‘กี-กีรติ’ เปิดที่มาจัดงานวิ่งเพื่อสุขภาพ เคยหัวใจหยุดเต้น 19 นาที
กีรติ ศุภดิเรกกุล ซีอีโอบริษัท ยัง ซันส์ เปิดใจประสบการณ์หัวใจหยุดเต้นนาน 19 นาที หมอต้องปั๊มหัวใจ 4 ครั้งกว่าจะฟื้น จุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาผลักดันงานวิ่งเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง พร้อมชี้เทรนด์ “Longevity” มาแรง คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมจากโชว์ทริปเที่ยวมาโชว์เพซวิ่งแทน
นายกีรติ ศุภดิเรกกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ยัง ซันส์ ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพในเชิงลึกอย่าง Longevity กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนไทย โดยเฉพาะพฤติกรรมบนโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“ทุกวันนี้แทนที่จะโชว์ว่าจะไปเที่ยวไหน ก็มาโชว์เพซกันตอนเช้า ตื่นมาไปวิ่ง โชว์ฟีเจอร์ โชว์เกียร์กันแทน เทรนด์สุขภาพมันมาแล้วจริงๆ คนเริ่มดูแลสุขภาพตัวเองมากยิ่งขึ้น และเริ่มมองหาประสบการณ์หรือมองหาอะไรใหม่ๆ มากขึ้นด้วย”
จุดที่ทำให้นายกีรติผลักดันเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างจริงจัง มาจากประสบการณ์ตรงในชีวิตของเขาเอง โดยเคยประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นนานถึง 19 นาที ขณะไปโรงพยาบาลด้วยอาการผิดปกติ
เขาเล่าถึงประสบการณ์ครั้งนั้นว่า ตนเคยไปเจอโรงพยาบาลมา หัวใจหยุดเต้นไป 19 นาที หมอปั๊มขึ้นมา 4 ครั้ง แล้วก็โชคดีมากว่ากลับมาก็คือพูดได้ปกติ ไม่มี neurological outcome คือเปอร์เซ็นต์เยอะมากที่ไม่พูดปากเบี้ยว ไม่มีอะไรใดๆ
การที่ได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้งเป็นเหมือนโอกาสสำคัญที่จะได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่นๆ ได้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เขามุ่งมั่นผลักดันกิจกรรมด้านสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา

ทริปออกกำลังกาย พฤติกรรมใหม่ของคนรุ่นใหม่
นายกีรติยังระบุถึงปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเจเนอเรชันใหม่ที่เริ่มมีรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปจากเดิม
“เด็กเจนใหม่ตอนนี้จะมีทริปที่ไม่ใช่เป็นทริปท่องเที่ยวแล้ว แต่จะเป็นทริปออกกำลังกาย เลือกที่จะบินไปเที่ยวที่หนึ่ง เพื่อที่จะไปแข่งไตรกีฬาหรือไปวิ่ง โดยมีเป้าหมายเรื่องการแข่งขันมาก่อนว่า มีงานแข่งขันที่นั่น เลยบินไปกัน แล้วที่เหลือค่อยไปเที่ยว จากที่แต่ก่อนเราจะไปเที่ยวเลย”
กลุ่มนักวิ่งเริ่มมีเป้าหมายเป็นงานแข่งขันกีฬาก่อน แล้วจึงวางแผนการท่องเที่ยวตามมาทีหลัง ต่างจากพฤติกรรมเดิมที่การท่องเที่ยวมักเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเดินทาง ยกตัวอย่างเช่น กรณีนักวิ่งจำนวนมากที่นิยมสมัครเข้าร่วมงาน Tokyo Marathon ที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วจึงวางแผนท่องเที่ยวในกรุงโตเกียวควบคู่กันไป
สำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งที่ผ่านมา นายกีรติเปิดเผยว่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุประมาณ 25-45 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มหลักที่มีสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป และยังมีกลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าร่วมด้วยจำนวนหนึ่ง สะท้อนว่าเทรนด์การออกกำลังกายด้วยการวิ่งได้แผ่ขยายครอบคลุมหลากหลายช่วงวัยมากขึ้นในสังคมไทย
