เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ย. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 68,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ย. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 68,650 บาท
ธนาคารกรุงเทพ ปิดให้บริการ 16 สาขาใน กทม.ชั่วคราว จากน้ำท่วม
Finance ธนาคารกรุงเทพ ปิดให้บริการ 16 สาขาใน กทม.ชั่วคราว จากน้ำท่วม
เปิดฐานผลิตรถยนต์ VOYAH แบรนด์ใหม่บุกไทยปลายปีนี้
Automotive เปิดฐานผลิตรถยนต์ VOYAH แบรนด์ใหม่บุกไทยปลายปีนี้
พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ย. 69) ภาคกลางตะวันตกฝนหนักมาก กทม. ฝนลดลงแต่ยังตกต่อเนื่อง
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ย. 69) ภาคกลางตะวันตกฝนหนักมาก กทม. ฝนลดลงแต่ยังตกต่อเนื่อง
ทีทีบี ช่วยลูกค้าน้ำท่วม พักหนี้ 3 เดือนธุรกิจพักเงินต้น 6 เดือน
Finance ทีทีบี ช่วยลูกค้าน้ำท่วม พักหนี้ 3 เดือนธุรกิจพักเงินต้น 6 เดือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.36% อยู่ที่ 84,342 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.36% อยู่ที่ 84,342 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ในหลวง ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย โปรดเกล้าฯ ตั้งโรงครัวพระราชทาน-ศูนย์พักพิง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง ทรงห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย โปรดเกล้าฯ ตั้งโรงครัวพระราชทาน-ศูนย์พักพิง
อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
Politics อนุทิน ไฟเขียวให้ขยายงบสู้ ‘น้ำท่วม’ ถ้าไม่พอ เปิดช่อง “Work from Home”
สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
News สายไหมต้องรอด! ชาวบ้านแห่กักตุนเสบียง ไข่ไก่เกลี้ยงแผง ร้านสะดวกซื้อบางสาขาไร้บะหมี่ฯ
ดูทั้งหมด

“ท่องเที่ยว” วอนเดินหน้า “เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย”

29 ส.ค. 2564 | 19:19น.
ท่องเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายสำหรับตลาดท่องเที่ยวในประเทศปี 2564 นี้ว่าจะมีจำนวนคนไทยเที่ยวในประเทศที่ราว 100 ล้านคน-ครั้ง และสร้างรายได้ท่องเที่ยวที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท และเป็นรายได้หลักของภาคการท่องเที่ยวไทยในปีนี้

แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศตั้งแต่ปลายปี 2563 และต่อเนื่องมาถึงขณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ภายใต้กรอบงบประมาณสนับสนุนกว่า 10,000 ล้านบาท กับ 2 โครงการใหญ่คือ โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” จำนวน 1 ล้านสิทธิ (รัฐสนับสนุนสูงสุด 5,000 บาทต่อคน) ที่เลื่อนโครงการมาเป็นระยะตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยภาคเอกชนท่องเที่ยวต่างลุ้นให้สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายบ้างในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ เพื่อที่จะเดินหน้ากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีต่อไป

ส่อยุติ 2 โครงการใหญ่

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาการดำเนินการโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” มีปัญหาค่อนข้างมากตั้งแต่เฟสแรกที่กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ดำเนินการ กระทั่งเกิดปัญหาทุจริตและส่งต่อโครงการดังกล่าวให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับผิดชอบและดำเนินการต่อ

และนอกจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่ต้องเดินหน้าต่อเฟส 3 แล้วยังมีโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” อีกโครงการที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายของปี หรือในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้

“มีความเป็นไปได้สูงว่าด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ยังคงรุนแรงอยู่ในขณะนี้อาจทำให้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวนี้ต้องยุติไปก่อนเพราะติดเงื่อนไขการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐ” แหล่งข่าวกล่าว

ครม.ขีดเส้นตายตุลาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปพิจารณาความเหมาะสมของช่วงระยะเวลาที่จะเริ่มดำเนินโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

พร้อมทั้งพิจารณากำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดของการเข้าร่วมโครงการทั้ง 2 โครงการให้มีความรัดกุม โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 อันเนื่องจาก
การดำเนินโครงการ

โดยหากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถเริ่มต้นดำเนินโครงการได้ภายในเดือนตุลาคม 2564 อาจจะพิจารณาเสนอขอยุติโครงการและคืนกรอบวงเงินกู้เหลือจ่ายตามขั้นตอนของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป

วอนเก็บงบฯไว้อัดฉีดปีหน้า

ด้าน “ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในมุมของเอกชนมองว่าภาคเอกชนท่องเที่ยวอยากวิงวอนให้รัฐเดินหน้าทั้ง 2 โครงการต่อ เพราะมาตรการดังกล่าวเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวภายในประเทศพลิกฟื้นกลับมา และช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการในเฮือกสุดท้ายนี้

