และภูมิภาคแอฟริกา 138,306 คน ลดลง 2.01%
“แม้จำนวนรวมนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลจะต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย แต่เป็นตลาดที่มีเสถียรภาพมากกว่าภาพรวมตลาดต่างชาติทั้งหมดที่ลดลงประมาณ 4.3% โดยตลาดที่มีแรงส่งต่อเนื่องคือโปแลนด์ ที่เติบโต 10.82% และกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่เติบโต 5.83%” นางจิระวดีกล่าว และว่า ล่าสุดคาดการณ์ของปีปฏิทิน 2569 ว่าจะมีจำนวนอยู่ที่ 10.86 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% สร้างรายได้รวมราว 7.3 แสนล้านบาท