ประสบการณ์ โจทย์ใหญ่ของผู้จัดงานวิ่ง
นายกีรติกล่าวต่อว่า หนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้จัดงานวิ่งในยุคปัจจุบัน คือการสร้าง “ประสบการณ์” ใหม่ๆ ให้กับนักวิ่ง เนื่องจากพื้นที่และเส้นทางวิ่งในกรุงเทพฯ มีอยู่อย่างจำกัด
สิ่งหนึ่งที่ตนมองว่าเป็นโจทย์ยากสำหรับผู้จัดงานวิ่งทุกคน คือเราจะออฟเฟอร์อะไรให้กับนักวิ่ง ในเมื่อเส้นทางวิ่งในกรุงเทพฯ มันมีแค่นี้จริงๆ สุดท้ายมันก็จะเป็นถนนเส้นเดิมวนแบบเดิม ในเมื่อเราไม่สามารถไปสร้างถนนได้ ตัวประสบการณ์หรือกิจกรรมอื่นๆ มันจะต้องปรับตามแทน
แนวคิดหลักที่ยึดถือคือการไม่ต้องการให้นักวิ่งวิ่งเสร็จแล้วรับข้าวกลับบ้านตามรูปแบบเดิม แต่ควรมีองค์ประกอบเสริมระหว่างเส้นทางวิ่งเพื่อสร้างความประทับใจมากขึ้น เช่น การจัดรถฟู้ดทรัคแจกผลไม้สดแบบฟิวชัน หรือจุดถ่ายภาพที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อให้นักวิ่งได้รับมากกว่าการวิ่งเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่สร้างความประทับใจในการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือฟีดแบ็กจากกลุ่มนักวิ่งหน้าใหม่ที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนในชีวิต แต่ตัดสินใจฝึกซ้อมอย่างจริงจังเพื่อเข้าร่วมงานวิ่ง เช่น คนที่ไม่เคยวิ่งเลยในชีวิตนี้ แต่มาลงงาน แล้วฟีดแบ็กที่เขาได้คือความสนุก เขาตั้งใจซ้อมเพื่อมาวิ่งงานนี้
คำพูดเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้มันค่อนข้างเอฟเฟกต์ แล้วรู้สึกดี และยังมีภาพความประทับใจจากครอบครัวที่พาสมาชิกหลายเจเนอเรชันมาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งด้วยกัน ตั้งแต่คุณตาคุณยายวัยเกือบ 90 ปี ไปจนถึงเด็กเล็ก ซึ่งนายกีรติมองว่าเป็นภาพที่ดีของการที่กิจกรรมวิ่งสามารถทำให้คนหลายวัยมารวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันได้ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้คนลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น
โดยงานซานริโอ คาแรคเตอร์ ฮาล์ฟ มาราธอน (Sanrio Characters Half Marathon) ภายใต้ความร่วมมือของ ยัง ซันส์ และ วัน แบงค็อก ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2026 เป็นครั้งแรกของเซาท์อีสเอเชีย เปิดโอกาสให้นักวิ่งทุกวัย และสมาชิกทุกคนในครอบครัว ได้มีส่วนร่วมในประสบการณ์เดียวกัน
ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมือสมัครเล่น ก็สามารถร่วมสนุกผ่านระยะวิ่ง Fun Race 1.7K, 3.5K, 7K และ 10K หรือจะนักวิ่งมือโปร ก็สามารถท้าทายความสามารถกับระยะ 21K และ “17K” ระยะการวิ่ง CITY RUN ใหม่ครั้งแรกของประเทศไทย ที่ออกแบบให้นักวิ่งที่ต้องการสนามฝึกซ้อมก่อนไป ฮาล์ฟ มาราธอน
ซึ่งงานนี้มุ่งหวังที่จะสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Every kilometre you run creates more than just memories — it creates impact.” โดยในทุกๆ 1 กิโลเมตรที่นักวิ่งร่วมวิ่งจะมีมูลค่า 1 บาท โดยระยะของนักวิ่งของโปรเจคจะถูกนับรวมกัน และเปลี่ยนเป็นมูลค่าเงินสนับสนุน เพื่อสบทบทุนผ่านมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อร่วมสมทบทุนด้านการศึกษา งานวิจัยทางการแพทย์ และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป