“แสงชัยแอร์ฯ” มั่นใจเครื่องฟอกอากาศ 2.8 พันล้าน โตเบาะ ๆ 30% เร่งตุนสินค้า 3 เท่าตัว กันขาดตลาด ก่อนเดินหน้าจัดอีเวนต์ย้ำ “บลูแอร์” มาตรฐานยุโรป ชูบริการหลังการขายเจาะกลุ่มพรีเมี่ยม เตรียมเปิดตัวอีก 2 รุ่นกลางปี พร้อมเดินสายเจรจาอินเตอร์แบรนด์เพิ่มเครื่องดูดฝุ่น-แอร์เคลื่อนที่ มั่นใจปีนี้โต 20%
นายวรเทพ อัศวนิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศแบรนด์บลูแอร์ (Bluair) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องฟอกอากาศเติบโตก้าวกระโดด จากข้อมูลของบริษัทวิจัยยูโรมอนิเตอร์ ระบุว่า ปี 2562 ตลาดเครื่องฟอกอากาศมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2,800 ล้านบาท เติบโตกว่า 50% และเพิ่มจากช่วง 4-5 ปีก่อน ที่มีมูลค่าเพียง 800-900 ล้านบาท จากความตื่นตัวเรื่องฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้มีผู้เล่นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนมีมากกว่า 10 แบรนด์แล้ว
และเชื่อว่าโมเมนตัมนี้จะดำเนินต่อไปในปีนี้ด้วย และจะช่วยให้ตลาดโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และไวรัสอู่ฮั่นมากระตุ้นทั้งในเซ็กเมนต์แมสถึงกลางราคา 3,000-20,000 บาท มีสัดส่วน 90% ของตลาด และเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมราคา 20,000 บาทขึ้นไป รวมไปจนถึงลูกค้าองค์กร หน่วยงานรัฐ-เอกชนอย่างสถานพยาบาล สำนักงาน ฯลฯ ที่ตื่นตัวมากขึ้น สะท้อนจากยอดขายเดือนมกราคมที่มีความเป็นไปได้ว่าจะสูงกว่าปีก่อน หรือมากกว่า 10 ล้านบาทรวมถึงยอดสั่งซื้อล่วงหน้าของร้านต่าง ๆ เพื่อสำรองสินค้าความตื่นตัวและการเติบโตนี้ ทำให้การแข่งขันราคาและการตลาด รวมถึงการให้ข้อมูลและโฆษณาเกินจริงผ่าน
โซเชียลดุเดือดขึ้นด้วยเช่นกัน หลังหน้าใหม่ตบเท้าลงสนามต่อเนื่อง โดยเฉพาะในระดับ “แมส-กลาง” และเพื่อรับมือ ในปีนี้บริษัทยังคงโฟกัสฐานลูกค้ากลางบน-พรีเมี่ยม ด้วยไลน์อัพสินค้าราคา 10,000-80,000 บาท ซึ่งมีคู่แข่งน้อยต่อไป พร้อมขยายไลน์อัพสินค้า โดยครึ่งปีหลังจะเปิดตัวเพิ่มอีก 2 รุ่น รวม 5 โมเดล มีจุดขายนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อเนื่องจากช่วงต้นปีที่ได้อัพเกรดรุ่นคลาสสิกเพิ่มเซ็นเซอร์วัดฝุ่นด้วยเลเซอร์เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคและการแข่งขันซึ่งต่างสนใจฟังก์ชั่นนี้กันมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังได้เพิ่มสต๊อกสินค้าไว้อีก 3 เท่าตัว หรือประมาณ 3,000 เครื่อง เพื่อรองรับดีมานด์ตลอดทั้งปีนี้ไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาด พร้อมกับใช้งบ 10% ของยอดขายเดินหน้าทำการตลาดแบบบีโลว์เดอะไลน์ทั้งจัดอีเวนต์และเปิดตัวสินค้า ย้ำจุดขายด้านความเร็วในการฟอกอากาศ ความเงียบและมาตรฐานยุโรป รวมถึงชูบริการหลังการขายอย่างบริการซ่อมถึงบ้านฟรี 2 ครั้ง การเตือนเปลี่ยนไส้กรองทุก 6 เดือน
นอกจากนี้บริษัทยังจะมีการส่งทีมขายเดินสายติดต่อองค์กรรัฐ-เอกชนต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มอสังหาฯที่เริ่มมีการเจรจากันบ้างแล้ว ชิงโอกาสจากความตื่นตัวในช่วงนี้เพื่อสร้างเม็ดเงินจากลูกค้าองค์กรซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20% หลังปี 2562 สามารถขายสินค้าให้หน่วยงานได้หลายแห่ง เช่น กระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาล ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มสินค้ากลุ่มใหม่ ๆ อาทิ เครื่องดูดฝุ่นและแอร์เคลื่อนที่ ซึ่งสามารถใช้โนว์ฮาวด้านการตลาด-หลังการขาย ไปจนถึงช่องทางขายที่มีอยู่แล้วทั้งเชนร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างเครือเซ็นทรัล-เดอะมอลล์และร้านบุญถาวรมาช่วยในการทำตลาด-ขายสินค้าได้ โดยอยู่ระหว่างเจรจากับอินเตอร์แบรนด์ 2-3 ราย ในส่วนเครื่องฟอกอากาศบริษัทตั้งเป้าเติบโต 20% จากปีก่อน หรือมียอดขายประมาณ 240 ล้านบาทต่อเนื่องจากการเติบโตถึง 3 เท่าเป็น 200 ล้านบาท เมื่อปี 2562 สูงกว่าปกติที่เติบโตเฉลี่ย 20-30% ต่อปี และจำนวนฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ยังช่วยสร้างรายได้ระยะยาวจากการขายไส้กรองได้อีกด้วย ซึ่งปี 2563 นี้รายได้ส่วนนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว