‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
“ยิบอินซอย” อัพเกรดธุรกิจเกษตรสู่โมเดลครบลูปตั้งแต่ขายเมล็ดพันธุ์-ปุ๋ย จนถึงรับซื้อ-แปรรูปสินค้าเกษตร ปั้นแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ซูเปอร์ฟู้ด โฟกัสลูกค้าพรีเมี่ยม หนุนดีมานด์สินค้าเกษตรแปรรูป ก่อนปรับโมเดลลงทุน Start Up เลิกอัดเม็ดเงิน หันดึงร่วมทีมสไตล์ Stategic Partnership พร้อมบิ๊กอีเวนต์ฉลอง 100 ปี 7-8 พ.ย.
นายยุพธัช ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิบอินซอย และแย็คส์ จำกัด และประธานจัดงาน 100 ปี ยิบอินซอย กล่าวว่า ในจังหวะครบรอบ 100 ปีของยิบอินซอยในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 นี้ บริษัทเดินหน้าอัพเกรดธุรกิจในเครือซึ่งมี 3 ด้านคือ ไอทีโซลูชั่นระดับองค์กรครบวงจร, เกษตร-พลังงาน เช่น จำหน่ายปุ๋ยและพลังงานสะอาด, ไลฟ์สไตล์-ความยั่งยืน อาทิ แพลตฟอร์มโรบินฮู้ด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปีที่ 101
มุ่งธุรกิจเกษตรครบลูป
โดยตั้งแต่โค้งท้ายปี 2569 และต้นปี 2570 บริษัทมุ่งปั้นธุรกิจเกษตรให้ครบลูปครอบคลุมตั้งแต่การขายพันธุ์พืช-สัตว์, ปุ๋ย, โซลูชั่นด้านการดูแลแปลงเพาะปลูก ไปจนถึงการรับซื้อสินค้าจากเกษตรมาแปรรูปขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์-ดีลิเวอรี่ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
โดยปัจจุบันเริ่มทดลองแปรรูปสับปะรดเป็นสินค้าทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างจาน และน้ำยาล้างมือ พร้อมจุดเด่นฟังก์ชั่นจากจุลินทรีย์ที่ต่อยอดจากโนว์ฮาวด้าน EM และการไม่ผสมสารเคมีสังเคราะห์

แย้มเตรียมเปิดดีลิเวอรี่ใหม่
ขณะเดียวกันปลายปี 2569 นี้เตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่แบรนด์ใหม่ ด้วยแนวคิดเน้นขายอาหารซูเปอร์ฟู้ด ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม ผู้บริโภคไม่อ่อนไหวต่อราคา ทำให้ไม่ต้องแข่งขันราคา และให้รายได้กับไรเดอร์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าแพลตฟอร์มอื่น
ทั้งนี้วางโมเดลคร่าว ๆ อาจเป็นการเก็บส่วนแบ่งจากร้านค้าและไรเดอร์แบบ Flat Rate ราคาเดียว แทนการเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าจะสามารถจูงใจร้านค้าและไรเดอร์มาเข้าร่วมได้
ส่วน Robinhood นั้น บริษัทรับช่วงต่อมาเพื่อมุ่งถ่วงดุลกับแพลตฟอร์มต่างชาติ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันยังเดินหน้าหาผู้รับช่วงต่อมาตลอด พร้อมเรียนรู้โนว์ฮาวการบริหารแอป เพื่อต่อยอดไปสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์อื่น ๆ
ด้านธุรกิจไอที ซึ่งจะมีบริษัท “ยิบอินซอย เน็กซ์” เป็นหัวหอกหลักนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี จึงจะสามารถเดินหน้าด้วยตัวเองในฐานะบริษัทลูกได้เต็มที่ ตามแผนปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็น Holding Company
ปรับโมเดลลงทุน Start UP
สำหรับแผนลงทุนใน Start UP บริษัทเปลี่ยนแนวทางจากการอัดฉีดเม็ดเงินแลกกับหุ้น มาเป็นการดึงสตาร์ตอัพเข้ามาเป็นทีมภายในบริษัท แบบ Stategic Partnership ให้สามารถสนับสนุนได้เต็มที่ และช่วยให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พร้อมวางกรอบเวลาให้การสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อสร้างแรงจูงใจ เมื่อประสบความสำเร็จตามแผนแล้วจึงสปินออฟออกไปเป็นบริษัทย่อยให้เติบโตไปด้วยกัน
ต้องระมัดระวังการลงทุน
ด้านแนวทางการลงทุนในปี 2570 นั้น ต้องระมัดระวังอย่างมากและวิเคราะห์ความเสี่ยงละเอียดมากขึ้น เพราะเต็มไปด้วยปัจจัยไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจ, สถานการณ์โลก, ราคาพลังงาน และอื่น ๆ
ดังนั้นแนวทางในขณะนี้จึงจะเดินหน้าลงทุนตามเทรนด์ของโลก/ไทย เช่น ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ดาต้าเซ็นเตอร์คงยังต้องรอดูทิศทาง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงจากสภาพที่ไม่แน่นอน
จัดงานใหญ่ฉลอง 100 ปี
นายยุพธัชกล่าวต่อไปว่า นอกจากแนวทางธุรกิจแล้ว บริษัทยังเตรียมจัดอีเวนต์สำคัญฉลองครบรอบ 100 ปี ด้วยงาน “สมโภชอาราม สนุกสำราญคลองผดุงฯ” ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2569 บริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษมเป็นพื้นที่แห่งการพบปะ ศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมสร้างสรรค์ เชื่อมโยงผู้คนกับชุมชน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ร้านค้า ช่างฝีมือ และผู้ประกอบการในย่าน
โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “Light & Sound Art Performance : A Happening Experience” การแสดงศิลปะร่วมสมัยที่ผสมผสานแสง สี เสียง และศิลปะการแสดงเข้ากับสถาปัตยกรรมและเรื่องราวของพื้นที่ ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 18.30-19.30 น. บริเวณถนนมหาพฤฒาราม ช่วงสะพานพิทยเสถียรถึงสะพานนี้จงสวัสดี
นอกจากนี้ยังมีการนำ Art Installation, Projection และการประดับแสงไฟริมคลองมาสร้างบรรยากาศและมุมมองใหม่ให้แก่พื้นที่ โดยเชื่อมโยงศิลปะร่วมสมัยเข้ากับทรัพยากรและเรื่องราวของชุมชน อาทิ ผลงานศิลปะจากผักตบชวาของศิลปิน เก่ง ปั้นพืช เป็นต้น