พลิกวิกฤต สร้างโอกาส “เมซโซ่” บุกแฟรนไชส์สู้โควิด
ไม่มีใครปฏิเสธว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบกับธุรกิจและผู้คนในวงกว้าง และอีกด้านหนึ่งก็ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับ new normal ที่กำลังเกิดขึ้น และคนที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดดเร็วและทันเหตุการณ์เท่านั้นที่จะได้ไปต่อ
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “ธนาวัฒน์ จิระเสวีจินดา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เมซโซ่ จำกัด ผู้บริหารร้านกาแฟ “เมซโซ่” (Mezzo) ถึงการปรับตัวท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้น
“ธนาวัฒน์” ผู้ก่อตั้งร้านกาแฟเมซโซ่ เริ่มต้นสนทนาว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวมองว่าธุรกิจที่ยังสามารถเติบโตได้ หลัก ๆ จะเป็นธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีราคาไม่สูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมของผู้คนยังมีการทานอาหาร-เครื่องดื่ม ที่เป็นปัจจัยสี่ แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้ธุรกิจเครื่องดื่มที่มีรสชาติดีและราคาไม่ต่างกันกลับได้รับอานิสงส์จากวิกฤตที่เกิดขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ผู้บริโภคอาจยอมจ่ายค่าเครื่องดื่มในราคาที่สูง เพื่อเข้าใช้บริการสถานที่นั่งประชุมภายในร้าน
“ในช่วงที่ศูนย์การค้ายังเปิดให้บริการได้ในช่วงเดือนต้นเดือนมีนาคม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีความตื่นกลัวไม่กล้าออกไปจับจ่ายใช้สอย ส่งผลกระทบต่อยอดขายสาขาที่อยู่ในศูนย์การค้าไม่มากนัก จนกระทั่งทางการประกาศล็อกดาวน์และปิดสถานที่บริการต่าง ๆ รวมถึงศูนย์การค้าเมื่อปลายเดือนมีนาคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ร้านกาแฟเมซโซ่ที่เปิดอยู่ในห้างกว่า 30 สาขา ต้องปิดให้บริการ และทำให้ยอดขายหายไปกว่า 50-60% ตอนนี้หลังจากคลายล็อก (17 พฤษภาคม) ให้สามารถกลับเปิดได้แล้ว ลูกค้าก็เริ่มทยอยกลับมาได้ประมาณ 80-90% ยอดขายก็เริ่มกลับมา”
พร้อมกันนี้ “ธนาวัฒน์” ย้ำว่า การเกิดขึ้นของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับธุรกิจและผู้คนอย่างมากมาย และเป็นอะไรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โควิดทำให้ธุรกิจเปลี่ยน พฤติกรรมคนเปลี่ยน ทำให้เมซโซ่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับตลาดที่เปลี่ยนไป
เมซโซ่ดำเนินธุรกิจมากว่า 12 ปี ที่ผ่านมาทุก ๆ ร้านจะเน้นลงทุนเองเป็นหลัก แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับวิกฤตไวรัสโควิด-19 ทำให้บริษัทจึงต้องปรับแผนใหม่ โดยจากนี้ไปจะหันมาให้ความสำคัญกับการขายแฟรนไชส์มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา เมซโซ่มีโมเดลแฟรนไชส์อยู่แล้ว และเพิ่งเริ่มขายแฟรนไชส์ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และเปิดไปได้ 2 สาขา ก็มาเจอโควิด-19
ร้านแฟรนไชส์ใช้ชื่อว่า “MezzoX” (เมซโซ่เอ็กซ์) เป็นร้านไม่ต้องลงทุนสูง เปิดได้ทุกพื้นที่ ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 250,000 บาท บริษัทจะเป็นผู้สนับสนุนเรื่องป้ายโลโก้ อุปกรณ์ วัตถุดิบ การฝึกอบรม และการทำตลาดผ่านช่องทางขายหน้าร้านและดีลิเวอรี่ สัญญามีระยะเวลา 2 ปี จ่ายค่าต่อสัญญาปีละ 20,000 บาท
เมซโซ่เอ็กซ์ เป็นร้านกาแฟไม่ต้องใช้เครื่องที่ต้องลงทุนค่าเครื่อง 2-3 แสนบาท มีจุดขายคือ เป็นกาแฟดริป ซึ่งจะแตกต่างจากร้านกาแฟทั่ว ๆ ไป ที่ต้องมีเครื่องชงกาแฟ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ และราคาเครื่องดื่มจะแตกต่างกันครึ่งต่อครึ่ง โดยเครื่องดื่มเมซโซ่เอ็กซ์ ราคาเครื่องดื่มโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 45-50 บาท ราคาจับต้องได้ และมีเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น กาแฟร้อน กาแฟเย็น ชาเย็น และเบเกอรี่ ฯลฯ และใช้วัตถุดิบเกรดดีทั้งจากซัพพลายเออร์ในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ มัทฉะ ช็อกโกแลต ฯลฯ
“และจุดเด่นของเมซโซ่เอ็กซ์ คือ การใช้กาแฟดริป แทนเครื่องชงกาแฟ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในแง่ของการซื้อเครื่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงขายแฟรนไชส์ในราคาถูกได้ และโมเดลนี้จะมุ่งขยายไปทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด”
ต่อคำถามถึงคุณภาพของกาแฟดริปกับกาแฟที่ชงด้วยเครื่อง “ธนาวัฒน์” ระบุว่า “ถ้าเป็นกาแฟดริป ขอแค่คุณต้มน้ำเป็น ตวงน้ำให้ถูก สมมุติสูตรกาแฟนี้จะต้องใช้ปริมาณน้ำกี่ซีซี และเทน้ำร้อนตามที่เราบอก ต้องรอกี่วินาที ต้องเทอีก ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้ รสชาติจะออกมาเหมือนกัน 100% ไม่มีทางเพี้ยน และได้มาตรฐานเดียวกันทุกแก้ว”
“ธนาวัฒน์” ยังระบุด้วยว่า เป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งของเมซโซ่เอ็กซ์ คือ การทำโมเดลนี้ขึ้นมาสำหรับซัพพอร์ตให้กับคนที่ตกงาน คนที่ถูกเลิกจ้างงาน และต้องการจะมีอาชีพ ต้องการจะมีธุรกิจของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องลงทุนมาก รวมถึงคนทั่ว ๆ ไป พนักงานบริษัท คนทำงานที่ต้องการจะมีธุรกิจเสริม อาชีพเสริม ซึ่งหลังจากที่บริษัทได้เริ่มโปรโมตร้านแฟรนไชส์ผ่านทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่สนใจเริ่มติดต่อเข้ามาเป็นระยะ ๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเซอร์วิสตอบโจทย์แฟรนไชส์ ด้วยการจับมือกับบัตรเครดิตเคทีซี โดยปลายเดือนสิงหาคมนี้ (28 สิงหาคม) สำนักงานของเคทีซีตรงตึก UBC2 เยื้อง ๆ กับเอ็มโพเรียม จะมีการเปิดร้านแฟรนไชส์ต้นแบบ เพื่อเป็นโชว์เคสให้คนที่สนใจได้เข้ามาสัมผัส ทั้งในแง่ของรสชาติเมนูเครื่องดื่มต่าง ๆ ถ้าสนใจต้องการเปิดร้านแฟรนไชส์ก็รูดเครดิตการ์ดตรงนั้นได้เลย โดยที่เคทีซีมีไฟแนนเชียลซัพพอร์ต เป็นวันสต็อปเซอร์วิส ถ้าไม่มีบัตรเคทีซี ก็สามารถจะอนุมัติภายใน 1 ชม. และสามารถเริ่มธุรกิจได้เลย และไม่เกิน 2 อาทิตย์จะเริ่มขายได้เลย ในงานนี้ผู้สนใจเปิดร้านแฟรนไชส์ สามารถใช้บริการผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน และในช่วงครึ่งปีหลังนี้คาดว่าจะเปิดได้อีก 2-4 สาขา
“เบื้องต้น ตอนนี้มีคนสนใจติดต่อเข้ามาเยอะมาก โดยเฉพาะนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการในต่างจังหวัด บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจขายอุปกรณ์การเกษตร เจ้าของโรงงาน ดีไซเนอร์ มีพื้นที่ที่เป็นออฟฟิศอยู่แล้ว ฯลฯ ตอนนี้มีอยู่ 2-3 รายที่มีพื้นที่อยู่แล้ว และต้องการจะลงทุนเพิ่มด้วยการเปิดเป็นร้านไซซ์มาตรฐาน ประมาณ 80 ตร.ม. และจะใช้โมเดลที่เป็นร้านกาแฟดริป เมซโซ่เอ็กซ์ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่ต้องการจะลงทุน”
แม่ทัพร้านกาแฟสัญชาติไทยรายนี้ยังย้ำในตอนท้ายว่า นอกจากการสร้างเน็ตเวิร์กของร้านเมซโซ่เอ็กซ์ให้กระจายและครอบคลุมไปทั่วประเทศแล้ว ตอนนี้เมซโซ่ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับนักลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากเมืองไทย และมีความเป็นไปได้สูงที่ภายในปีนี้อาจจะได้เห็น เมซโซ่เอ็กซ์ ไปโลดแล่นเสิร์ฟอยู่ในต่างประเทศก็เป็นได้