โดยในมุมของภาคเอกชนมองว่า ภาคการท่องเที่ยวต้องเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวภายในประเทศต่อ โดยงบประมาณการกระตุ้นของรัฐบาลนั้นจะช่วยให้การท่องเที่ยวของคนไทยเป็นไปได้ แต่พอเห็นข่าวที่รัฐขีดเส้นตายให้แค่เดือนตุลาคมนี้ คนท่องเที่ยวรู้สึกหมดหวังสำหรับการทำการตลาดในไตรมาส 4

“ที่ผ่านมางบฯอนุมัติแล้วแต่ที่ทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะการกระจายวัคซีนที่ล่าช้า ไม่ทั่วถึง ขณะที่การแพร่ระบาดก็ยังสูง ไม่ได้เป็นเพราะว่าให้งบประมาณมาแล้วแต่คนท่องเที่ยวกระตุ้นกันไม่ได้ ดังนั้นหากรัฐต้องยุติแล้วเก็บงบฯคืนกระทรวงการคลังก็อยากขอร้องให้รัฐบาลเก็บไว้สำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยวในรอบปีงบประมาณใหม่ต่อไป”

ชงอัด “เที่ยวคนละครึ่ง”

ประธาน สทท.ยังบอกด้วยว่าหากไม่สามารถดำเนินการทั้ง 2 โครงการดังกล่าวได้จริง ๆ เชื่อว่าตลาดไทยเที่ยวไทยก็เดินมาถึงจุดของความ “สิ้นหวัง” แน่นอน ที่สำคัญผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ปัจจุบันนี้เหลือประมาณอยู่ที่ราว 20-30% นั้นก็จะหมดลมหายใจแบบเบ็ดเสร็จเช่นกัน

“เราอยากให้รัฐทบทวนด้วยว่า หากโครงการเดิมไม่สามารถเดินต่อได้ ทาง สทท.มีแผนจะให้รัฐบาลพิจารณาโครงการใหม่ออกมาช่วยกระตุ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และต่อเนื่องถึงปีหน้า อาทิ โครงการเที่ยวคนละครึ่ง โดยต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ที่ประสบความสำเร็จดีอยู่แล้ว เป็นต้น และต้องออกมากระตุ้นการท่องเที่ยวให้ทันในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ หรือต่อเนื่องถึงปีหน้าเพื่อให้เอกชนท่องเที่ยวมองเห็นความหวังบ้าง”

พร้อมยืนยันด้วยว่า ตลอดเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาพวกเราภาคการท่องเที่ยวบอกได้เลยว่า รัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ชัดเจนออกมาเป็นรูปธรรมเลย

ททท.ยันเดินหน้าทั้ง 2 โครงการ

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ททท.พิจารณาแล้วยืนยันว่าจะยังคงดึงงบประมาณดังกล่าวไว้และเดินหน้าทั้ง 2 โครงการต่อ เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการเองก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือโดยตรงจากรัฐแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ททท.เองได้ประเมินแล้วว่า หากรัฐบาลทำการปลดล็อกหรือผ่อนคลายมาตรการการควบคุมโรคติดต่อของแต่ละพื้นที่ คนไทยยังอยากออกเดินทางท่องเที่ยว

ดังนั้นแม้ว่าจะเหลือระยะเวลาเพียง 1 เดือน หรือ 1 เดือนครึ่ง ททท.จะยังคงดำเนินการทั้ง 2 โครงการต่อไปพร้อม ๆ กันแน่นอน โดยเร็วสุดน่าจะเป็นช่วงกลางเดือนกันยายน หรือช้าสุดคือเดือนตุลาคมนี้

“ที่ผ่านมาสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงและต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนั้น ทางสภาพัฒน์มีความกังวลว่าทั้ง 2 โครงการใหญ่ดังกล่าวนี้จะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ เนื่องจากว่ากระบวนการเบิกจ่ายงบต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2564 จึงให้ทาง ททท. และกระทรวงการท่องเที่ยวฯกลับมาพิจารณาความเหมาะสมของช่วงระยะเวลาที่จะเริ่มดำเนินโครงการ เนื่องจากต้องดำเนินการภายในเดือนตุลาคม 2564”

ผู้ว่าการ ททท.ยังบอกด้วยว่าที่ผ่านมาทางสภาพัฒน์ก็ถามมาต่อเนื่องจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทาง ททท.ก็ยังรอประเมินสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่องและยืนยันว่าจะยังเดินหน้าทั้ง 2 โครงการต่อไปมาโดยตลอดเช่นกัน โดยรูปแบบการดำเนินการนั้นคงโฟกัสทำตลาดในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูงเป็นหลัก ไม่ปูพรมทั่วประเทศ

พร้อมย้ำว่า ประเด็นสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวไม่สามารถขยับได้ในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นเพราะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการควบคุมโรคติดต่อ ไม่ใช่ไม่มีคนเดินทาง